พระไตรปิฏกศึกษา-โรงเรียนวัดสามแยก
กันยายน 10, 2010, 07:35:24 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  
หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เภสัช 5 ฉันเมื่อมีเหตุ  (อ่าน 1504 ครั้ง)
thanadol
Global Moderator
*****
กระทู้: 567


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2008, 08:29:19 am »

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 1032

         ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เพราะเหดุนั้นแล  เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่
ภิกษุทั้งหลาย   อาศัยอำนาจประโยชน์  ๑๐  ประการ  คือ 
เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑
เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑
เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก  ๑
เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก  ๑ 
เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน  ๑ 
เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต  ๑ 
เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส  ๑   
เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑   
เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑   
เพื่อถือตามพระวินัย  ๑       
             ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดง
อย่างนี้  ว่าดังนี้:-
                                      พระบัญญัติ
        ๔๒.  ๓.  อนึ่ง  มีเภสัชอันควรลิ้มของภิกษุผู้อาพาธ  คือ  เนยใส
เนยข้น  น้ำมัน  น้ำผึ้ง  น้ำอ้อย  ภิกษุรับประเคนของนั้นแล้ว   พึงเก็บ
ไว้ฉันได้  ๗ วันเป็นอย่างยิ่ง
  ภิกษุให้ล่วงกำหนดนั้นไป  เป็นนิสสัคคิย-
ปาจิตตีย์.                                                                 
                          เรื่องพระปิลินทวัจฉเถระ  จบ   
                                  สิกขาบทวิภังค์
        [๑๔๑]  คำว่า  มีเภสัชอันควรลิ้มของภิกษุผู้อาพาธ  เป็นต้น  มี
อธิบายดังต่อไปนี้:-

 พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 1033

        ที่ชื่อว่า  เนยใส  ได้แก่  เนยใสที่ทำจากน้ำมันโคบ้าง  น้ำนมแพะ
บ้าง  น้ำมันกระบือบ้าง   มังสะของสัตว์เหล่าใดเป็นของควร    เนยใสที่ทำ
จากน้ำนมสัตว์เหล่านั้น  ก็ใช้ได้
        ที่ชื่อว่า  เนยข้น  ได้แก่  เนยข้นที่ทำจากน้ำนมสัตว์เหล่านั้นแล
        ที่ชื่อว่า  น้ำมัน   ได้แก่   น้ำมันอันสกัดออกจากเมล็ดงาบ้าง  จาก
เมล็ดพันธุ์ผักกาดบ้าง     จากเมล็ดมะซางบ้าง    จากเมล็ดละหุ่งบ้าง   จาก
เปลวสัตว์บ้าง       
        ที่ชื่อว่า   น้ำผึ้ง   ได้แก่   รสหวานที่แมลงผึ้งทำ           
        ที่ชื่อว่า  น้ำอ้อย  ได้แก่  รสหวานที่เกิดจากอ้อย
        คำว่า     ภิกษุรับประเคนของนั้นแล้ว  พึงเก็บไว้ฉันได้  ๗  วัน
เป็นอย่างยิ่ง  คือเก็บไว้ฉันได้  ๗ วันเป็นอย่างมาก
        คำว่า    ภิกษุให้ล่วงกำหนดนั้นไป  เป็นนิสสัคคีย์   ความว่า เมื่อ
อรุณที่ ๘ ขึ้นมา  เภสัชนั้นเป็นนิสสัคคีย์ คือเป็นของจำต้องเสียสละแก่สงฆ์
คณะ  หรือบุคคล
   
        ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ก็เเลภิกษุพึงเสียสละเภสัชนั้นอย่างนี้:-
                                         วิธีเสียสละ
                                    เสียสละแก่สงฆ์
        ภิกษุรูปนั้น   พึงเข้าไปหาสงฆ์    ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า   กราบ
เท้าภิกษุผู้แก่พรรษากว่า  นั่งกระโหย่งเท้าประนมมือ  กล่าวอย่างนี้ว่า
        ท่านเจ้าข้า   เภสัชนี้ของข้าพเจ้าล่วง  ๗  วัน  เป็นของจำจะสละ
ข้าพเจ้าสละเภสัชนี้แก่สงฆ์

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 1050

        สองบทว่า  ตานิ  ปฏิคฺคเหตฺวา   มีความว่า    ถ้าภิกษุรับประเคน
เภสัช  ๕ อย่าง     มีเนยเป็นต้นแม้ทั้งหมด    เก็บไว้ไม่แยกกันในหม้อเดียว
ในเมื่อล่วง ๗ วันไปแล้ว       เป็นนิสสัคคีย์เพียงตัวเดียว,     เมื่อแยกกันเก็บ
เป็นนิสสัคคีย์ ๕ ตัว.   เอาเภสัช ๕ นี้   ยังไม่ล่วง ๗ วัน  ภิกษุผู้อาพาธก็ดี
ไม่อาพาธก็ดี   ควรบริโภคตามสบาย   โดยนัยดังกล่าวแล้ว.
               [อธิบายข้อที่ทรงอนุญาตไว้เฉพาะ  ๗  อย่าง]
        ก็ข้อที่ชื่อว่าทรงอนุญาตเฉพาะ     มี ๗ อย่าง  คือ   อนุญาตเฉพาะ
อาพาธ ๑  เฉพาะบุคคล  ๑  เฉพาะกาล  ๑  เฉพาะสมัย  ๑  เฉพาะประเทศ  ๑
เฉพาะมันเปลว  ๑   เฉพาะเภสัช ๑.
        บรรดาอนุญาตเฉพาะ  ๗  อย่างนั้น  ที่ชื่อว่าทรงอนุญาตเฉพาะอาพาธ
ได้แก่     ข้อที่ทรงอนุญาตเฉพาะอาพาธอย่างนี้ว่า    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! 
เราอนุญาตเนื้อสด  เลือดสด  ในเพราะอาพาธอันเกิดจากมนุษย์*.   เนื้อสด
และเลือดสดนั้น     ควรแก่ภิกษุผู้อาพาธด้วยอาพาธนั้นอย่างเดียว   ไม่ควร
แก่ภิกษุอื่น.   ก็แล  เนื้อสดและเลือดสดนั้นเป็นกัปปิยะก็ดี    เป็นอกัปปิยะ
ก็ดี  ย่อมควรทั้งนั้น  ทั้งในกาลทั้งในวิกาล.
         ที่ชื่อว่าทรงอนุญาตเฉพาะบุคคล    ได้แก่    ข้อที่ทรงอนุญาตเฉพาะ
บุคคลอย่างนี้ว่า   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  !  เราอนุญาตการเรออวกแก่ภิกษุผู้
มักเรออวก, ภิกษุทั้งหลาย  !      แต่ที่เรออวกมานอกทวารปากแล้ว  ไม่ควร
*  วิ.  มหา.  ๕/๓๕

 พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 1051

กลืนกิน.    การเรออวกนั้น  ควรแก่ภิกษุผู้มักเรออวกนั้นเท่านั้น   ไม่ควร
แก่ภิกษุอื่น.
         ที่ชื่อว่าทรงอนุญาตเฉพาะกาล  ได้แก่   ข้อที่ทรงอนุญาตเฉพาะกาล
ที่ภิกษุถูกงูกัดอย่างนี้ว่า    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  !   เราอนุญาตยามหาวิกัฏ  ๔
คือ   คูถ  มูตร  เถ้า  ดิน.    ยามหาวิกัฎนั้น  เฉพาะในกาลนั้น  แม้ไม่รับ
ประเคน  ก็ควร,   ในกาลอื่นหาควรไม่.
         ที่ชื่อว่าทรงอนุญาตเฉพาะสมัย    ได้แก่    อนาบัติทั้งหลาย   ที่ทรง
อนุญาตไว้เฉพาะสมัยนั้น  ๆ โดยนัยมีว่า   (เป็นปาจิตตีย์)     ในเพราะคุณ-
โภชนะ   เว้นแต่สมัย๓  ดังนี้ เป็นต้น.   อาบัติเหล่านั้นเป็นอาบัติเฉพาะใน
สมัยนั้น ๆ เท่านั้น,  ในสมัยอื่นหาเป็นไม่.
          ที่ชื่อว่าอนุญาตเฉพาะประเทศ     ได้แก่       สังฆกรรมมีอุปสมบท
เป็นต้น     ที่ทรงอนุญาตเฉพาะในปัจจันตประเทศอย่างนี้ว่า    ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย !   เราอนุญาตการอุปสมบท  ด้วยคณะมีพระวินัยธรเป็นที่  ๕  ใน
ปัจจันตชนบทเห็นปานนี้.     สังฆกรรมมีอุปสมบทเป็นต้นนั้น   ย่อมควร
เฉพาะในปัจจันตชนบทนั้นเท่านั้น,  ในมัชฌิมประเทศหาควรไม่.
          ที่ชื่อว่าทรงอนุญาตเฉพาะมันเปลว    ได้แก่   ข้อที่ทรงอนุญาตเภสัช
โดยชื่อแห่งมันเปลวอย่างนี้ว่า   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  !   เราอนุญาตเปลวมัน
เป็นเภสัช.๕  เปลวมันเภสัชนั้น   ของจำพวกสัตว์มีเปลวมันเป็นกัปปิยะและ
อกัปปิยะทั้งหมด    เว้นเปลวมันของมนุษย์เสียย่อมควร   เพื่อบริโภคอย่าง
บริโภคน้ำมัน  แก่พวกภิกษุผู้มีความต้องการด้วยน้ำมันนั้น.         
๑.  วิจุล.  ๗/๔๘.  ๒.  มหา.  ๒/๓๑๒.  ๓. ๔.  วิ.  มหา.  ๕/๕๑-๓๖-๔๑-๓๙.
๕.  วิ.  มหา. ๕/๕๑-๓๖-๔๑-๓๙.

 พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 1052

         ที่ชื่อว่าทรงอนุญาตเฉพาะเภสัช  ได้แก่ เนยใส เนยข้น  น้ำมัน  น้ำผึ้ง
และน้ำอ้อย   ที่สามารถแผ่ไปเพื่อสำเร็จอาหารกิจ   ซึ่งทรงอนุญาตไว้  โดย
ชื่อแห่งเภสัชอย่างนี้ว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  !  เราอนุญาตเภสัช  ๕.  เภสัช ๕
เหล่านั้น    ภิกษุรับประเคนแล้ว    พึงบริโภคได้ตามสบายในปุเรภัตในวัน
นั้น,  ตั้งแต่ปัจฉาภัตไป   เมื่อมีเหตุ   พึงบริโภค   ได้ตลอด ๗ วัน   โดย
นัยดังกล่าวแล้ว.                                   
           [อธิบายบทภาชนีย์และอนาปัตติวาร]
        ข้อว่า  สตฺตาหาติกฺกนฺเต   อติกฺกนฺตสญฺญีี  นิสฺสคฺคิยํ  ปาจิตฺติยํ
มีความว่า  แม้ถ้าว่า  เภสัชนั้นมีประมาณเท่าเมล็คพันธุ์ผักกาด   พอจะเอา
นิ้วแตะแล้วลมด้วยลิ้นคราวเดียว      อันภิกษุจำต้องเสียสละแท้      และพึง
แสดงอาบัติปาจิตตีย์เสีย.
         ข้อว่า  น  กายิเกน  ปริโภเคน   ปริภุญฺชิตพฺพํ   มีความว่า  ภิกษุ
อย่าพึงเอาทาร่างกาย       หรือทาแผลที่ร่างกาย.        แม้บริขารมีผ้ากาสาวะ
ไม้เท้า  รองเท้า  เขียงเช็ดเท้า  เตียงและตั่งเป็นต้น  ถูกเภสัชที่เป็นนิสสัคคิย-
วัตถุเหล่านั้นเปื้อนแล้ว     เป็นของไม่ควรบริโภค  ในมหาปัจจรี  กล่าวว่า
ที่สำหรับมือจับแม้ในบานประตูและหน้าต่างก็ไม่ควรทำ.     ในมหาอรรถ-
กถาท่านกล่าวว่า     แต่ผสมลงในน้ำฝาดแล้วควรทาบานประตูและหน้าต่าง
ได้.
         ข้อว่า  อนาปตฺติ  อนฺโตสตฺตาหํ  อธิฏฺเฐติ   มีความว่า  ในภายใน
๗  วัน  ภิกษุอธิษฐานเนยใส  น้ำมัน   และเปลวมันไว้เป็นน้ำมันทาศีรษะ
หรือเป็นน้ำมันสำหรับหยอด,   อธิษฐานน้ำผึ้งไว้เป็นยาทาแผล    น้ำอ้อย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
 
กระโดดไป: