จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล พระไตรปิฏก เล่ม 11หน้า 4 - คุยได้ฟังดีกับบรรดาสมาชิกวัด - กระดานสนทนาธรรม
กระดานสนทนาธรรม

ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260


จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล พระไตรปิฏก เล่ม 11หน้า 4


เล่ม 11 หน้า 4
จุลศีล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ก็เมื่อปุถุชนกล่าวชมตถาคต
พึงกล่าวด้วยประการนั่น
มีประมาณน้อยนัก
ยังต่ำนัก
เป็นเพียงศีล.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ก็ข้อที่ปุถุชนกล่าวชมตถาคต. . .
เพียงศีลนั้นเป็นไฉน.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อีกอย่างหนึ่ง
เมื่อปุถุชนกล่าวชมตถาคต
พึงกล่าวชมอย่างนี้ว่า
๑. พระสมณโคดม
ละการฆ่าสัตว์
เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางสาตรา
มีความละอาย มีความเอ็นดู
มีความกรุณาหวังประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวงอยู่.

๒. พระสมณโคดม
ละการลักทรัพย์
เว้นขาดจากการลักทรัพย์ รับแต่ของที่เขาให้
ต้องการแต่ของที่เขาให้
ไม่ประพฤติตนเป็นขโมย
เป็นคนสะอาดอยู่.

๓. พระสมณโคดม
ละกรรมเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์
ประพฤติพรหมจรรย์
ประพฤติห่างไกลเว้นจากเมถุน
ซึ่งเป็นเรื่องของชาวบ้าน.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อีกอย่างหนึ่ง
เมื่อปุถุชนกล่าวชมตถาคต
พึงกล่าวชมอย่างนี้ว่า
๔. พระสมณโคดม
ละการพูดเท็จ
เว้นขาดจากการพูดเท็จ
พูดคำจริง ดำรงคำสัตย์
มีถ้อยคำเป็นหลักฐาน ควรเชื่อ
ไม่พูดลวงโลก.

๕. พระสมณโคดม
ละคำส่อเสียด
เว้นขาดจากคำส่อเสียด
ฟังจากข้างนี้แล้วไม่บอกข้างโน้น เพื่อให้คนหมู่นี้แตกกัน หรือ
ฟังจากข้างโน้นแล้วไม่บอกข้างนี้ เพื่อให้คนหมู่โน้นแตกกัน
สมานคนที่แตกกันแล้วบ้าง ส่งเสริมคนที่พร้อมเพรียงกันแล้วบ้าง
ชอบคนที่พร้อมเพรียงกัน ยินดีในคนที่พร้อมเพรียงกัน
เพลิดเพลินในคนที่พร้อมเพรียงกัน กล่าวแต่คำที่ทำให้คนพร้อมเพรียงกัน.

๖. พระสมณโคดม
ละคำหยาบ
เว้นขาดจากคำหยาบ กล่าวแต่คำที่ ไม่มีโทษ
เพราะหู ชวนให้รัก จับใจ
เป็นคำของชาวเมือง คนโดยมากรักใคร่ ชอบใจ.

๗. พระสมณโคดม
ละคำเพ้อเจ้อ
เว้นขาดจากคำเพ้อเจ้อ
พูดถูกกาล พูดคำจริง พูดอิงอรรถ พูดอิงธรรม พูดอิงวินัย
พูดคำมีหลักฐาน มีที่อ้าง มีที่กำหนด
ประกอบด้วยประโยชน์ โดยกาลอันควร.

๘. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการพรากพืชคามและภูตคาม.

๙. พระสมณโคดม
ฉันอาหารหนเดียว
เว้นการฉันในราตรี งดการฉันในเวลาวิกาล.

๑๐. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการฟ้อนรำขับร้องประโคมดนตรี และดูการเล่นอันเป็นข้าศึก.

๑๑. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการทัดทรงประดับตกแต่งร่างกาย
ด้วยดอกไม้ของหอม และเครื่องประเทืองผิว ซึ่งเป็นฐานแห่งการแต่งตัว.

๑๒. พระสมณโคดม เว้นขาดจากที่นอนที่นั่งสูง และที่นอนที่นั่งใหญ่.
๑๓. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับทองและเงิน.
๑๔. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับธัญญชาติดิบ.
๑๕. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับเนื้อดิบ.
๑๖. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับสตรีและเด็กหญิง.
๑๗. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับทาสีและทาส.
๑๘. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับแพะและแกะ.
๑๙. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับไก่และสุกร.
๒๐. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับช้าง โค ม้า และลา.
๒๑. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับนาและไร่.
๒๒. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเป็นทูตและการรับใช้.
๒๓. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการซื้อและการขาย.

๒๔. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการโกงด้วยตาชั่ง 
การโกงด้วยโลหะ และการโกงด้วยเครื่องตวงวัด.

๒๕. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการรับสินบน
การล่อลวงและการตลบตะแลง.

๒๖ พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการฟัน การฆ่า การจองจำ การตีชิง การปล้น การจี้.
จบจุลศีล


มัชฌิมศีล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อีกอย่างหนึ่ง
เมื่อปุถุชนกล่าวชมตถาคต พึงกล่าวชมอย่างนี้ว่า
๑.พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการพรากพืชคามและภูตคาม
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังประกอบการพรากพืชคามและภูตคามเห็นปานนี้อยู่เนือง ๆ คือ
พืชเกิดแต่เง่า
พืชเกิดแต่ลำต้น
พืชเกิดแต่ผล
พืชเกิดแต่ยอด
พืชเกิดแต่เมล็ด เป็นที่ห้า.

๒. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการบริโภคของที่สะสมไว้
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังประกอบการบริโภคของที่สะสมไว้เห็นปานนี้อยู่เนือง ๆ คือ
สะสมข้าว
สะสมน้ำ
สะสมผ้า
สะสมยาน
สะสมที่นอน
สะสมเครื่องประเทืองผิว
สะสมของหอม
สะสมอามิส.

๓. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการเล่นที่เป็นข้าศึกแก่กุศล
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังขวนขวายดูการเล่น  ที่เป็นข้าศึกแก่กุศลเห็นปานนี้อยู่เนือง ๆ คือ
การฟ้อน การขับร้อง
การประโคม มหรสพ มีการรำ เป็นต้น
การเล่านิยาย
การเล่นปรบมือ
การเล่นปลุกผี
การเล่นตีกลอง ฉากภาพบ้านเมืองที่สวยงาม
การเล่นของคนจัณฑาล
การเล่นไม้สูง
การเล่นหน้าศพ
ชนช้าง ชนม้า ชนกระบือ ชนโค ชนแพะ ชนแกะ
ชนไก่ ชนนกกระทา รำกระบี่กระบอง
 มวยชก มวยปล้ำ
สนามรบ
การตรวจพล
การจัดกระบวนทัพ
การดูกองทัพ.

๔. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการขวนขวายเล่นการพนัน
อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังขวนขวายเล่นการพนัน
อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทเห็นปานนี้อยู่เนือง ๆ คือ
เล่นหมากรุกแถว ละแปดตา แถวละสิบตา
เล่นหมากเก็บ
เล่นดวด
เล่นหมากไหว
เล่นโยนบ่วง
เล่นไม้หึ่ง
เล่นกำทาย เล่นสะกา
เล่นเป่าใบไม้
เล่นไถนาน้อย ๆ
เล่นหกคะเมน
เล่นกังหัน
เล่นตวงทราย
เล่นรถน้อย ๆ
เล่นธนูน้อย ๆ
เล่นทายอักษร
เล่นทายใจ
เล่นเลียนคนพิการ.

๕. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการนั่งนอนบนที่นั่ง ที่นอนอันสูงใหญ่
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉัน โภชนะที่เขา ให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันสูงให้เห็นปานนี้อยู่เนือง ๆ คือ
เตียงมีเท้าเกินประมาณ
เตียงมีเท้าทำเป็นรูปสัตว์ร้าย
พรมทำด้วยขนสัตว์
เครื่องลาดทำด้วยขนแกะอันสวยงาม
เครื่องลาดทำด้วยขนแกะสีขาว
เครื่องลาดทำด้วยขนแกะเป็นรูปดอกไม้
เครื่องลาดที่ยัดนุ่น
เครื่องลาดทำด้วยขนแกะวิจิตรด้วยรูปสัตว์ต่าง ๆ
เครื่องลาดทำด้วยขนแกะมีขนตั้ง
เครื่องลาดทำด้วยขนแกะมีขนข้างเดียว
เครื่องลาดทำด้วยทองและเงินแกมไหม
เครื่องลาดไหมขลิบทองและเงิน
เครื่องลาดขนแกะและจุหญิงฟ้อนได้ ๑๖ คน
เครื่องลาดหลังช้าง
เครื่องลาดหลังม้า
เครื่องลาดในรถ
เครื่องลาดที่ทำด้วยหนังเสือ
เครื่องลาดอย่างดี ที่ทำด้วยหนังชะมด
เครื่องลาดมีเพดาน
เครื่องลาดมีหมอนสองข้าง.

๖. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการประดับตกแต่งร่างกาย
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังขวนขวายประดับตกแต่งร่างกายเห็นปานนี้อยู่เนือง ๆ คือ
อบตัว
ไคลอวัยวะ
อาบน้ำหอม
นวด
ส่องกระจก
แต้มตา
ทัดดอกไม้
ประเทืองผิว
ผัดหน้า
ทาปาก
ประดับข้อมือ
สวมเกี้ยว
ใช้ไม้เท้า
ใช้กลักยา
ใช้ดาบ
ใช้มีดสองคม
ใช้ร่ม
สวมรองเท้าสวยงาม
ติดกรอบหน้า
ปักปิ่น
ใช้พัดวาลวีชนี
นุ่งห่มผ้าขาว
นุ่งห่มผ้ามีชายยาว.

๗. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากติรัจฉานกถา
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังประกอบดิรัจฉานกถาเห็นปานนี้อยู่เนือง ๆ คือ
เรื่องพระราชา
เรื่องโจร
เรื่องมหาอำมาตย์
เรื่องกองทัพ
เรื่องภัย
เรื่องสงคราม
เรื่องข้าว 
เรื่องน้ำ
เรื่องผ้า เรื่องที่นอน เรื่องดอกไม้ เรื่องของหอม เรื่องญาติ
เรื่องยาน เรื่องบ้าน เรื่องนิคม เรื่องนคร เรื่องชนบท
เรื่องสตรี เรื่องบุรุษ เรื่องคนกล้า เรื่องตรอก
เรื่องท่าน้ำ เรื่องคนที่ล่วงลับไปแล้ว เรื่องเบ็ดเตล็ด เรื่องโลก
เรื่องทะเล เรื่องความเจริญและความเสื่อมด้วยประการนั้น ๆ.

๘. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการพูดแก่งแย่งกัน
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังพูดแก่งแย่งกันเห็นปานนี้อยู่เนือง ๆ คือ
ท่านไม่รู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้ ข้าพเจ้ารู้ทั่วถึง
ท่านจักรู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้ได้อย่างไร
ท่านปฏิบัติผิดข้าพเจ้าปฏิบัติถูก
คำพูดของข้าพเจ้ามีประโยชน์ ของท่านไม่มีประโยชน์
คำที่ควรกล่าวก่อน ท่านกล่าวทีหลัง
คำที่ควรจะกล่าวทีหลัง ท่านกล่าวก่อน
ข้อที่ท่านเคยช่ำชองมาได้ผันแปรไปแล้ว
ข้าพเจ้าจับผิดวาทะของท่านได้
ข้าพเจ้าข่มท่านได้แล้ว
ท่านจงถอนวาทะเสีย มิฉะนั้นจงแก้ไขเสีย ถ้าสามารถ.

๙. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการเป็นทูต และการรับใช้
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา
แล้ว ยังขวนขวายประกอบการเป็นทูตและการรับใช้เห็นปานนี้อยู่เนือง ๆ คือ
รับเป็นทูตของพระราชา
มหาอำมาตย์ของพระราชา
กษัตริย์พราหมณ์ คฤหบดี และกุมารว่า
จงไปที่นี้ จงไปที่โน้น จงนำเอาสิ่งนี้ไป
จงนำเอาสิ่งในที่โน้นมา ดังนี้.

๑๐. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการพูดหลอกลวง และการพูดเลียบเคียง
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขา ให้ด้วยศรัทธาแล้ว
พูดเลียบเคียง
พูดหว่านล้อม
พูดและเล็ม
แสวงหาด้วยลาภ.
จบมัชฌิมศีล

มหาศีล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อีกอย่างหนึ่ง
เมื่อปุถุชนกล่าวชมตถาคต พึงกล่าวชมอย่างนี้ว่า
๑. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่ เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้ คือ 
ทายอวัยวะ
ทายนิมิต
ทายอุปบาต
ทำนายฝัน
ทำนายลักษณะ
ทำนายหนูกัดผ้า
ทำพิธีบูชาไฟ
ทำพิธีเบิกแว่นเวียนเทียน
ทำพิธี ซัดแกลบบูชาไฟ
ทำพิธี ซัดรำบูชาไฟ
ทำพิธี ซัดข้าวสารบูชาไฟ
ทำพิธี เติมเนยบูชาไฟ
ทำพิธี เติมน้ำมันบูชาไฟ
ทำพิธี เสกเป่าบูชาไฟ
ทำพลีกรรมด้วยโลหิต
เป็นหมอดูอวัยวะ
ดูลักษณะพื้นที่
ดูลักษณะที่ไร่นา
เป็นหมอปลุกเสก
เป็นหมอผี 
เป็นหมอลงเลขยันต์คุ้มกันบ้านเรือน
เป็นหมองู
เป็นหมอยาพิษ
เป็นหมอแมลงป่อง 
เป็นหมอรักษาแผลหนูกัด
เป็นหมอทายเสียงนก
เป็นหมอทายเสียงกา 
เป็นหมอทายอายุ
เป็นหมอเสกกันลูกศร
เป็นหมอดูรอยเท้าสัตว์

๒. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉัน โภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้ คือ
ทายลักษณะแก้วมณี
ทายลักษณะไม้พลอง
ทายลักษณะผ้า
ทายลักษณะศาสตรา
ทายลักษณะดาบ
ทายลักษณะศร
ทายลักษณะธนู
ทายลักษณะอาวุธ
ทายลักษณะสตรี
ทายลักษณะบุรุษ
ทายลักษณะกุมาร
ทายลักษณะกุมารี
ทายลักษณะทาส
ทายลักษณะทาสี
ทายลักษณะช้าง
ทายลักษณะม้า
ทายลักษณะกระบือ
ทายลักษณะ โคอุสภะ
ทายลักษณะโค
ทายลักษณะแพะ
ทายลักษณะแกะ
ทายลักษณะไก่
ทายลักษณะนกกระทา
ทายลักษณะเหี้ย
ทายลักษณะช่อฟ้า
ทายลักษณะเต่า
ทายลักษณะมฤค.

๓. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้ คือ
ดูฤกษ์ยาตราทัพว่า พระราชาจักยกออก พระราชาจักไม่ยกออก
พระราชาภายในจักเข้าประชิด
พระราชาภายนอกจักถอย
พระราชาภายนอกจักเข้าประชิด
พระราชาภายในจักถอย
พระราชาภายในจักมีชัย
พระราชาภายนอกจักปราชัย
พระราชาภายนอกจักมีชัย
พระราชาภายในจักปราชัย
พระราชาพระองค์นี้จักมีชัย
พระราชาพระองค์นี้จักปราชัยเพราะเหตุนี้ หรือเหตุนี้.

๔. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉัน โภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้ คือ
พยากรณ์ว่า จักมีจันทรคราส จักมีสุริยคราส จักมีนักษัตรคราส
ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์จักเดินถูกทาง
ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์จักเดินผิดทาง
ดาวนักษัตรจักเดินถูกทาง
ดาวนักษัตรจักเดินผิดทาง
จักมีอุกกาบาด จักมีดาวหาง จักมีแผ่นดินไหว จักมีฟ้าร้อง
ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรจักขึ้น
ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรจักตก
ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรจักมัวหมอง
ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรจักกระจ่าง
จันทรคราสจักมีผลอย่างนี้ สุริยคราสจักมีผลอย่างนี้
นักษัตรคราสจักมีผลอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์เดินถูกทางจักมีผลอย่างนี้
ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์เดินผิดทางจักมีผลอย่างนี้ ดาวนักษัตรเดินถูกทางจักมีผลอย่างนี้
ดาวนักษัตรเดินผิดทางจักมีผลอย่างนี้ อุกกาบาตจักมีผลอย่างนี้ ดาวหางจักมีผลอย่างนี้
แผ่นดินไหวจักมีผลอย่างนี้ ฟ้าร้องจักมีผลอย่างนี้
ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรขึ้นจักมีผลอย่างนี้
ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรตกจักมีผลอย่างนี้
ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรมัวหมองจักมีผลอย่างนี้ ดวงจันทร์
ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรกระจ่างจักมีผลอย่างนี้.

๕. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้ คือ
พยากรณ์ว่า
จักมีฝนดี จักมีฝนแล้ง
จักมีภิกษาหาได้ง่าย จักมีภิกษาหาได้ยาก
จักมีความเกษม จักมีภัย
จักเกิดโรค
จักมีความสำราญหาโรคมิได้
หรือ นับคะแนน คำนวณ นับประมวล แต่งกาพย์ โลกายตศาสตร์.

๖. พระสมณโคดม
เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้ คือ
ให้ฤกษ์อาวาหมงคล
ฤกษ์วิวาหมงคล
ดูฤกษ์เรียงหมอน
ดูฤกษ์หย่าร้าง
ดูฤกษ์เก็บทรัพย์
ดูฤกษ์จ่ายทรัพย์
ดูโชคดี
ดูเคราะห์ร้าย
ให้ยาผดุงครรภ์
ร่ายมนต์ให้ลิ้นกระด้าง
ร่ายมนต์ให้คางแข็ง
ร่ายมนต์ให้มือสั่น
ร่ายมนต์ไม่ให้หูได้ยินเสียง
เป็นหมอทรงกระจก
เป็นหมอทรงหญิงสาว
เป็นหมอทรงเจ้าบวงสรวงพระอาทิตย์
บวงสรวงท้าวมหาพรหม
ร่ายมนต์พ่นไฟ ทำพิธีเชิญขวัญ.

๗. พระสมณะโคดม
เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา
อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว
ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิด ด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้ คือ
ทำพิธีบนบาน
ทำพิธีแก้บน
ร่ายมนต์ขับผี
สอนมนต์ป้องกัน
บ้านเรือน
ทำกะเทยให้กลับเป็นชาย
ทำชายให้กลายเป็นกะเทย
ทำพิธีปลูกเรือน
ทำพิธีบวงสรวงพื้นที่
พ่นน้ำมนต์
รดน้ำมนต์
ทำพิธีบูชาไฟ
ปรุงยาสำรอก
ปรุงยาถ่าย
ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องบน
ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องล่าง
ปรุงยาแก้ปวดศีรษะ
หุงน้ำมันหยอดหู
ปรุงยาตา
ปรุงยานัตถุ์
ปรุงยาทากัด
ปรุงยาทาสมาน
ป้ายยาตา
ทำการผ่าตัด
รักษาเด็ก
ใส่ยา ชะแผล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ข้อที่ปุถุชนกล่าวชมตถาคตด้วยประการใด
ซึ่งมีประมาณน้อยนัก ยังต่ำนัก เป็นเพียงศีลนั้น เท่านั้นแล.
จบมหาศีล





 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9