หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: สวดมนต์เช้า-เย็น  (อ่าน 6933 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PAWANRAT
บุคคลทั่วไป

ได้ไปเข้าปฏิบัติธรรมค่ะ แล้วจะมีพระ 1องค์, พ่อและแม่(บวชพราหม์) ผู้ฝึกการปฏิบัติธรรม เวลาเราลืมสวดมนต์หรือมีธุระพอไปที่สำนักปฏิบัติธรรม ท่านก็จะท้วงว่าเราไม่ได้สวด คือวันที่ท่านถอดร่างไปดูแล้วเราไม่ได้สวดจริงๆ นะค่ะ แล้วบอกว่าการไม่สวดทำให้กำลังใจท้อ ซึ่งมันขัดกับหลวงปู่ว่าไม่ให้สวด
อยากขอความกระจ่างค่ะ!
บันทึกการเข้า
melisa
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14



ไม่กล้าบอกนะคะว่าไม่ให้สวดเพราะการสวดมนต์มีข้อดีค่ะ และการที่หลวงปู่ท่านพูดเรื่องการสวดมนต์นั้นว่าไม่ต้องสวดก็มีเหตุผลค่ะ เอาเริ่มจากที่พระของคุณPAWANRAT ท่านบอกว่าเราไม่สวดมนต์แล้วจะท้อก็อาจจะด้วยเหตุว่า
      ^-^ท่านประสงค์ให้คุณมีสมาธิที่ดีโดยการให้สวดมนต์ให้จิตตั้งมั่น แล้วการสวดมนต์เนี่ยเพื่อให้ระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งเป็นสมาธิที่ดี มีพลังที่ดีในการรวมสมาธิ ไม่ใช่ให้ไปท่องคาถาอะไรที่ไม่ดี และหากสิ่งไม่ดีเลวร้ายไม่ว่าคนหรือผีก็ทำอะไรให้ไม่ดี
   และการที่เรามีจิตตั้งมั่นในสมาธิ เราก็ควรรู้ถึงความหมายของบทสวดมนต์ที่เราสวดด้วย เช่น เมลิสา ชอบการสวดบทพาหุงมากช่วงหนึ่ง ก็จะสวดๆๆๆ แต่ต่อมาเมื่อเรามีสมาธิมากขึ้นก็จะคิดว่าเอ ที่เราสวดอยู่เรื่อยๆน่ะ แปลว่าไร ก็ขวนขวายหาความหมายของบทสวด ซึ่งพบว่า ความหมายก็คือ การที่พระพุทธเจ้าชนะมารหรือคนไม่ดีด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งเราสามารถนำหลักธรรมและตัวอย่างที่ท่านได้ทำไว้มาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ความอดทนต่อการเข้ามารบกวนของหมู่มาร การมีเมตตาต่อช้างที่กะลังวิ่งเข้ามาหา การเงียบ(หนูก็แปลตามที่หนูเข้าใจเอามาใช้นะคะ)กับการที่นางจิณจมารวิกา มาใส่ร้ายท่านว่าท่านทำให้นางท้อง สิ่งเหล่านี้จากบทสวดมนต์ก็คือ การนำมาปฏิบัติซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำอีกอย่างหนึ่ง นอกจากการทำให้จิตตั้งมั่นในสิ่งที่ดี
   และการสวดมนต์นี้ หลวงปู่เกษม ท่านก็เคยพูดไว้ในวีซีดี ว่า หากใครอยากจะสวดก็สวด แต่... แต่นะคะ ต้องบอกกล่าวกะผู้ที่อยู่รอบๆบริเวณนั้นด้วย แม้เราจะมองไม่เห็นหรือสัมผัสได้ ว่า อ่ะข้าจะสวดมนต์แล้วนะ จากนั้นพวกที่เค้าไม่สามารถอยู่ฟังได้ก็จะหนีไปไกลๆ ส่วนพวกที่อยู่และชอบสวดมนต์ก็จะอยู่ต่อไป เป็นการไม่เบียดเบียนใครจากการสวดมนต์ของเรา
   สาเหตุที่ต้องบอกกล่าวก่อน ก็จำได้จากวีซีดีว่า พวกภูต ผี ปีศาจ ที่เค้าไม่รู้เรื่องเค้าจะเหมือนถูกลมพายุพัดๆๆๆๆไป หรือบางตัวอาจเจ็บปวด เพราะพลังหรือบารมีของพระพุทธเจ้า ที่เราสวดน่ะจะมีพลังยิ่งใหญ่มากๆ ที่พวกเล็กๆเค้าไม่สามารถทนอยู่ได้ แม้ว่า เค้าจะอยู่ใกล้ๆที่เราสวดมนต์แล้วไม่ได้ทำร้ายเราก็ตาม ก็อาจกลับเป็นว่า เค้าโมโหแล้วเกลียดเราว่าเราไปทำร้ายเค้า แต่พวกที่ชอบสวดมนต์ก็เป็นพวกเทวดา
   และในความเห็นของmelisa ก็คือ
1. การเริ่มปฏิบัติธรรมน่ะ มักจะมีสิ่งไม่ดีมาคอยขัดขวาง การสวดมนต์ก็เหมือนไล่สิ่งไม่ดีออกไปจากตัวเราก่อน เพราะจะเหลือแต่สิ่งที่ดีๆคอยสนับสนุนเราค่ะ
2. เป็นการทำให้จิตใจของเราน้อมรับเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะ จริงๆ ไม่ใช่เอาอย่างอื่นมาเป็นสรณะ แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนตอนนี้ แต่หากเราปฏิบัติไปเรื่อยๆก็จะเข้าใจค่ะ

