กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
กระดานสนทนาธรรม

ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260


กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 8 9 [10]
91
วันที่ 2/5/18 เวลา  1052 น   
ธัญญ์ทิตยา วิโรจน์ภัสร์  โอน 500 เข้ากองทุนวัดสามแยก  บัญชีเลขที่ 035-3663-55-0 
บุญนี้ ขอให้ธุระกิจการงานของข้าพเจ้าสำเร็จและเจริญรุ่งเรืองในตอนนี้ ชาตินี้ ปัจจุบันนี้  และบุญนี้อุทิศให้ นายเวร ญาติทิพย์ เชื้อโรค เทวดารักษา ลูกที่ตายไป หมู่ข้าทาสบริวาร ชาวทิพย์  คนรักคู่ครองเก่า ในอดีตและ ในปัจจุบัน  เทวดาที่ช่วยงาน หมอเทวดาที่ดูแลรักษา เทวดารักษาที่ร้าน ที่ทำงาน ที่ห้องพักอาศัย รอบห้องพัก รอบๆที่ทำงาน เทวดาที่ช่วยงาน
เหล่า พวกเปรต ผี ปีศาจ มาร ยักษ์ ครุษ พรหม ชาวทิพย์ที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง และที่เอ่ยนามและไม่ได้เอ่ยนาม ทั้งหลาย ของข้าพเจ้า   พวกท่านทั้งหลายรับบุญกันถ้วนๆค่า  สาธุ
92
หนังสือที่ปู่ส่งเข้าไปยังเว็บ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕

93
โอนวันเดียวกันนะคะ ด้านบน   วันที่ 7/6/18  ลืมลงว้นที่ โอนแล้วแจ้งวันเดียวกัน
95
ประกาศความผิด เรื่องการซื้ออาหารมาแทนค่า
96
เรื่อง ประกาศรายชื่อผู้ได้ “คิวแทรก” จัดสำรับ ครั้งที่ 18 (คิวแทรกวันที่ 11-15 มิถุนายน 2561)
97
1053น  ธัญญ์ทิตยา วิโรจน์ภัสร์  โอน 500 เข้ากองทุนวัดสามแยก  บัญชีเลขที่ 035-3663-55-0
บุญนี้ ขอให้การงานธุระกิจการงานของข้าพเจ้าสำเร็จและเจริญรุ่งเรืองในตอนนี้ ชาตินี้  และบุญนี้อุทิศให้ นายเวร ญาติทิพย์ เชื้อโรค เทวดารักษา ลูกที่ตายไป หมู่ข้าทาสบริวาร ชาวทิพย์ และเทวดาที่ช่วยงาน หมอเทวดาที่ดูแลรักษา เทวดารักษาที่ร้านที่ทำงาน ที่ห้องพักอาศัย รอบห้องพัก รอบที่ทำงาน
เหล่า พวกเปรต ผี ปีศาจ มาร ยักษ์ ครุษ พรหม ชาวทิพย์ที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง พวกท่านทั้งหลายรับบุญกันถ้วนๆค่า  สาธุ

98
กระดานแจ้งทุกเรื่องถึงผู้ดูแล / ฝากถามอาจารย์ครับ...
« กระทู้ล่าสุด โดย ไผ่หอม เมื่อ พฤษภาคม 30, 2018, 10:51:57 PM »
สวัสดีครับทีมงานวัดสามแยก
พอดีได้อ่านกระทู้ก่อนหน้าว่าสามารถฝากคำถามถึงอาจารย์ได้ผ่านทางทีมงานในกระดานนี้
อยากฝากถามว่า...

"...ผมเคยบวชเมื่อสิบปีที่แล้ว บวชตามประเพณี ขณะนั้นผมอยากสูบบุหรี่มาก
บังเอิญผมได้เจอกับยาเส้นและกระดาษวางทิ้งไว้ที่โคนเสาโดยที่กุฏินั้นไม่มีผู้อยู่อาศัยแล้ว
ด้วยความที่ไม่รู้พระวินัย และสำคัญว่าเจ้าของเขาสละแล้ว จึงถือวิสาสะมวนยาเส้นมาสูบเสียหนึ่งมวน
จากวันนั้นก็ไม่ได้กระทำอีก บวชเพียงเดือนนึงได้สึกออกมา
หลังจากนั้นมาเป็นฆราวาสได้มีจิตใจใฝ่ศึกษาทางธรรมมากขึ้นจากอานิสงฆ์การบวชคราวนั้น
ทำให้รู้สึกผิดต่อการกระทำนั้นแต่ไม่อาจวินิจฉัยตัดสินได้ด้วยปัญญาตนเอง
อยากทราบว่าการกระทำนั้นของผมผิดถึงขั้นปาราชิกหรือไม่ และพอจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรไหมครับ
หากอนาคตได้บวชอีกครั้งผมควรทำอย่างไรครับ เพื่อการก้าวหน้าทางปฏิบัติในภายภาคหน้า ขอบคุณครับ"...

ปล. จากที่ได้ค้นคว้าจากหนังสือ "อริยวินัย" (http://watnapp.com/media/book/a1.pdf) บอกว่าองค์แห่งอาบัติปาราชิกต้องครบ 5
องคแห่งอาบัติ ๑. เป็นของผู้อื่นเป็นชาติมนุษย์หวงแหนอยู่ ๒. สำคัญรู้ว่า เป็นของผู้อื่นหวงอยู่ ๓. ของนั้นราคา
บาทหนึ่งหรือราคากว่าบาทหนึ่งขึ้นไป ๔. จิตเป็นขโมย ๕. ลักได้ด้วยอวหาร (อาการที่ถือว่าเป็นลักทรัพย์) อย่างใด
อยางหนึ่งพร้อมด้วยองค์ ๕ น้ี้จึงเป็นปาราชิก (บพพสิกขาวรรณา หนา้ ๑๒๔).

ปล.2 คำถามที่อาจารย์เมตตาตอบผมสามารถหาดูหาฟังได้ทางไหนครับ
99
โรคของบรรพชิต(เล่ม35หน้า373)
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โรคของบรรพชิต๔อย่าง๔ อย่างเป็นไฉน คือ
๑.ภิกษุเป็นผู้มักมาก มีความร้อนใจอยู่เสมอ ไม่สันโดษด้วยจีวร, บิณฑบาต, เสนาสนะ, คิลานปัจจัยตามมีตามได้

๒.ภิกษุนั้นเมื่อเป็นผู้มักมาก มีความร้อนใจอยู่เสมอ
ไม่สันโดษด้วยจีวร, บิณฑบาต, เสนาสนะ, คิลานปัจจัยตามมีตามได้แล้ว ย่อมตั้งความปรารถนาลามก
เพื่อจะได้ความยกย่อง
เพื่อจะได้ลาภสักการะและความสรรเสริญ

๓.ภิกษุนั้น วิ่งเต้น ขวนขวาย พยายาม เพื่อจะได้ความยกย่อง เพื่อจะได้ลาภสักการะและความสรรเสริญ

๔.ภิกษุนั้น เข้าสู่ตระกูลเพื่อให้เขานับถือ
นั่งอยู่(ในตระกูล)เพื่อให้เขานับถือ
กล่าวธรรม(ในตระกูล)เพื่อให้เขานับถือ
กลั้นอุจจาระ ปัสสาวะอยู่(ในตระกูล)ก็เพื่อให้เขานับถือ
ภิกษุทั้งหลาย นี้แล โรคของบรรพชิต ๔ อย่าง

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ 374

เพราะเหตุนั้น ท่านทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักไม่เป็นผู้มักมาก
มีความร้อนใจ ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะคิลานปัจจัยตามมีตามได้ จักไม่ตั้งความปรารถนาลามก
เพื่อจะได้ความยกย่องเพื่อจะได้ลาภสักการะและความสรรเสริญ จักไม่วิ่งเต้นขวนขวายพยายาม
เพื่อให้ได้ความยกย่อง เพื่อให้ได้ลาภสักการะและความสรรเสริญ จักเป็นผู้อดทน
ต่อ หนาว ร้อน หิว กระหาย
ต่อ สัมผัสแห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เสือกคลานทั้งหลาย
ต่อ ถ้อยคำอันหยาบคายร้ายแรงต่าง ๆ
เป็นผู้อดกลั้นต่อเวทนาที่เกิดในกาย
อันเป็นทุกข์กล้าแข็งเผ็ดร้อนขมขึ้น ไม่เจริญใจพอจะปล้นชีวิตเสียได้
ภิกษุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล.
จบโรคสูตรที่ ๗

อรรถกถาโรคสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในโรคสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า วิฆาตวา ได้แก่ ประกอบด้วยความร้อนใจคือทุกข์ มีความมักมากเป็นปัจจัย.
บทว่า อสนฺตุฏโฐ ได้แก่ เป็นผู้ไม่สันโดษ ด้วยสันโดษ๓ ในปัจจัย ๔.
บทว่า อนวญฺญปฏิลาภาย ได้แก่ เพื่อได้ความยกย่องจากผู้อื่น.
บทว่า ลาภสกฺการสิโลกปฏิลาภาย ได้แก่ เพื่อได้ลาภสักการะอันได้แก่ปัจจัย ๔
ที่เขาจัดไว้เป็นอย่างดี และความสรรเสริญ อันได้แก่การกล่าวยกย่อง.
บทว่า สงฺขาย กุลานิ อุปสงฺกมติ ได้แก่ เข้าไปสู่ตระกูลเพื่อรู้ว่า ชนเหล่านี้รู้จักเราไหม
แม้ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
จบอรรถกถาโรคสูตรที่ ๗
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ 375































100
ประกาศเรื่องความผิดในการตักอาหาร


หน้า: 1 ... 8 9 [10]