หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
หน้า: [1] 2 3 ... 5   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องน่ารู้จากโรงถวายจังหัน  (อ่าน 21577 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋)
โทร. 088 919 1791
ผู้ดูแลกระทู้
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 897

Email : workshop773@hotmail.com



มีสาระต่างๆ มากมาย ที่หลวงปู่ได้สอนในช่วงเช้า ที่โรงถวายจังหัน
ผู้ได้ชม ได้ฟัง ต่างก็เก็บมาเล่าสู่กันปากต่อปาก
แต่ก็ลืมที่จะ มาเล่าสู้ผู้ที่ไม่รู้จักกัน ไม่เคยเห็นกัน แต่อยู่ร่วมกันในเว็บไซต์นี้

ดังนั้นเลยคิดว่า อย่าให้สาระประโยชน์ที่ได้ สูญหายไปตามกาลเวลาอย่างรวดเร็วเลย
เก็บมาเขียนเล่า ฝากสู่กันและกัน ฝากผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ดูในช่วงเวลาดังกล่าวจะดีกว่า
  /\


กระทู้นี้ เปิดเป็นเสรีสำหรับสมาชิกทุกท่าน
ใครจะมาเขียน สิ่งที่ตนจดจำได้ ในตอนเช้าจากการดูถ่ายทอดถวายจังหัน ก็สามารถเข้ามาเขียนกันได้ทุกท่านค่ะ


ใครเก็บเกี่ยวสิ่งใดได้ ก็นำมาแบ่งกันได้ที่นี่ได้นะค่ะ
:-[

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 20 ธันวาคม , 2010 เวลา 16:55:50 PM โดย ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋) » บันทึกการเข้า
ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋)
โทร. 088 919 1791
ผู้ดูแลกระทู้
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 897

Email : workshop773@hotmail.com



(หลวงปู่อ่านจากในหนังสือพระไตรปิฎกใน เช้าวันที่ 9 ตุลาคม 2553)


สัมณกัปปะ ๕ อย่าง  เล่ม 9 หน้า 10  (เล่มสีน้ำเงิน)

      สมัยต่อมา สัปบุรุษหมู่หนึ่งถวายภัตตาหารแก่สงฆ์
เขาไม่ได้ฝานมะม่วงเป็นชิ้น ๆ ในโรงอาหารล้วนแล้วไปด้วยผลมะม่วงทั้งนั้น
ภิกษุทั้งหลายรังเกียจไม่รับประเคน . . .

พระผู้มีพระภาคเจ้า ...ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงรับประเคนฉันเถิด
เราอนุญาตให้ฉันผลไม้โดยสมณกัปปะ ๕ อย่าง คือ
       ๑. ผลไม้ที่ลนด้วยไฟ
       ๒. ผลไม้ทำกรีดด้วยศัสตรา
       ๓. ผลไม้ที่จิกด้วยเล็บ
       ๔. ผลไม้ที่ไม่มีเมล็ด
       ๕. ผลไม้ที่ปล้อนเมล็ดออกแล้ว .
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ฉันผลไม้โดยสมณกัปปะ ๕ อย่างนี้.



พระพุทธานุญาตถั่วเขียว   เล่ม 7  หน้า 81 (เล่มน้ำเงิน)

ท่านพระกังขาเรวตะ ได้เห็นถั่วเขียวงอกขึ้นในกองอุจจาระ ณ ระหว่างทาง
แล้วรังเกียจว่า ถั่วเขียวเป็นอกัปปิยะ แม้ต้มแล้วก็ยังงอกได้
จึงพร้อมด้วยบริษัทไม่ฉันถั่วเขียว แม้พวกภิกษุที่เชื่อฟังคำของท่านก็พลอยไม่ฉันถั่วเขียวไปด้วย
ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถั่วเขียวแม้ที่ต้มแล้ว ถ้ายังงอกได้ เราอนุญาตให้ฉันถั่วเขียวได้ตามสบาย.


บันทึกการเข้า
Pratharn Yotsamut
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



สามารถชม Clip ย้อนหลัง ตอนถ่ายทอดถวายจังหันได้หรือเปล่าครับ??

ประธาน ยอดสมุทร
บันทึกการเข้า

ส่วนผู้ใดถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ว่าเป็นสรณะแล้ว เห็นอริยสัจ ๔ ด้วยปัญญาอันชอบ .... นี้แลเป็นสรณะอันเกษม นี้เป็นสรณะอันอุดม เขาอาศัยสิ่งนี้แล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้
เล่ม 55 หน้า 157
080-5412617
ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋)
โทร. 088 919 1791
ผู้ดูแลกระทู้
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 897

Email : workshop773@hotmail.com



อ้างจาก: author=pratharn link=topic=3803.msg21370#msg21370 date=1286639383
สามารถชม Clip ย้อนหลัง ตอนถ่ายทอดถวายจังหันได้หรือเปล่าครับ??

ประธาน ยอดสมุทร

ไม่สามารถรับชมย้อนหลังได้ค่ะ


การนำคลิปที่อัดผ่านทางหน้าจอ หรือไปถ่ายทำกันเองที่วัด
แล้วนำมามาเผยแพร่แจกจ่ายกัน บนหน้าเว็บ samyaek.com และลิ้งค์ต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเว็บไซต์นี้
เป็นการไม่สมควร


ที่วัดสามแยกจัดทำอยู่นั้น มีขั้นตอนที่ถูกต้องคือ
เมื่อบันทึกเทปการแสดงธรรมที่วัดสามแยกแล้ว ก่อนจะแจกจ่ายได้ ต้องนำมาตรวจดูกันก่อน
ตรงไหนสมควรก็คงไว้ ตรงไหนเห็นว่าไม่สมควร หรือน่าจะมีปัญหาก็ตัดออก
เมื่อพิจารณาตรวจสอบกันดีแล้ว จึงนำออกมาแจกจ่ายกันไป

และอย่างที่ คุณชัยณรงค์ นำเสียงแสดงธรรมตอบปัญหาแต่ละสัปดาห์มาลงเว็บได้นั้น ก็มีการขออนุญาติจากทางวัดแล้ว
แม้เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็ไม่สามารถตัดต่อแทนคุณชัยณรงค์ได้ค่ะ


ดังนั้น หากจะทำกันเองแจกกันเองโชว์กันเอง เป็นการส่วนตัวก็กระทำได้
แต่ถ้านำมาบนหน้าเว็บ samyaek.com และลิ้งค์ต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเว็บไซต์นี้
โดยไม่ได้คัดกรองจากวัดสามแยก หรือจากผู้ที่ทางวัดได้อนุญาติไว้แล้วนั้น จึงเป็นการกระทำที่ผิด ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 12 ตุลาคม , 2010 เวลา 02:55:30 AM โดย โอ๋ » บันทึกการเข้า
Pratharn Yotsamut
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49



ขอบคุณครับ

ประธาน ยอดสมุทร
บันทึกการเข้า

ส่วนผู้ใดถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ว่าเป็นสรณะแล้ว เห็นอริยสัจ ๔ ด้วยปัญญาอันชอบ .... นี้แลเป็นสรณะอันเกษม นี้เป็นสรณะอันอุดม เขาอาศัยสิ่งนี้แล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้
เล่ม 55 หน้า 157
080-5412617
ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋)
โทร. 088 919 1791
ผู้ดูแลกระทู้
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 897

Email : workshop773@hotmail.com



เช้าวันที่ 30 พ.ย. 53

เล่ม 26  (สีน้ำเงิน)  หน้าที่ 92    บรรทัดที่ 3

[๕๙] พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กายนี้ของคนพาล ผู้ถูกอวิชชาใดหุ้มห่อแล้ว
และประกอบแล้วด้วยตัณหาใดเกิดขึ้นแล้ว อวิชชานั้น คนพาลยังละไม่ได้
และตัณหานั้นยังไม่สิ้นไป ข้อนั้นเพราะเหตุไร
เพราะคนพาลไม่ได้ประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ
เหตุนั้น เมื่อตายไปคนพาลย่อมเข้าถึงกาย เมื่อเข้าถึงกาย
ชื่อว่ายังไม่พ้นจากชาติ ชรา มรณะ โสกปริเทวทุกขโทมนัสและอุปายาส
เรากล่าวว่า ยังไม่พ้นไปจากทุกข์ กายนี้ของบัณฑิตผู้ถูกอวิชชาใดหุ้มห่อแล้ว
และประกอบด้วยตัณหาใด เกิดขึ้นแล้ว อวิชชานั้น บัณฑิตละได้แล้ว
และตัณหานั้นสิ้นไปแล้ว ข้อนั้นเพราะเหตุไร
เพราะว่าบัณฑิตได้ประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ
เหตุนั้น เมื่อตายไป บัณฑิตย่อมไม่เข้าถึงกาย
เมื่อเขาไม่เข้าถึงกาย ชื่อว่าย่อมพ้นจากชาติ ชรา มรณะ โสกปริเทวทุกขโทมนัสและอุปายาส
เรากล่าวว่าย่อมพ้นจากทุกข์ อันนี้เป็นความแปลกกัน อันนี้เป็นอธิบาย
อันนี้เป็นความต่างกันของบัณฑิตกับคนพาล กล่าวคือ การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์.




เล่ม 26  (สีน้ำเงิน)  หน้าที่ 95    บรรทัดที่ 7

ท่านแสดงว่า มรรคพรหมจริยวาสนี้ใด. นี้คือความแปลกกันของบัณฑิตจากคนพาล.

ดังนั้นในพระสูตรนี้ ท่านจึงเรียกว่าปุถุชนผู้ยังมีปฏิสนธิทั้งหมดว่า เป็นคนพาล
พระขีณาสพผู้ไม่มีปฏิสนธิ เรียกว่าเป็นบัณฑิต.


ส่วนพระโสดาบัน พระสกทาคามี และพระอนาคามี
ใครๆ ไม่ควรเ รียกว่า บัณฑิต หรือคนพาล.

แต่เมื่อคบ ก็คบแต่ฝ่ายบัณฑิต.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 20 ธันวาคม , 2010 เวลา 16:57:21 PM โดย ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋) » บันทึกการเข้า
Natkamol(ณัฐกมล)
น.ส.ณัฐกมล ยิ้มจันทร์
ผู้ดูแลกระทู้
....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 327


เว็บไซต์

 /\ /\ /\ยินดีในบุญ ค่ะ ^-^
บันทึกการเข้า

ธรรมวินัยอันพระตถาคตเจ้าประกาศแล้วเปิดเผยไม่กำบังจึงรุ่งเรือง (เล่ม ๑๐ หน้า ๔๖๕_ปกน้ำเงิน)ขออำนาจ พุทธ ธรรม สงฆ์ จงบันดาลบุญข้าฯให้แก่ผู้ต้องการตลอดไป  natkamol_y@hotmail.com
ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋)
โทร. 088 919 1791
ผู้ดูแลกระทู้
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 897

Email : workshop773@hotmail.com



เช้าวันที่ 3 ธันวาคม 2553

วินัยเป็นเสมือนด้ายร้อยดอกไม้
เล่มที่ 1  หน้า 14 บรรทัดสุดท้าย (เล่มสีน้ำเงิน)

ดูก่อนสารีบุตร ดอกไม้ต่างพรรณที่เขากองไว้บนพื้นกระดานร้อยดีแล้วด้วยด้าย
ลมย่อมกระจายไม่ได้ ขจัดไม่ได้ กำจัดไม่ได้ซึ่งดอกไม้เหล่านั้นข้อนั้นเพราะเหตุไร
เพราะเขาร้อยดีแล้วด้วยด้าย ฉันใด
เพราะอันตรธานแห่งพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าเหล่านั้น
เพราะอันตรธานแห่งสาวกผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้าเหล่านั้น
สาวกชั้นหลังที่ต่างชื่อกัน ต่างโคตรกัน  ต่างชาติกัน ออกบวชจากตระกูลต่างกัน
จึงดำรงพระศาสนานั้นไว้ได้ตลอดระยะกาลยืนนาน ฉันนั้นเหมือนกัน.

