หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: องคชาตมีเครื่องลาดและไม่มี  (อ่าน 3081 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
biwboons
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7





ผมไม่เข้าใจคำนี้อ่ะครับ องคชาตมีเครื่องลาดและไม่มี  คืออะไรครับอวัยยวะที่มีเครื่่่องลาด ?




 นายพงศกานต์  บุญสังข์


บันทึกการเข้า
ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋)
โทร. 088 919 1791
ผู้ดูแลกระทู้
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 902

Email : workshop773@hotmail.com



อ้างจาก: author=อุดม รายเงิน link=topic=5437.msg27005#msg27005 date=1325922181
   กถาว่าด้วยองคชาตมีเครื่องลาดและไม่มี
       พระผู้มีพระภาคเจ้า  ครั้นทรงนำ  ๒๗๐  จตุกกะมาแล้ว  เพื่อรักษา
ภิกษุผู้ปฏิบัติ  ด้วยประการอย่างนี้  บัดนี้  ได้ทอดพระเนตรเห็นว่า  บาปภิกษุ
เหล่าใดในอนาคต  จักแกล้งอ้างเลศว่า  อุปาทินนกะ  (คือกายินทรีย์ที่มีชีวิต)
อะไร ๆ  อันอุปมทินนกะ  (คือกายินทรีย์ที่มีชีวิต)  จะถูกต้ององคชาตที่ลาด
แล้วนี้  หามีไม่,  ในการที่ไม่ถูกต้องนี้จะมีโทษอย่างไรเล่า?,  บาปภิกษุเหล่านั้น
จักไม่มีที่พึ่งในศาสนาอย่างนี้  ดังนี้แล้ว  เมื่อจะทรงแยกแสดง  บรรดาจตุกกะ 
๒๗๐  จตุกกะเหล่านั้น  แต่ละจตุกกะ  โดยความต่างแห่งองคชาตที่ลาดแล้ว
เป็นต้น  ๔  อย่าง  จึงตรัสคำว่า    พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก  พามนุษย์ผู้หญิงมาใน
สำนักของภิกษุ  แล้วให้นั่งทับองคชาตด้วยวัจจมรรค  ปัสสาวมรรค  มุขมรรค
ของหญิงที่มีเครื่องลาด  ของภิกษุไม่มีเครื่องลาด  ดังนี้เป็นต้น.
   บรรดาบทเหล่านั้น  ในสองบทเป็นต้นว่า  สนฺถตาย  อสนฺถตตสฺส
พึงทราบโยชนาโดยนัยนี้ว่า  ให้นั่งทับองคชาตของภิกษุที่ไม่มีเครื่องลาด  ด้วย
วัจจมรรค  ปัสสาวมรรค  มุขมรรค  ของหญิงที่มีเครื่องลาด.  บรรดามรรค
ทั้ง  ๓  มรรคใดมรรคหนึ่งของหญิง  ที่ชื่อว่ามีเครื่องลาด  ในบรรดามรรคที่มี
เครื่องลาดและไม่มีเครื่องลาดเหล่านั้น  ได้แก่มรรคที่เขาเอาผ้าหรือใบไม้
เปลือกปอหรือหนัง  หรือแผ่นดีบุกและสังกะสีเป็นต้น  อย่างใดอย่างหนึ่ง  พัน
หรือสอดเข้าไปสวมไว้ในภายใน.  องคชาตของชาย  ที่ชื่อว่ามีเครื่องลาดนั้น
ได้แก่
  องคชาตที่เขาเอาบรรดาวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง  มีผ้าเป็นต้นเหล่านั้น
นั่นเองมาสวมไว้

    (ผมคันหาใน Google ครับ)

ข้อความข้างบนนี้นี้อยู่ที่เล่ม 1 หน้า 831 เล่มสีน้ำเงิน

---------------------------------------------------------------
เมื่ออ่านถัดมาในหน้า 832  คำตอบก็ชัดเจนว่า ปลอกสวม

แต่ถ้าอ่านแค่หน้า 831 หนังสืออธิบายไว้ชัดว่า เครื่องลาดได้แก่อะไร
ในบรรดามรรคที่มีเครื่องลาดและไม่มีเครื่องลาดเหล่านั้น 
ได้แก่มรรคที่เขาเอาผ้าหรือใบไม้เปลือกปอหรือหนัง  หรือแผ่นดีบุกและสังกะสีเป็นต้น  อย่างใดอย่างหนึ่ง 
พันหรือสอดเข้าไปสวมไว้ในภายใน. 

องคชาตของชาย  ที่ชื่อว่ามีเครื่องลาดนั้นได้แก่  องคชาตที่เขาเอาบรรดาวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง 
มีผ้าเป็นต้นเหล่านั้นนั่นเองมาสวมไว้


----------------------------------------------------------------
(เล่ม 1 หน้า 832 เล่มสีน้ำเงิน)
ในมรรคทั้ง ๓ เหล่านั้น อนุปาทินนกะ (คือกายินทรีย์ที่ไม่มีใจครอง)
กับอุปาทินนกะ (คือกายินทรีย์ที่มีใจครอง) จะกระทบกันก็ตาม อุปาทินนกะ
กับอนุปาทินนกะจะกระทบกันก็ตาม อนุปาทินนกะกับอนุปาทินนกะจะกระทบ
กันเองก็ตาม อุปาทินนกะกับอุปาทินนกะจะกระทบกันเองก็ตาม ถ้าองคชาต
เข้าไปตลอดประเทศที่พระอาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า เมื่อองคชาตเข้าไปแล้ว
เป็นปาราชิก ดังนี้ไซร้ เมื่อภิกษุยินดีในทุก ๆ มรรค ในเขตแห่งปาราชิก
เป็นปาราชิก ในเขตแห่งถุลลัจจัย เป็นถุลลัจจัย ในเขตแห่งทุกกฏ เป็นทุกกฏ
ทีเดียว.
ถ้านิมิตหญิงเขาสวมปลอกกันไว้ เมื่อภิกษุกระทบปลอก มีทุกกฏ.
ถ้านิมิตของชายเขาสวมปลอกกันไว้ เมื่อภิกษุสอดปลอกเข้าไปเป็นทุกกฏ. ถ้า
นิมิตทั้งสองเขาสวมปลอกกันไว้ เมื่อภิกษุกระทบปลอกกับปลอก เป็นทุกกฏ.
ถ้าเขาเอาบรรดาวัตถุมีปล้องไม้ไผ่และไม้อ้อเป็นต้นไร ๆ สวมไว้ในนิมิตของ
หญิง แม้หากภิกษุสอด (องค์กำเนิด) เข้าไปถูกส่วนภายใต้แห่งวัตถุที่สวมไว้
นั้น เพียงเท่าเมล็ดงาเดียว เป็นปาราชิก หากสอดเข้าไปถูกส่วนเบื้องบนก็ดี
ถูกข้าง ๆ หนึ่ง บรรดาข้างทั้งสองก็ดี เป็นปาราชิก เมื่อสอดเข้าไปไม่ให้ถูก
ข้างทั้ง ๔ แม้หากถูกพื้นภายในแห่งไม้ไผ่และไม้อ้อเป็นต้นนั้น ก็เป็นปาราชิก.
ก็ถ้าว่าสอดเข้าไปไม่ให้ถูกที่ข้างหรือที่พื้น ให้เชิดไปในอากาศอย่างเดียวแล้ว
ชักออก เป็นทุกกฏ ถูกต้องปลอกในภายนอก เป็นทุกกฏเหมือนกัน. บัณฑิต
พึงทราบลักษณะในทุก ๆ มรรคมีวัจจมรรคเป็นต้น เหมือนอย่างที่ท่านกล่าว
ไว้ในนิมิตหญิงฉะนั้นแล.
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: