หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: คำถามเกี่ยวกับพระเจ้าอชาตศัตรู กับ ข้อสงสัยอื่นๆ  (อ่าน 3655 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
วงศกร ตั้งทรงจิตร
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21



กราบนมัสการครับหลวงพ่อ หลายเดือนมานี้ผมได้ไปค้นตำราเรียนเก่าๆ ที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา แล้วเรื่องอื่นๆ ด้วย เลยขอมา
ถามเพื่อขจัดความสงสัยหน่อยครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1.พระเจ้าอชาตศัตรู ผมได้ยินมาว่าท่านฆ่าบิดาตัวเอง ซึ่งผลกรรมนี้ทำให้ท่านไม่อาจบรรลุธรรมขั้นใดๆได้
ซึ่งบิดาของท่านก็คือพระเจ้าพิมพิสาร ผมเข้าใจว่าพระเจ้าพิมพิสารนี้ ก็เป็นคนดีอยู่ในศีลธรรมและใกล้ชิดกับ
พระพุทธศาสนามาก และได้อุปถัมป์พระพุทธศาสนาไว้มากอยู่ พอลูกท่านทำให้ท่านตาย ท่านยังแค้นลูกอยู่หรือครับ
เพราะำกรรมยังมีผลไม่ให้พระเจ้าอชาติศัตรูบรรลุธรรม ผมเข้าใจว่า พระเจ้าพิมพิสารซึ่งมีใจใกล้ชิดศาสนาน่าจะ
อโหสิกรรมให้ลูกได้ เพราะตอนหลังลูกก็สำนึกผิดได้แล้วอะครับ หรือว่าท่านไม่ให้อภัยลูกตัวเอง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

2.พระเจ้าเทวทัตที่เป็นคู่เวรกรรมที่คอยจองเวรพระพุทธเจ้ามาหลายชาติ (เข้าใจว่าชาติก่อนท่านเกิดเป็นชูชกด้วย)
ดูเหมือนว่าท่านไม่ได้มารังควานพระพุทธเจ้าชาตินี้ชาติเดียว ชาติก่อนๆ ท่านก็คงมารังควานด้วยมั้ง กรรมของท่าน
คงจะหนักมาก แต่แล้วเท่าที่ผมรู้มาสุดท้ายพายหลังท่านก็ได้เป็นพระปัจเจกพระพุทธเจ้าเช่นกัน แสดงว่าพระเทวทัตเอง
ก็สั่งสมบุญไว้มากเช่นกันใช่ไหมครับ สุดท้ายทำบาปขนาดไหนก็ได้บรรลุธรรมแถมเป็นพระปัจเจกด้วย

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

3.บุญจากการรักษาศีล ผมเข้าใจว่าคนที่รับศีลมาเมื่อรักษาศีลได้ ไม่ว่ากี่วินาที ก็จะได้บุญมากกว่าคนที่รักษาศีลได้แต่ไม่ได้รับศีลมาใช่ไหมครับ
ในทางตรงกันข้ามคนที่รับศีลแล้วขาดจากศีลบาปที่ได้ก็จะมากกว่าเช่นเดียวกัน ผมอยากจะทำความเข้าใจเรื่องศีลนี้หน่อยว่า การรักษาศีลสำหรับคนที่ไม่ได้
รับศีลมา ถ้ารักษาไม่ครบยังได้บุญอยู่ไหม เช่น เราขาดจากพูดปดเป็นประจำ แต่ข้อที่เหลือสามารถรักษาได้หมด ยังงี้เรายังได้บุญจากสี่ข้อที่เหลืออยู่ไหม
หรือถ้าไม่ได้ครบห้าข้อ ก็จะไม่ได้บุญเลย

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

4.ตอนที่แม่ผมรักษาตัวอยู่กรุงเทพ แถวที่ผมพักอยู่มีขอทานจำนวนหนึ่่ง(มากพอดู) บางคนก็พิการไม่มีขา บางคนแต่งชุดขาวมาขอทาน บางคนเป็นเด็ก บางคนมาเล่นดนตรีแต่ตาบอด บางครั้ง ผมจะให้เงินเขาเหล่านี้ ห้าบาท บาทหนึ่ง บ้าง แล้วผมก็คิดว่าบุญนี้ให้แก่นายเวรที่รบกวนสมองแม่ข้า ถ้าขอทานเหล่านี้นำเงินไปใช้เพื่อประทังชีวิตต่อผมก็ได้บุญนั้นไปให้นายเวรของแม่ผมใช่ไหมครับ แต่ถ้าขอทานเหล่านั้นเป็นคนแกล้งมาขอทานหละครับแบบทำอาชีพนี้มานานเพราะได้เงินดีเมื่อได้เสร็จก็นำเงินไปเล่นการพนัน และอะไรที่ไม่ดีต่างๆ บาปเหล่านี้จะส่งผลถึงนายเวรของแม่ผมไหมครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

5.ผมได้อ่านกระทู้ในเวปนี้เห็นบอกว่าสามารถติดต่อกับเทวดาวัดสามแยกให้ไปช่วยกิจการได้ ด้วยการอธิฐานขอติดต่อก่อนแล้วค่อยอธิฐานส่งบุญเพื่อจ้าง ไม่ทราบว่าผมสามารถอธิฐานติดต่อให้เทวดามารักษาแม่ผมได้ไหมครับ แต่ก่อนจะพิมพ์นี้ผมอธิฐานมาหลายรอบแล้วแหละครับ ไม่ว่าจะเป็นหมอพยาบาลชาวทิพย์ของโรงพยาบาล หมอพยาบาลชาวทิพย์ที่เป็นญาติของแม่ ที่เป็นหมอประจำอำเภอ ประจำจังหวัด นายเวรที่รบกวนสมอง นายเวรที่ทำให้เป็นอัมพาต นายเวรที่ทำให้พูดไม่ได้ ให้ญาติ ให้เชื้อโรคที่รบกวน เพราะตอนนี้ผมต้องทำทุกทางเพื่อแม่ผม

 เข้าใจเลยว่าก่อนแม่ป่วยผมไม่ค่อยได้สนใจแม่เท่าไร ผมแม่ป่วยเป็นอย่างงี้ปุ๊ปผมเลยเห็นความสำคัญของแม่ขึ้นมามากขึ้นมากๆ ทำทุกอย่างเพื่อที่จะทำให้แม่ผมกลับมาแข็งแรงดังเดิม อยู่เป็นเนื้อนาบุญและที่พึ่งของผมต่อไป

  ผมเคยเห็นลายเซ็นต์ของหลวงพ่อแต่ก่อนที่เขียนประมาณว่า

  ขออำนาจพุทธ-ธรรม-สงฆ์ จงบรรดาลบุญของพระวัดสามแยก ให้ถึงแก่ ญาติ นายเวร เชื้อโรค เทพที่รักษา ของครอบครัวข้า

  อะไรประมาณนี้ ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังสามารถอธิฐานแบบนี้ได้อยู่หรือไม่ครับ เพราะตอนนี้ผมไม่เห็นมันอยู่ในลายเซ็นต์ของหลวงพ่อแล้ว

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บันทึกการเข้า
วงศกร ตั้งทรงจิตร
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21



เ่อ่อ ถามต่ออีกหน่อยนะครับ
เกี่ยวกับนายเวร เชื้อโรค เทพที่รักษา ญาติ ชาวทิพย์กลุ่มนี้ผมอธิฐานบุญให้บ่อย พอๆกับพวก หมอพยาบาลชาวทิพย์ที่ให้มารักษาแม่ผม แล้วผมไปเจอ
กระทู้นี้ http://www.samyaek.com/board2/index.php?topic=980.0 ผมเลยสงสัยว่า ก่อนจะเบิกบุญไปให้เขาเหล่านี้ต้องอธิฐานส่งเจตนาไปก่อนไว้ไหมครับ ว่า ให้ท่านทั้งหลายคอยรับบุญนะ เมื่อรับแล้วช่วยดูแลแม่เราด้วย ก่อนที่จะเบิกบุญให้ไปอะครับ