ดูก่อนสารีบุตร อันนี้แลเป็นเหตุ อันนี้แลเป็นปัจจัย ให้พระศาสนา
ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามกกุสันธะ พระนามโกนาคมนะ
และพระนามกัสสปะ ดำรงอยู่นาน.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 20 ธันวาคม , 2010 เวลา 16:59:08 PM โดย ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋) » บันทึกการเข้า
บุญลักษณ์
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 235



 /\
ยินดีในบุญค่ะ
      ได้ความรู้เพิ่มดีมาก :)
บันทึกการเข้า
ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋)
โทร. 088 919 1791
ผู้ดูแลกระทู้
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 897

Email : workshop773@hotmail.com



เช้าที่ 9 ธันวาคม 2553

เล่มที่ 3 หน้า 954 บรรทัดที่ 15

ในการบริโภคเป็นธรรม และไม่เป็นธรรมนั้น พึงทราบวินิจฉัย ดังต่อไปนี้:-

ถ้าแม้บุคคลก็เป็นอลัชชี แม้บิณฑบาตไม่เป็นธรรม, น่ารังเกียจ ทั้ง ๒ ฝ่าย.
บุคคลเป็นอลัชชี แต่บิณฑบาตเป็นธรรม, ภิกษุทั้งหลายรังเกียจบุคคลแล้ว ไม่พึงรับบิณฑบาต.
แต่ในมหาปัจจรี ท่านกล่าวไว้ว่าคนทุศีล ได้อุเทศภัตเป็นต้นจากสงฆ์แล้ว ถวายแก่สงฆ์นั่นแล.
อุเทศภัตเป็นต้นนี้ ย่อมควร เพราะเป็นไปตามที่เขาถวายนั่นเอง.

บุคคลเป็นลัชชี บิณฑบาตไม่เป็นธรรม, บิณฑบาตน่ารังเกียจ ไม่ควรรับเอา.
บุคคลเป็นลัชชี แม้บิณฑบาตก็เป็นธรรม ย่อมสมควร.




หน้า 956

อีกอย่างหนึ่ง บุคคลผู้ใคร่ในบุญทั้งหลาย มีนางสนมของพระราชาเป็นต้น
ถวายเงินและทองใส่ไว้ในภัต ของควรเคี้ยว ของหอมและกำยานเป็นต้น,
ถวายแผ่นผ้าเล็ก ๆ รวมกับกหาปณะที่ขอดไว้ที่ชายผ้าเป็นต้นต้นนั่นแหละ แก่ภิกษุทั้งหลายผู้เที่ยวบิณฑบาตผ้า,
ภิกษุทั้งหลายรับเอาด้วยสำคัญว่าภัตตาหารเป็นต้น หรือสำคัญว่าผ้า,
ภิกษุนี้ พึงทราบว่าผู้มีความสำคัญในรูปิยะว่ามิใช่รูปิยะ รับเอารูปิยะด้วยอาการอย่างนี้.
แต่ภิกษุผู้รับ พึงกำหนดให้ดีว่า วัตถุนี้เราได้ในเรือนหลังนี้เพราะว่า ผู้ที่ถวายของด้วยไม่มีสติ ได้สติแล้วจะกลับมา (ทวงถาม).
ลำดับนั้น ภิกษุพึงบอกเขาว่า ท่านจงตรวจดูห่อผ้าของท่าน ดังนี้.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 20 ธันวาคม , 2010 เวลา 16:59:55 PM โดย ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋) » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: