ประวัติความเป็นมาโดยย่อของวัดสามแยก
ประมาณพ.ศ.2536 หลวงปู่เฉลิม ธมฺมธโร ได้มาดำเนินงานโครงการปลูกป่าถาวร เฉลิมพระเกียรติ
ณ บริเวณหมู่บ้านดงคล้อ บ้านห้วยยางทอง ขึ้น เพื่อฟื้นฟูสภาพป่า ที่ถูกทำลาย และเพื่อให้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาพระธรรมของผู้สนใจทั่วไป
การดำเนินงานโครงการปลูกป่าฯ นี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายๆฝ่ายเช่น หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน แห่งวัดป่าบ้านตาด รวมทั้ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และได้รับบริจาคจากผู้ที่มีจิตศรัทธาในโครงการฯ ทั่วๆไปด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 ธนาคารแหลมทอง จำกัด (มหาชน) ได้สนับสนุน
งบประมาณในการดำเนินงานของโครงการเพิ่มเติมด้วย
ในการดำเนินงานโครงการฯ นั้น จำเป็นที่จะต้องอาศัยแรงงานจากชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อทำการแผ้วถางพื้นที่ ปลูกกล้าไม้ ป้องกันไฟป่า ฯลฯ
ฉะนั้น เมื่อหลวงปู่เฉลิม ธมฺมธโร ได้ทราบว่า หลวงปู่เกษม อาจิณฺณสีโล ได้พักอาศัยอยู่ที่สำนักสงฆ์บ้านห้วยยางทอง
ซึ่งชาวบ้านก็ได้ให้ความเคารพเลื่อมใสในตัวท่านหลวงปู่เกษมอยู่บ้าง หลวงปู่เฉลิม จึงได้ชักชวนหลวงปู่เกษม ให้มาช่วยกันทำงานในโครงการปลูกป่าฯ ด้วยกัน
ต่อมา เมื่อ พ.ศ.2542 โครงการปลูกป่าฯ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาดีแล้ว ประกอบกับทางวัดป่าภูแปก บ้านกกบก ตำบลหนองงิ้ว อำเภอวังสะพุง จ.เลย
ที่หลวงปู่เฉลิมเคยอยู่ปกครองมาก่อน ขาดพระเถระที่จะอยู่อบรมธรรมะให้กับชาวบ้าน และชาวบ้านภูแปกเองก็ต้องการให้หลวงปู่เฉลิม
กลับไปจำพรรษาที่วัดป่าภูแปกด้วย
เมื่อออกพรรษา พ.ศ. 2542 หลวงปู่เฉลิมจึงได้เดินทางไปอยู่อบรมชาวบ้าน ที่วัดป่าภูแปกเหมือนเดิม
โดยภาระต่างๆ ของวัดสามแยกทั้งหมด หลวงปู่เกษม อาจิณฺณสีโล รับภาระในการดูแลรับผิดชอบทั้งหมดตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้
และวัดสามแยกนี้ขึ้นกับ หมู่บ้านห้วยยางทอง หมู่ 9 ตำบลวังกวาง อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์
ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่หลวงปู่เกษม อาจิณฺณสีโล ได้มาพำนักอยู่ใกล้หมู่บ้านนั้น ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2533 และเมื่อวันที่ 14 ก.พ.2537
จึงได้ขึ้นมาช่วยงานหลวงปู่เฉลิมบนภูเขาซึ่งเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นวัดสามแยกจึงได้ขึ้นบัญชีวัดกับหมู่บ้านห้วยยางทอง
และชาวบ้านห้วยยางทองก็เป็นผู้อุปถัมภ์วัดสามแยกมาอย่างมั่นคง ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2533 มาจนถึงบัดนี้
เมื่อก่อนนั้นวัดสามแยกนี้คนทั้งหลายจะรู้จักกันในนามว่า สำนักสงฆ์ห้วยผึ้ง แต่ปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนชื่อเรียกมาเป็น วัดสามแยก
เพราะว่ามีหมู่บ้านชื่อว่าสามแยก ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดเท่าใดนัก เพราะฉะนั้นคนทั้งหลาย จึงเรียกชื่อสำนักสงฆ์ไปตามชื่อหมู่บ้าน
ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนั้น ทางสำนักสงฆ์จึงได้อนุโลมเรียกไปตามชื่อที่คนทั้งหลายเรียกกัน แต่ตามความเป็นจริงแล้ว หมู่บ้านสามแยกนั้น
ถือกันว่าเป็นคุ้มสามแยก เพราะในขณะนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านดงคล้อ เอกสารทางราชการ ของคนหมู่บ้านสามแยก จึงขึ้นกับหมู่บ้านดงคล้อทั้งหมด
สำหรับพื้นที่ของวัดสามแยกจากเดิมที่มีพื้นที่ประมาณ 2,735 ไร่ บัดนี้ มีผู้แลกสิทธิที่ดินของชาวบ้านถวายเพิ่มขึ้นอีกเพื่อปลูกป่า
เป็นพื้นที่ประมาณ 600 ไร่ และจะดูความเหมาะสมในการพิจารณา รับพื้นที่เพื่อปลูกป่าต่อไปอีกในอนาคต
เพราะฉะนั้นพื้นที่ปลูกป่าของวัดสามแยกจึงยังไม่แน่นอน แต่พื้นที่ทั้งหมดเมื่อปลูกป่าแล้ว ก็คือการคืนให้กรมป่าไม้ไปพร้อมแล้ว