   แล้วหากว่า ปฏิบัติไปก็อย่าเพิ่งท้อ หากว่ารู้สึกว่าการปฏิบัติธรรมจะเจออะไรวุ่นวาย เพราะนั่นเป็นการดึงเราให้จิตใจวุ่นวาย ลังเลสงสัยในการทำความเพียรของเรา
  หลวงปู่เกษมก็มีวิธีช่วยเหลือเราด้วยการโอนบุญให้ก่อนที่เราจะปฏิบัติภาวนาค่ะ

    เอ..... ???หนูไม่ทราบว่าจะไปเอามายังไงดี พอดีจำไม่ได้ว่าเอามาจากกระทู้เรื่องไหนที่เป็นการโอนบุญก่อนการปฏิบัตธรรม กระทู้เก่าเรื่องที่หนูตั้งไว้ก็หาไม่เจอ ตอนแรกๆน่ะค่ะ เรือง การสัมผัสจิต ;D
   หนูว่า พี่ๆคงเข้ามาช่วยตอบให้ได้นะคะ ;D
  หรือหากหนูหาเจอแล้วจะเอาตอบไว้ให้ค่ะ :D
แต่ลองเข้าไปดูในกระทู้นี้ก่อนก็ดีนะคะ เพราะมีเรื่องราวมากมายให้ได้ศึกษาค่ะ เกี่ยวกับเรื่องสวดมนต์เลย
                 http://www.samyaek.com/oldboard/252.htm

ขอให้การปฏิบัติธรรมเจริญก้าวหน้านะคะ  ;)
บันทึกการเข้า
b
บุคคลทั่วไป

ถามเจ้าของกระทู้
๑ บริกรรมอะไรหรือไม่ ในขณะเจริญธรรม
๒ ท่านให้สวดบทอะไร ความหมายอย่างไร
๓ ทำตามแนวของหลวงปู่ ในขณะที่ปฏิบัติ มีผลอย่างไร เทียบกับ ก่อนรู้จักธรรมที่หลวงปู่แสดง
๔ ในขณะปฏิบัติ ได้เกิดอาการขนลุก ขนพอง สยองเกล้าไหม

หากตอบ
๑ บริกรรม พุทโธ คงเคยได้ยินหลวงปู่พูดไว้นะครับว่า พุทโธ อันเดียวครอบหมด

ส่วนข้ออื่น ให้ตอบในใจแล้ว คิดคำนวณเอง
คำตอบก็จะปรากฏนะครับ
บันทึกการเข้า
PAWANRAT
บุคคลทั่วไป

เจ้าของตอบกระทู้
๑ บริกรรมอะไรหรือไม่ ในขณะเจริญธรรม
 ตอบ พุทโธค่ะ
๒ ท่านให้สวดบทอะไร ความหมายอย่างไร
   ตอบ
-ข้าพเจ้าขอกราบไหว้วันทานมัสการพระพุทธเจ้าทุกพระองค์, พระอรหันต์ทุกพระองค์, พระบรมเบศสังฆเจ้า, พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก, พระองค์พระโพธสัตว์เจ้าทุกพระองค์ พระอริยะสงฆ์เจ้าทุกพระองค์, พระคุณบิดา มารดา,พระคุณครูบาอาจารย์, พรหมทุกพระองค์, เทพทุกพระองค์,บรมครูปู่ฤาษีทั้ง 108 ทุกพระองค์ โปรดส่งบารีมีมายังตัวข้าด้วยเทอญ
-ขอขมาพระรัตนตรัย
-นะโม 3 จบ
-ไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
-บารมี 30 ทัศ
-พระไตรปิฎก 26 บท
-ขออโหสิกรรมแล้วให้อโหสิกรรม, ขอขมาพระพุทธ พระธรรม พระสงค์ ร่วงทั้งครูบาอาจารย์ บิดามารดา วงศาคณาญาติ เทวดาที่ปกปักรํกษา, แผ่เมตรตาให้ตนเอง, สัตเพสัตตา, แล้วก็ขอบารีพระพุทธเจ้าทุกพระองค์รรวมทั้งพระสมณโคดม, ขอให้ร่ายกายแข็งแรง การงานเจริญ โรคภัยไม่มี แล้วก็เกิดชาติหน้าให้เจริญในพระพุทธศาสนา (จริงจะต้องมีมากกว่านี้ก่อนขอขมาพระรัตนตรัยแต่จำไม่ได้ค่ะ

๓ ทำตามแนวของหลวงปู่ ในขณะที่ปฏิบัติ มีผลอย่างไร เทียบกับ ก่อนรู้จักธรรมที่หลวงปู่แสดง
   ตอบ ดีขึ้นค่ะ (ถึงได้ถามไงค่ะว่าจะสวดดีไหม)
๔ ในขณะปฏิบัติ ได้เกิดอาการขนลุก ขนพอง สยองเกล้าไหม
   ตอบ ค่ะขนะนั้งสมาธิขนลุกค่ะ แล้วก็ก่อนหน้านี้ให้พิจารณาอสุภกรรมฐาน (แม่บอกว่าติดราคะ), ตอนนี้ให้พิจารณาจิต แล้วให้มองภายนอกเป็นสิ่ง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มีชั่วขณะหนึ่งมีความสุขมากจนรู้สึกว่าสุขได้แค่นี้หรือ แม่ก็บอกว่าให้เราคิดว่า 1 นาทีสุขขณะนี้ ถ้า 2 นาทีสุขขณะไหนนะค่ะ (แม่ในที่นี้หมายถึงแม่ที่ถือศีลพราหมณ์นะคะ)

สรุปส่งท้าย
คือว่าแม่บอกว่า กุ้งขาดปัญญานะคะ คือตอนพิจารณาอสุภ (ตอนนอนนะคะเห็น เทียนที่แสงหนึ่งเล่ม แล้วก็ทอนไม้หนึ่งทอน กุ้งยังไม่เข้าใจเลย ตอนนี้ก็ยังขัดๆ กันนะค่ะว่าจะสวดดีไม่สวดดี คิดว่านะค่ะทำอย่างละครึ่งแล้วกัน เย็นไม่สวด เช้าสวด ดีไหมค่ะ แล้วต้องเพิ่มประโยคไหนก่อนสวดไหมค่ะกรุณาตอบให้กระจ่างคะ คุณ b
บันทึกการเข้า
manit/นาย มานิต กรีเงิน
มุ่งสั่งสมบุญ เพื่อรู้สัจจะธรรม นำไปสู่ความพ้นทุกข์
..
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 75




ขอร่วมแสดงความคิดเห็นดังนี้

1.ถ้าคุณเป็นนักปฏิบัติอย่างแท้จริง  ต้องทำตัวเหมือนนักวิทยาศาสตร์  ที่ต้องกล้าทดลองปฏิบัติตามแนวคำสอนของครูบาอาจารย์  แต่ละท่านดู   จนเกิดสภาวะธรรมต่างๆขึ้นกับตัวเอง  แล้วเปรียบเทียบกันด้วยตัวเองว่า  คำสอนของครูบาอาจารย์ท่านใด  ที่ปฏิบัติแล้วเกิดผลดีกับตัวคุณเอง  และเป็นวิธีปฏิบัติที่ถูกกับจริตนิสัยของตัวคุณเอง   จนคุณเกิดความรู้ขึ้นเฉพาะในจิตตัวเอง(ปัจจัตตัง)   แล้วคุณก็จะสามารถตัดสินด้วยตัวคุณเองว่า  จะเลือกปฏิบัติตามแนวคำสอนของครูบาอาจารย์ท่านใดดี

2.พระพุทธเจ้าเคยสอนชาวเมืองกาลาม  ในกาลามสูตรว่า  ไม่ให้เชื่อคำสอนของครูบาอาจารย์  ไม่ให้เชื่อคัมภีร์  ไม่ให้เชื่อตำรา   แล้วสรุปตอนท้ายว่า  จนกว่าเราจะสามารถปฏิบัติ  ใคร่ครวญ  เจริญภาวนา จนพบความจริงด้วยตนเอง  แล้วเราจึงเชื่อ  อยากเรียนให้คุณลองเอาหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าไปคิดพิจารณาดู   แล้วทำตามนั้นดู   แล้วคุณจะพบคำตอบด้วยตัวคุณเอง  โดยไม่ต้องถามใคร

     ขอเรียนไว้ให้พิจารณาเพียงเท่านี้  สวัสดี
บันทึกการเข้า
ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋)
โทร. 088 919 1791
ผู้ดูแลกระทู้
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 897

Email : workshop773@hotmail.com



อ้างจาก: author=manit/มานิต link=topic=97.msg1087#msg1087 date=1170564890
ขอร่วมแสดงความคิดเห็นดังนี้

1.ถ้าคุณเป็นนักปฏิบัติอย่างแท้จริง  ต้องทำตัวเหมือนนักวิทยาศาสตร์  ที่ต้องกล้าทดลองปฏิบัติตามแนวคำสอนของครูบาอาจารย์  แต่ละท่านดู   จนเกิดสภาวะธรรมต่างๆขึ้นกับตัวเอง  แล้วเปรียบเทียบกันด้วยตัวเองว่า  คำสอนของครูบาอาจารย์ท่านใด  ที่ปฏิบัติแล้วเกิดผลดีกับตัวคุณเอง  และเป็นวิธีปฏิบัติที่ถูกกับจริตนิสัยของตัวคุณเอง   จนคุณเกิดความรู้ขึ้นเฉพาะในจิตตัวเอง(ปัจจัตตัง)   แล้วคุณก็จะสามารถตัดสินด้วยตัวคุณเองว่า  จะเลือกปฏิบัติตามแนวคำสอนของครูบาอาจารย์ท่านใดดี

2.พระพุทธเจ้าเคยสอนชาวเมืองกาลาม  ในกาลามสูตรว่า  ไม่ให้เชื่อคำสอนของครูบาอาจารย์  ไม่ให้เชื่อคัมภีร์  ไม่ให้เชื่อตำรา   แล้วสรุปตอนท้ายว่า  จนกว่าเราจะสามารถปฏิบัติ  ใคร่ครวญ  เจริญภาวนา จนพบความจริงด้วยตนเอง  แล้วเราจึงเชื่อ  อยากเรียนให้คุณลองเอาหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าไปคิดพิจารณาดู   แล้วทำตามนั้นดู   แล้วคุณจะพบคำตอบด้วยตัวคุณเอง  โดยไม่ต้องถามใคร

     ขอเรียนไว้ให้พิจารณาเพียงเท่านี้  สวัสดี

 /\     ;D     :D    ;)
บันทึกการเข้า
b
บุคคลทั่วไป

อ้างจาก: author=b link=topic=97.msg738#msg738 date=1169917923
ถามเจ้าของกระทู้
๑ บริกรรมอะไรหรือไม่ ในขณะเจริญธรรม
๒ ท่านให้สวดบทอะไร ความหมายอย่างไร
๓ ทำตามแนวของหลวงปู่ ในขณะที่ปฏิบัติ มีผลอย่างไร เทียบกับ ก่อนรู้จักธรรมที่หลวงปู่แสดง
๔ ในขณะปฏิบัติ ได้เกิดอาการขนลุก ขนพอง สยองเกล้าไหม

๑ คำว่า "พุทโธ" คำเดียวครอบหมด "ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน"
๒ ถามเพื่อให้เจ้าของกระทู้ตรวจตนเองว่า ในขณะที่สวด (ท่อง) บทสวดต่างๆ รู้คำแปลหรือไม่ (หมายถึงรู้คำแปลเป็นไทยได้ทุกคำที่สวดเป็นบาลี) หากสวดเป็นไทย ก็ดูอีกว่า ปฏิบัติตามในสิ่งที่สวดหรือยัง และหากบทสวดใด มีคำแปลอันทำให้ภพภูมิอื่นฉิบหายไป (ตรงจุดนี้หลวงปู่ก็ได้แนะนำไว้ในวีซีดีหลายชุด)
๓ คงต้องเปิดวีซีดีดูให้มากขึ้น ให้เข้าใจคำสอนของหลวงปู่ให้ชัดเจน จนเข้าใจอย่างถูกตามคำสอน
เจ้าของกระทู้ พบเองแล้วว่า การทำตามหลวงปู่แล้วดีขึ้น หากเป็นตัวข้าพเจ้าก็จะทำตามเรื่องอื่นที่ท่านแนะนำเพิ่มเติมอีก เช่นเรื่องการหยุดสวดมนต์ การเลิกห้อยเครื่องลาง การมลายคลายคาถากำกับในพระเครื่อง การ... ทำดูเพิ่มอีก เมื่อชัดเจนว่า ได้ผล ก็ไม่สงสัย
๔ คำว่า ขนพอง สยองเกล้า นี้ เกิดขึ้นเมื่อมีเหตุอันน่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้น พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ระลึกถึงพุทธคุณได้ แต่หากขนลุกเบาๆ อันนี้ ผู้ต้องการบุญ หรือผู้อนุโมทนาบุญในโลกทิพย์ เขากระทำให้บุคคลคนนั้นทราบว่า พวกเขาได้รับแล้วบ้าง พวกเขาอยากได้บุญบ้าง ... เป็นต้น

ข้าพเจ้าคงไม่แนะนำให้สวดอะไร ให้สวด (ท่อง) คำโอนบุญ อุทิศบุญ ก็คงพอดีกับสถานการณ์ปกติ

ชุดที่ท่านเจ้าของกระทู้ ควรขอไปเปิดเพื่อศีกษา เปิดดูหลายๆรอบ ในขณะดูก็เชิญญาติทิพย์ และผู้ที่ต้องการดูให้มาดู มาศึกษาด้วยกันด้วยความสงบ
๑ หลวงพ่อขออภัย (ในชุดนี้จะได้พบกับคำสอนในหลายแง่มุม และการที่พระผู้พ้นแล้ว แต่ครองขันธ์อยู่ แก้ไขในสิ่งที่อบรมเคลื่อนไปจากพุทธธรรม)
๒ กรรมฐาน กรรมย้าย
๓ กรรมฐานของใคร ของมัน

และควรอ่าน บทปริโภท ๑๐ (ความกังวล ๑๐ อย่าง) ในพระไตรปิฎกดูให้เข้าใจ (ในชุดหลวงพ่อขออภัย ท่านได้พูดถึงอยู่นะ)

ลองคิดตามดู กับคำว่า "ทำอย่างละครึ่ง"
เช้าไปถึงที่ทำงาน ด่าเพื่อนร่วมงานอย่างเสียๆหายๆ ทั้งที่ไม่มีเหตุ
เย็นก่อนกลับบ้า อวยพรเพื่อน ชวนเพื่อนร่วมทางกลับบ้าน
คิดว่า อะไรจะเกิดขึ้นตามมา
ลองทำซ้ำสักอาทิตย์นึง เดือนนึง
บุคคลรอบข้างจะอยู่ร่วมกับเราได้ไหม คิดอย่างไรกับเรา
ลองคิดตามดูนะ (เช้าสวดมนต์ไล่ เย็นโอนบุญให้)


บันทึกการเข้า
PAWANRAT
บุคคลทั่วไป

ถึงคุณ b ช่วยตอบอีกครั้ง
แล้วในกรณีที่เราขี้เกียจสวดมนต์ แล้วรู้สึกว่ามีคนมาปลุก
เช่นปัดเท้าตอนเช้า เมื่อถึงเวลาสวดมนต์
หรือตื่นแล้วไม่อยากสวดมีคนมาเขย่ามือจะทำอย่างไร
เมื่อเช้าจะไม่ลุกมาสวดมนต์โดนเขย่ามือคะทำไงดีคะ
บันทึกการเข้า
b
บุคคลทั่วไป

ที่ข้าพเจ้าได้บอกเล่าไป ท่านเจ้าของกระทู้มีความเข้าใจชัดเจนหรือไม่หนอ

สำหรับคำถามชุดหลัง
ให้ลองทำแบบนี้ดู
ก่อนเปิดวีซีดีชุด "หลวงพ่อขออภัย" ให้ท่านระลึกดังนี้
"ขออำนาจพระรัตนตรัย จงบันดาลกระแสคิดของข้าให้ดังถึงเหล่าญาติทิพย์หรือมิใช่ญาติก็ตามที่มาดึงแขน ดึงขาให้ข้าฯสวดมนต์ จงมาล้อมวงกันดูการแสดงธรรมขององค์หลวงปู่เกษม ถึงผลดี ผลเสียของการสวดมนต์ และหากยังมีข้อสงสัยอีก ข้าฯอขอเปิดโอกาสให้เดินทางไปศึกษาต่อกับหลวงปู่ได้ แต่หากเข้าใจแล้วก็ไม่ต้องไป"

หรือ จะอบรมพวกเขาเองก็ย่อมได้
แต่ ตัวเจ้าของกระทู้ ทราบชัดหรือยัง หรือ ยอมรับหรือยังว่า การสวดมนต์ไม่ได้เกิดผลดีอย่างเดียว แต่ยังทำร้ายทำลายภูมิอื่นๆอีก
หากท่านน้อมแล้วกับเรื่องนี้ ท่านจะอบรมพวกเขาได้ง่าย แต่หากตัวท่านเองยังลังเล สงสัย
พวกเขาก็จะเป็นเช่นเดียวกับท่าน
ขอให้ท่านเจ้าของกระทู้ฟังซีดีหลวงปู่ให้มากขึ้น ฟังซ้ำหลายรอบก่อน
เพราะหากถามไปโดยไม่ศึกษาด้วยตนเอง ถามเท่าไหร่ก็ไม่เข้าถึง
ลองดู
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: