กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
กระดานสนทนาธรรม

ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260


กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ประกาศรายชื่อผู้ได้จัดสำรับคิวแทรก ครั้งที่ 29
2
ประกาศความผิดและขอขมา เรื่อง การแทนค่าจัดอาหารถวายสงฆ์และแทนค่าจัดสำรับอาหารให้อาจารย์
3
ประกาศความผิดและขอขมา เรื่อง การแทนค่าจัดอาหารถวายสงฆ์และแทนค่าจัดสำรับอาหารให้อาจารย์
4
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 27
ยังมีเรื่องแม้อื่นอีก ได้ยินว่า
ท้าวอสุรินทรราหูสูงได้ ๔,๘๐๐โยชน์.(76,800 กม.)
ระหว่างแขนของเขาวัดได้ ๑,๒๐๐ โยชน์ (19,200 กม.)
ระหว่างนมวัดได้ ๖๐๐ โยชน์. (9,600 กม.)
พื้นมือและพื้นเท้าหนาได้ ๓๐๐ โยชน์. (4,800 กม.)
ข้อนิ้วยาวได้ ๕๐ โยชน์.(800 กม.)
ระหว่างคิ้วกว้าง ๕๐ โยชน์. (800 กม.)
หน้ายาว ๒๐๐ โยชน์. (3,200 กม.)
ลึกได้ ๓๐๐ โยชน์. (4,800 กม.)
มีปริมณฑลได้ ๓๐๐ โยชน์. (4,800 กม.)
คอยาวได้ ๓๐๐ โยชน์. (4,800 กม.)
หน้าผากยาวได้๓๐๐ โยชน์. (4,800 กม.)
ศีรษะยาวได้ ๙๐๐ โยชน์. (14,400 กม.)

เขาคิดว่า เราสูงมาก จักไม่สามารถที่จะน้อมตัวลงแลดูพระศาสดาได้ ดังนี้ จึงไม่มาเฝ้า.

วันหนึ่ง
เขาได้ฟังพระคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงมาด้วยคิดว่า เราจักมองดูโดยอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบอัชฌาสัยของเขาแล้ว
ทรงดำริว่า เราจักแสดงด้วยอิริยาบถไหน ในบรรดาอิริยาบถทั้งสี่
ทรงดำริว่า ธรรมดาคนยืน แม้จะต่ำก็ปรากฏเหมือนคนสูง แต่เราจักนอนแสดงตนแก่เขา
ดังนี้แล้ว จึงตรัสว่า อานนท์ เธอจงตั้งเตียงในบริเวณคันธกุฏี แล้วทรงสำเร็จสีหไสยาสน์บนเตียงนั้น.
ท่านอสุรินทรราหูมาแล้ว ชูคอขึ้นมองดูพระผู้มีพระภาคเจ้า
ประทับนอนอยู่ราวกะว่าพระจันทร์เต็มดวงในท่ามกลางท้องฟ้า และ
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า อสุรินทะ นี้อะไร
จึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระองค์มิได้มาเฝ้าด้วยคิดว่า เราจักไม่สามารถที่จะโน้มตัวลงแลดูได้ ดังนี้.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า อสุรินทะ เรามิได้ก้มหน้าบำเพ็ญบารมีมา เราให้ทานทำให้เลิศทั้งนั้น ดังนี้.
วันนั้น อสุรินทรราหู ได้ถึงสรณะ.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงน่าดูน่าชมมิใช่น้อย ด้วยประการดังนี้.
5

บทว่า ชฏิลสฺส คหปติสฺส ปุญฺญวโต อิทฺธิ ฤทธิ์ของชฎิลคหบดีผู้มีบุญ คือ
เศรษฐีในเมืองตักกศิลาสะสมบุญ สร้างธาตุเจดีย์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ชื่อชฎิล.
นัยว่า
มารดาของชฎิลนั้นเป็นธิดาของเศรษฐี ในกรุงพาราณสีมีรูปสวยยิ่งนัก.
เมื่อธิดามีอายุได้ ๑๕-๑๖ ปี มารดาบิดาให้นางอยู่บนพื้นบนของปราสาท ๗ ชั้นเพื่อดูแล.
วันหนึ่ง
วิชาธรเหาะไปทางอากาศเห็นนางเปิดหน้าต่างมองดูภายนอกเกิดสิเนหา
จึงเข้าไปทางหน้าต่าง ทำสันถวะกับนาง. นางจึงตั้งครรภ์ด้วยเหตุนั้น.
ลำดับนั้น
ทาสีเห็นนางจึงถามว่า นี่อะไรกันแม่.
นางกล่าวว่า อย่าเอ็ดไป เจ้าอย่าบอกใคร ๆ เป็นอันขาด.
ทาสีก็นิ่งเพราะความกลัว. ครบ๑๐ เดือน นางก็คลอดบุตร
ให้ทาสีนำภาชนะใหม่มาให้ทารกนอนบนภาชนะนั้นแล้วปิดภาชนะนั้นเสีย
วางพวงดอกไม้ไว้ข้างบนสั่งทาสีว่า เจ้าจงยกภาชนะนี้
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 758
เทินศีรษะไปทิ้งที่แม่น้ำคงคา เมื่อผู้คนถามว่า นี้อะไร เจ้าพึงบอกว่าเป็นพลีกรรมของแม่เจ้าของฉัน.
ทาสีได้ทำตามนั้น.
ที่แม่น้ำคงคาทางใต้น้ำหญิงสองคนอาบน้ำอยู่เห็นภาชนะนั้น ลอยน้ำมา
คนหนึ่งพูดว่า นั่นภาชนะของฉัน
คนหนึ่งกล่าวว่า สิ่งที่อยู่ภายในภาชนะนั้นเป็นของฉัน
เมื่อภาชนะลอยมาถึง หญิงคนหนึ่งแบกภาชนะนั้นมาวางไว้บนบก
ครั้นเปิดออกเห็นทารกจึงกล่าวว่า
ทารกต้องเป็นของฉัน เพราะเธอพูดว่า ภาชนะเป็นของฉัน.
หญิงคนหนึ่งพูดว่า ทารกเป็นของฉันเพราะเธอพูดว่า สิ่งที่อยู่ภายในภาชนะนั้นเป็นของฉัน .
หญิงทั้งสองนั้นเถียงกัน พากันไปศาลเมื่อผู้พิพากษาไม่อาจตัดสินได้ ได้พากันไปเฝ้าพระราชา.
พระราชาทรงสดับคำของหญิงทั้งสองนั้นแล้วตรัสสั่งว่า เจ้าจงรับทารกไป เจ้าจงรับภาชนะไป
หญิงที่ได้ทารกไปเป็นอุปัฏฐากของพระมหากัจจายนเถระ.

นางเลี้ยงดูทารกนั้นด้วยหวังว่าจะให้บวชในสำนักของพระเถระ.
ในวันที่ทารกนั้นคลอด เพราะไม่ล้างมลทินของครรภ์แล้วนำออกไป ผมจึงยุ่ง ด้วยเหตุนั้น จึงมีชื่อว่า ชฎิล.

เมื่อทารกนั้นเดินได้ พระเถระเข้าไปบิณฑบาตยังเรือนนั้น.
อุบาสิกานิมนต์พระเถระให้นั่งแล้วถวายอาหาร.
พระเถระเห็นทารก จึงถามว่า อุบาสิกา ท่านได้ทารกมาหรือ.
นางตอบว่า เจ้าค่ะ ดิฉันเลี้ยงดูมาด้วยหวังว่าจะให้บวชในสำนักของพระคุณท่านเจ้าค่ะ.
พระเถระรับว่าดีละ แล้วพาทารกนั้นไปตรวจดูว่าทารกนี้จะมีบุญกรรมเพื่อเสวยสมบัติของคฤหัสถ์ไหมหนอ
คิดว่า สัตว์ผู้มีบุญจักได้เสวยมหาสมบัติตอนเป็นหนุ่มก่อน
แม้ญาณของเขาก็ยังไม่แก่กล้าพอ จึงพาทารกนั้นไปเรือนของอุปัฏฐาก คนหนึ่งในเมืองตักกศิลา.
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 759
อุปัฏฐากนั้นยืนไหว้พระเถระเห็นทารกจึงถามว่าได้ทารกมาหรือ
พระเถระตอบว่า ถูกแล้วอุบาสก ทารกนี้จักบวช แต่ยังหนุ่มนักขอให้อยู่กับท่านไปก่อน
อุบาสกรับว่าดีแล้วพระคุณท่าน จึงตั้งทารกนั้นไว้ในฐานะบุตรประคับประคองอย่างดี

อนึ่ง
ในเรือนของอุปัฏฐากนั้น มีสินค้าสะสมมาตลอด ๑๒ ปี
อุปัฏฐากนั้นไปในระหว่างบ้านนำสินค้านั้นทั้งหมดไปตลาดบอกราคาของสินค้านั้นแก่ชฎิลกุมารแล้วกล่าวว่า เจ้าพึงรับทรัพย์เท่านี้ ๆ
แล้วให้ไปในวันนั้น เทวดาผู้รักษานครบันดาลให้ผู้มีความต้องการโดยที่สุด แม้ยี่หร่าและพริกให้มุ่งหน้าไปตลาดของชฎิลกุมารนั้น
ชฎิลกุมารนั้นขายสินค้าที่สะสมมาตลอด๑๒ ปี หมดในวันเดียวเท่านั้น

กุฎุมพีมาไม่เห็นอะไร ๆ ในตลาด จึงพูดว่า พ่อคุณ เจ้าทำสินค้าหายไปหมดแล้วหรือ
ชฎิลกุมารบอกไม่หายดอกพ่อ ฉันขายหมดตามที่พ่อสั่งไว้ว่าของอย่างโน้นราคาเท่านี้ ของอย่างนี้ราคาเท่านั้น
เพราะเหตุนั้น สินค้าทั้งหมดจึงได้ตามราคา

กุฎุมพีเลื่อมใสคิดว่าชายที่หาค่ามิได้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ไม่ว่าในกาลไหน ๆ
จึงยกลูกสาวของตนซึ่งเจริญวัยแล้วให้แก่เขาแล้ว สั่งคนงานว่าจงสร้างเรือนให้ชฎิลกุมาร
เมื่อสร้างเรือนเสร็จจึงกล่าวว่า เจ้าทั้งสองจงไปอยู่ที่เรือนของตนเถิด

ในขณะที่เขาเข้าเรือนพอเท้าข้างหนึ่งเหยียบธรณีประตู
สุวรรณบรรพตประมาณ ๘๐ ศอก ผุดขึ้นในพื้นที่ส่วนหลังสุดของเรือ

นี้ว่าพระราชาทรงสดับว่า สุวรรณบรรพตผุดขึ้นทำลายพื้นที่ในเรือนของชฎิล
จึงทรงส่งเศวตฉัตรไปให้ชฎิลนั้น ชฎิลนั้นจึงได้ชื่อว่า ชฎิลเศรษฐี
นี่เป็นฤทธิ์ของผู้มีบุญนั้น.




6

ฤทธิ์ของท่านผู้มีบุญ โชติกเศรษฐี 69-756
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 756
บทว่า โชติยสฺส คหปติสฺส ปุญฺญวโต อิทฺธิ ฤทธิ์ของโชติยคหบดีผู้มีบุญ คือ
เศรษฐีในกรุงราชคฤห์ ผู้สะสมบุญญาธิการไว้ในพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายในก่อน ชื่อว่า โชติกะ.

ได้ยินว่า
ในเวลาที่โชติกะนั้นเกิดสรรพาวุธในนครทั้งสิ้นลุกโพลง
แม้เครื่องอาภรณ์ที่แต่งไว้ในกายของชนทั้งปวงก็เปล่งแสงสว่างดุจลุกโพลง
นครได้มีแสงสว่างรุ่งโรจน์เป็นอันเดียวกัน

ลำดับนั้น
ในวันที่ตั้งชื่อกุมารนั้นจึงชื่อว่า โชติกะ เพราะนครทั้งสิ้นรุ่งโรจน์เป็นอันเดียวกัน
ครั้นโชติกะเจริญวัย เมื่อชำระพื้นที่เพื่อสร้างเรือน
ท้าวสักกเทวราช เสด็จมาปรับพื้นดิน ในที่ประมาณ ๑๖ กรีส
สร้างปราสาท ๗ ชั้น สำเร็จด้วยแก้ว ๗ ประการ
สร้างกำแพง ๗ ชั้น ประกอบด้วยซุ้มประตู ๗ ซุ้ม สำเร็จด้วยแก้ว ๗ ประการ
ในท้ายกำแพงปลูกต้นกัลปพฤกษ์ไว้ ๖๔ ต้นใน ๔ มุมของปราสาท
ฝังหม้อขุมทรัพย์ประมาณโยชน์หนึ่ง ๓ คาวุต ๒ คาวุต๑ คาวุต ใน ๔ มุมของปราสาท
ต้นอ้อย สำเร็จด้วยทองคำ ๔ ต้นประมาณเท่าลำตาลอ่อนเกิดขึ้น
ใบของต้นอ้อยเหล่านั้นสำเร็จด้วยแก้วมณี ข้อสำเร็จด้วยทองคำ
ที่ซุ้มประตูทั้ง ๗  ซุ้มหนึ่ง ๆ มียักษ์ ๗ ตนมีบริวารตนละ ๑,๐๐๐
๒,๐๐๐ ๓,๐๐๐ ๔,๐๐๐ ๕,๐๐๐ ๖,๐๐๐ ๗,๐๐๐ คอยอารักขา.


พระเจ้าพิมพิสารมหาราช ทรงสดับถึงการสร้างปราสาทเป็นต้นแล้ว
จึงทรงส่งเศวตฉัตรของเศรษฐีไปให้ เศรษฐีนั้นจึงชื่อว่า โชติกเศรษฐี
เป็นผู้ปรากฏไปทั่วชมพูทวีป เสวยมหาสมบัติอยู่ ณ ปราสาทนั้นกับภริยาซึ่ง เทวดาทั้งหลายนำมาจาก อุตตรกุรุทวีป
แล้วให้นั่งเหนือห้องอันเป็นสิริซึ่งถือเอาข้าวสารทะนานหนึ่งและแผ่นหินให้เกิดไฟ ๓ แผ่นมาด้วย
ภัตรย่อมเพียงพอแก่เขาด้วยข้าวสารทะนานหนึ่งตลอดชีวิต

ได้ยินว่า
หากชนทั้งหลายประสงค์จะบรรทุกข้าวสารลงในเกวียน ๑๐๐ เล่ม
ทะนานข้าวสารนั้นแหละก็ยังตั้งอยู่ ในเวลาหุงข้าว
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 757
ใส่ข้าวสารลงในหม้อข้าวแล้ววางไว้ข้างบนแผ่นหินเหล่านั้น แผ่นหินก็จะลุกเป็นไฟขึ้นทันที
เมื่อข้าวสุกก็ดับ ด้วยสัญญาณนั้น ชนทั้งหลายก็รู้ว่าข้าวสุกแล้ว.
แม้ในเวลาแกงเป็นต้น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
อาหารของชนเหล่านั้นย่อมหุงต้มด้วยหินให้เกิดไฟอย่างนี้

ชนทั้งหลายย่อมอยู่ด้วยแสงสว่างแห่งแก้วมณี ย่อมไม่รู้จักแสงสว่างของไฟหรือของประทีป.
โชติกเศรษฐีได้ปรากฏไปทั่วชมพูทวีปว่า มีสมบัติถึงปานนี้ มหาชนขึ้นยานเป็นต้น มาเพื่อจะเห็น.
โชติกเศรษฐีให้ภัตตาหารแห่งข้าวสารจากอุตตกุรุทวีปแก่คนที่มาแล้ว ๆ
สั่งว่า ชนทั้งหลายจงถือเอาผ้าและอาภรณ์จากต้นกัลปพฤกษ์เถิด
สั่งว่า ชนทั้งหลายจงเปิดปากหม้อขุมทรัพย์ คาวุตหนึ่งแล้วถือเอาให้เพียงพอ.
เมื่อชาวชมพูทวีปทั้งสิ้นถือเอาทรัพย์ไป หม้อขุมทรัพย์ก็มิได้พร่องแม้เพียงองคุลี
นี้เป็นฤทธิ์ของท่านผู้มีบุญนั้น.

[/size]
7
ประกาศรายชื่อผู้ได้จัดสำรับคิวแทรก(จำนวน 2 คิว) ครั้งที่ 28

8
ตอนนี้อาการของอาจารย์เกษม ค่อยยังชั่วแล้วครับ
----------------------------------------------------------------------------

ประกาศ ลิ้นหัวใจของอาจารย์เกษมไม่แข็งแรง ขอให้ลูกศิษย์ทุกท่านช่วยกันอธิษฐานส่งบุญรักษาลิ้นหัวใจของอาจารย์เกษม ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงบันดาลบุญข้าให้ไปรักษาลิ้นหัวใจของอาจารย์เกษม
9
ข้าพเจ้านายอัครพร ชินบุตร
ได้โอนเงินให้เป็นของกองทุนบำรุงวัดฯและกองทุนเพื่อการกุศล จำนวนบัญชีละ 500 บาท
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 62 เวลา 10:56 น. และ 10:57 น ตามลำดับ

ขอผลบุญที่ข้าพเจ้าไปบริจาคเงินในครั้งนี้ให้ถึงแก่บิดา มารดาของข้าพเจ้า เทวดาทั้งหลายที่คอยดูแลรักษาข้าพเจ้า รุกขเทวดาทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าและเหล่าผีเปรตปีศาจผีสัตว์เดรัจฉานทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า ขอให้ท่านทั้งหลายจงมีความสวัสดี
10
ประกาศเปลี่ยนบัญชีธนาคาร กองทุนบำรุงวัด และ กองทุนเพื่อการกุศล วันที่ 4 กันยายน 2562
ชื่อบัญชีคลิกที่ลิงค์ ==> https://www.samyaek.com/board/index.php?topic=1852.0



หน้า: [1] 2 3 ... 10