ยิ่งอ่านกระทู้นี้ยิ่งกลัวหนักเข้าไปอีก http://www.samyaek.com/board2/index.php?topic=1035.0 ชาวทิพย์ที่คอยรังควานเราแบบนี้ก็มีเหมือนกันแถมไม่ยอมเลิกลาอีกแหนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 20 กรกฎาคม , 2008 เวลา 08:52:33 AM โดย วงศกร ตั้งทรงจิตร » บันทึกการเข้า
พระวัดสามแยก
พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ (ครูบาหม่าว)
พระ
.....
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2695




1.   เรื่องนี้เป็นเรื่องของบาปฝ่ายพระเจ้าอชาตศัตรูเอง   
บาปที่ฆ่าพ่อตัวเองนี่แหละที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุธรรมใดๆได้   
ถึงแม้พ่อ   คือ   พระเจ้าพิมพิสารจะให้อภัยก็ตาม (เพราะพระเจ้าพิมพิสารเป็นพระโสดาบัน    ไม่อาฆาตใครหรอก)
แต่ธรรมชาติของบาปในส่วนนี้       ก็ไม่ยอมให้อภัยด้วย
และก็ไม่ใช่เฉพาะอนันตริยกรรมข้อที่ฆ่าพ่อตัวเองเท่านั้น    ที่ปิดกั้นทางดำเนินแห่งมรรค - ผล - นิพพาน   
แต่ใครก็ตามที่ทำบาปถึงอนันตริยกรรมข้อใดข้อหนึ่่งซะแล้ว     ก็มีผลเหมือนกันทั้งหมด   
คือไม่สามารถที่จะบรรลุมรรค - ผล   ใดๆได้ในชาติปัจจุบันนั้น

และถ้าหากว่าในครั้งนั้น    พระเจ้าอชาตศัตรูนี้ไม่ได้ฆ่าพ่อตัวเองแล้วล่ะก็   
พระองค์จะทรงบรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน    ต่อหน้าพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าที่สวนมะม่วงของหมอชีวก   
ในวันที่พระองค์เสด็จไปหาพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรกนับจากที่ได้ฆ่าพ่อตัวเอง
และวันนั้นก็ได้สดับพระธรรมเทศนา    "สามัญญผลสูตร" 

เรื่องนี้ใครสนใจรายละเอียดก็ไปหาอ่านกันเองอยู่ที่เล่ม   11   
และถึงแม้ว่าตอนนี้พระเจ้าอชาตศัตรูจะยังอยู่ที่    "โลหะกุมภีนรก"
แต่ว่า   พระองค์ก็จะได้ตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต   
ตามเรื่องราวที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกนี้

เล่ม   11    หน้า   496

....ด้วยว่า   ตั้งแต่เวลาที่ปลงพระชนม์พระชนกแล้ว     พระราชานี้มิได้บรรทมหลับเลยทั้งกลางคืนกลางวัน       
แต่ตั้งแต่เวลาที่เข้าเฝ้าพระศาสดา   ทรงสดับพระธรรมเทศนาอันไพเราะมีโอชานี้แล้ว     ทรงบรรทมหลับได้
ได้ทรงกระทำสักการะใหญ่แด่พระรัตนตรัย   ชื่อว่าผู้ที่ประกอบด้วยศรัทธาระดับปุถุชน   ที่เสมอเหมือนพระราชานี้ไม่มี.   
ก็ในอนาคต   จักเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่า    ชีวิตวิเสส     และจักปรินิพพานแล.

2.   เรื่องนี้ก็เป็นตามนั้น   คือ   เป็นคู่เวรกันมานมนานมากๆแล้ว   
เรื่องความอาฆาตต่อกันนี้ครั้งแรกที่ปรากฏก็ตั้งแต่ชาติที่ได้ชิงตัดหน้าเอาถาดทองกันโน่นแหละ   
นานมามากมายนักหนาแล้ว     ก็ตั้งแต่นั้นมา     ก็ได้มาเป็นคู่เวรคู่บารมีกันมาตลอด

สำหรับพระเทวทัตและทุกๆคนที่ยังไม่ได้บรรลุนิพพาน    เข้าสู่ความดับสนิท   
ก็ได้เวียนว่ายตายเกิดกันมานับภพชาติไม่ถ้วนหรอก    ทุกคนก็ได้สร้างทั้งบุญและบาปปะปนกันมาทั้งนั้น
ไม่มีใครที่จะสร้างแต่บุญเพียงอย่างเดียว    และก็ไม่มีใครที่จะสร้างแต่บาปเพียงอย่างเดียวเหมือนกัน
ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องท่องเที่ยววนเวียนอยู่ในวัฏฏะสงสาร    เดี๋ยวไปสวรรค์     เดี๋ยวลงนรก    ก็เป็นกันอยู่อย่างนี้

และในการสร้างบุญและบาปอันยาวนานของแต่ละคนนั้น    ก็ไม่มีใครซักคนที่จะอยู่ในวัฏฏะจักร
เพื่อรอใช้บุญและบาปของตัวเองได้หมด      มีแต่รีบเรียนรู้ให้มากตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
เมื่อเรียนรู้ให้ถึงที่สุดแล้ว    ก็จะสามารถหนีทั้งบุญและบาปได้ทั้งหมด   

ว่ากันโดยความเป็นจริง    ตัวของบุญนี่ก็เป็นสังขารมารอันหนึ่ง    เป็นตัวขัดขวางที่จะไม่ให้ดับสนิทอันหนึ่งเหมือนกัน
เพราะฉะนั้นถ้าใครยังติดบุญอยู่     ยังอาลัยบุญอยู่     ปล่อยวางบุญยังไม่ได้     ผู้นั้นนิพพานไม่ได้แน่นอน
อย่างเก่งที่สุดก็เป็นได้แค่พระอนาคามีเท่านั้น

แต่การจะไปถึงนิพพานให้ได้นั้น     ถ้าไม่มีบุญ     ก็ไปไม่ได้อีกเหมือนกัน
ต้องสร้างบุญไว้อย่างมากถึงจะไปถึงนิพพานได้     เมื่อไปถึงนิพพานแล้ว      ก็ต้องทิ้งบุญนั้นซะ
และทุกคนที่ไปถึงนิพพานก็ทอดทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้วล่ะ     ทอดทิ้งโดยอัตโนมัติ

ส่วนพระเทวทัตนี้ท่านก็ต้องได้เคยปรารถนาเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าเอาไว้แล้วล่ะ   
และก็คงได้สร้างบุญกุศลเพื่อการนี้เอาไว้มากด้วย   ในอนาคตท่านจึงจะได้ตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าสมปรารถนา

ในพระไตรปิฎกก็มีกล่าวถึงเรื่องนี้ตอนที่พระเทวทัตท่านกำลังจะตายเพราะถูกแผ่นดินสูบที่เล่ม   40    หน้า   198
   
....แม้พระเทวทัตแล     ลุกจากเตียงแล้วนั่งวางเท้าทั้งสองบนพื้นดิน   เท้าทั้งสองนั้นก็จมลงในแผ่นดิน.       
เธอจมลงแล้วโดยลำดับเพียงข้อเท้า, เพียงเข่า,  เพียงเอว,  เพียงนม, จนถึงคอ, 
ในเวลาที่กระดูกคางจดถึงพื้นดิน  ได้กล่าวคาถานี้ว่า
 
      
"ข้าพระองค์     ขอถึงพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น     ผู้เป็นบุคคลเลิศ     เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ     
เป็นสารถีฝึกนรชน    มีพระจักษุรอบคอบ    มีพระลักษณะแต่ละอย่าง     เกิดด้วยบุญตั้งร้อย     
ว่าเป็นที่พึ่ง    ด้วยกระดูกเหล่านี้พร้อมด้วยลมหายใจ.".....

 
   
...จริงอยู่     พระเทวทัตนั้น    จักเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า    นามว่า    อัฏฐิสสระ  ในที่สุดแห่งแสนกัลป์แต่กัลป์นี้   
พระเทวทัตนั้นจมดินไปแล้ว     เกิดในอเวจี.   และเธอเป็นผู้ไหวติงไม่ได้     ถูกไฟไหม้อยู่     
เพราะเป็นผู้ผิดในพระพุทธเจ้าผู้ไม่หวั่นไหว.  สรีระของเธอสูงประมาณ  ๑๐๐  โยชน์ (ประมาณ  1,600   กิโลเมตร)
เกิดในก้นอเวจีซึ่งมีประมาณ   ๓๐๐  โยชน์,    ศีรษะสอดเข้าไปสู่แผ่นเหล็กในเบื้องบนจนถึงหมวกหู,     
เท้าทั้งสองจมแผ่นดินเหล็กลงไปข้างล่างจนถึงข้อเท้า,
หลาวเหล็กมีปริมาณเท่าลำตาลขนาดใหญ่    ออกจากฝาด้านหลัง    แทงกลางหลังทะลุหน้าอก    ปักฝาด้านหน้า,   
อีกหลาวหนึ่งออกจากฝาด้านขวา    แทงสีข้างเบื้องขวา    ทะลุออกสีข้างเบื้องซ้าย     ปักฝาด้านซ้าย,   
อีกหลาวหนึ่ง     ออกจากแผ่นเหล็กข้างบน  แทงกระหม่อมทะลุออกส่วนเบื้องต่ำ     ปักลงสู่แผ่นดินเหล็ก. 
พระเทวทัตนั้น      เป็นผู้ไหวติงไม่ได้อันไฟไหม้ในอเวจีนั้น     ด้วยประการอย่างนี้…..

3.   คลิ๊กตามนี้    http://www.samyaek.com/board2/index.php?topic=461.msg5833#msg5833
และหาอ่านตามกระทู้เรื่องศีล  5   กระทู้อื่นๆด้วย    เพราะได้เคยตอบไว้เยอะแล้ว

4.   เรื่องทำบุญกับคนทั่วๆไปที่ไม่ใช่นักบวชนั้น    ไม่ว่าคนๆนั้นจะดีจะเลวยังไงก็ตามเถอะ    ขนาดเป็นคนเลวที่สุด
ผู้ทีทำบุญด้วยก็ยังได้บุญตั้ง   1000   เท่าโดยประมาณ     นี่เอาถึงที่สุดแล้วนะ   
เห็นพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าก็มีแต่ได้บุญ    เพราะตอนให้ทานเราก็ไม่ได้มุ่งหวังให้เขาเอาเงินไปทำในส่วนที่ไม่ดี
เพราะฉะนั้น   ทำบุญกับขอทานดังที่ว่ามา    ก็ไม่ต้องกังวลอะไร   

5.  ได้    และเรื่องอธิษฐานเอาบุญพระไปให้ชาวทิพย์ดังว่ามานั้นก็สามารถทำได้   
แต่ว่าคนที่จะได้บุญกลับมาอีกมากมายก็เป็นพระเอง    เพราะฉะนั้นทางที่ดี     ก็ควรจะเอาบุญใครบุญมันนั่นล่ะ
เบิกจ่ายกันตามสะดวก    เมื่อผลบุญย้อนกลับมา    ก็จะได้กลับมาหาตัวเอง    ตัวเองก็จะมีบุญเพิ่มมากขึ้น   
บุญที่เพิ่มมากขึ้นของตัวเองก็มาจาก      การได้ให้บุญเป็นทานนั่นแหละ


ส่วนเรื่องที่ถามมาเพิ่มนั้นก็ตามนั้นล่ะ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 24 กรกฎาคม , 2008 เวลา 22:37:13 PM โดย พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: