หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 21   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: พระอาจารย์เกษม อาจิณณฺสีโล ในข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ หัวข้อข่าว " พระโลดโผน "  (อ่าน 69551 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หนิง _ศรุตยา
" ขออำนาจพุทธ ธรรม สงฆ์ จงบันดาลบุญข้า ให้ถึงแก่ผู้ต้องการตลอดไป "
ผู้ดูแลกระทู้
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1137


ศรุตยา อยู่สำราญ



อ้างอิง  =>>  ลิงค์ข่าวจาก  techalife



พระรึเปล่า? ไม่ได้อยากดัง - พระเกษม อาจิณฺณสีโล วัดสามแยก

ต้นปีผมเคยนำเสนอเรื่อง การแก้กรรมพิศดารของแม่ชีธนพร โดยไม่คาดคิดว่าจะต้องมาเขียนบล็อกประเภทนี้อีก....

   แต่สังคมสมัยนี้ มีอะไรเสื่อมทรามเยอะกว่าที่เราคิดครับ ครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนาพุทธของเราอีกแล้ว ผมเห็นคลิปนี้จาก Pantip.com ก็อดที่จะนำมาตีแผ่ให้สังคมรับรู้ไม่ได้ พระรูปนี้มีชื่อว่า หลวงปู่เกษม อาจิณฺณสีโล วัดสามแยก จ.เพชรบูรณ์ครับ  เคยเป็นข่าวฉาวมาแล้วครั้งหนึ่ง กรณี เหยียบฐาน ตบหน้า และห้ามไม่ให้ฆราวาสกราบไหว้พระพุทธรูปครับ ครั้งนั้นออกรายการเรื่องจริงผ่านจอ ทางทีวีช่อง 7 สี โดยพระเกษมอ้าง หลักธรรมคำสอนจากพระไตรปิฎกของพระพุทธเจ้า ไม่อยากให้ผู้คน ญาติโยมบูชา วัตถุทองเหลือง!! 

   จริง ๆคำสอนของพระเกษมก็มีส่วนถูกต้องและจริงอยู่บ้างเช่นการรณรงค์ห้ามไม่ให้ญาติโยมถวายเงิน-ทองแด่พระภิกษุสงฆ์ แต่ข้อนี้ผมว่าปกติก็เป็นศีลข้อห้ามในหลักธรรมอยู่แล้ว ซึ่งต้องแยกแยะให้ออกจากกรณ๊การบริจาคให้วัด เพื่อนำไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่น เช่น การบูรณะ ปฏิสังขรณ์วัด/โบราณสถานต่าง ๆ ภายในวัด

   
  มาถึงกรณีคลิปฉาวล่าสุดนี้ (ดูคลิปด้านล่างประกอบครับ) เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ชวนให้ผมชาวพุทธคนหนึ่ง งุนงงและสับสนว่านี่ใช้ พระภิกษุสงฆ์หรือ ? ถ้อยคำที่หยาบคาย กิริยาอาการที่ไม่สำรวม แสดงอารมฌ์โทสะ การใช่เท้าพาดเสา วางบนโต๊ะกับข้าว เตะสิ่งของ  ถ่มน้ำลาย ให้ของลับฯ  และก็กล่าวท้าทาย ถามว่าตัวเองอยากดังหรือเปล่า ? ผมล่ะเป็นห่วงญาติโยมที่พระเกษมรูปนี้สอนสั่งจริง ๆ (จริง ๆ ไม่น่าจะเรียกว่า "พระ" อีกต่อไป) ดูเหมือนว่าคลิปนี้ พระรูปนี้จะตั้งใจถ่าย และอัพโหลดมาให้สังคมดูด้วย ผมคิดว่าเราไม่ควรจะปล่อยให้ พระรูปนี้ (หรือคนบ้าคนนี้) สร้างความเสื่อมโทรม และด่างพร้อยในศาสนาพุทธของเราครับ มีหลายคลิปที่พระรูปนี้สั่งสอนญาติโยมใน Youtube มากมาย
บันทึกการเข้า

สีน้ำเงิน > เล่ม 42 หน้า 148
 " พึงชำนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ , พึงชำนะคนไม่ดี ด้วยความดี , พึงชำนะคนตระหนี่ ด้วยการให้ปัน , พึงชำนะคนพูดพล่อยๆ ด้วยคำจริง"


☆ขออำนาจพุทธ ธรรม สงฆ์จงบันดาลบุญข้าให้แก่ญาติ เทพที่รักษา นายเวร เชื้อโรค และผู้ที่ต้องการตลอดไป☆
Phonphat I.
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123



โยนพศ.เอาผิดพระทำไม่เหมาะสม
วันอังคาร ที่ 20 กันยายน 2554 เวลา 16:18 น
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=38&contentID=164678

สมเด็จวัดปากน้ำ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ รับมีพระพูดจา “กู มึง อั๊ว ลื้อ” จริง เตือนอย่าทำตัวให้คนเสื่อมศรัทธา
 
จากกรณีคลิปพระรูปหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ ถ่ายคลิปตอบโต้ข้อกล่าวหาแสดงธรรมเพื่ออยากดังถึงกับเตะถีบโต๊ะเก้าอี้ สบถถ้อยคำหยาบเป็นระยะๆ ท่ามกลางศิษย์และพระลูกวัดจำนวนมากนั้น เมื่อวันนี้ (20 ก.ย.) นายจรูญ นราคร รองอธิบดีกรมการศาสนา(ศน.) กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดเพราะขณะนี้ติดราชการอยู่ จึงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นอะไรได้ อย่างไรก็ตาม การดูแลพฤติกรรมพระสงฆ์นั้น เป็นหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)โดยตรง ทางกรมการศาสนาดูแลสนับสนุนเรื่องการเผยแผ่คำสอนของ 5 ศาสนา ได้แก่ พุทธ คริสต์ อิสลาม พรหมณ์ ฮินดู  ในเรื่องดังกล่าวขอให้ทาง พศ.เป็นผู้ดูแลจะดีกว่า เพราะมีอำนาจพิจารณาโดยตรง โดยผู้สื่อข่าว ได้ขอสัมภาษณ์เรื่องนี้กับ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และผู้บริหารระดับสูง แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้   
 
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า  ในการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการพระอุปัชฌาย์ ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 4 ประกอบด้วย จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ และพิจิตร จำนวน  378 รูป  ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พุทธอุทยานนครสวรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เมื่อเร็วๆนี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กล่าวว่า พระอุปัชฌาย์เป็นตำแหน่งสำคัญตำแหน่งหนึ่งทางพระพุทธศาสนา ซึ่งพระพุทธศาสนาจะเจริญหรือไม่ พระอุปัชฌาย์มีส่วนสำคัญ เพราะพระอุปัชฌาย์คือผู้ที่จะรับคนเข้ามาบวช เป็นพระภิกษุสามเณร หากพระอุปัชฌาย์คำนึงถึงระเบียบข้อบังคับของมหาเถรสมาคม(มส.) ในการพิจารณาผู้ที่จะขอเข้ามาบวช ก็จะทำให้พระพุทธศาสนามีความมั่นคง แต่หากพระอุปัชฌาย์ไม่สนใจกฎ ระเบียบ ปล่อยคนไม่ดีให้เข้ามาบวชได้ จะทำให้พระพุทธศาสนาไม่เจริญ
 
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเคยได้รับรายงานมาว่ามีพระสงฆ์ระดับเจ้าคณะอำเภอรูปหนึ่งในจังหวัดทางภาคเหนือ เวลามีใครมาขอบวชก็บวชให้หมด ไม่มีการตรวจสอบ ดังนั้น ตนจึงให้ออกจากตำแหน่งพระอุปัชฌาย์ และยังให้ออกจากตำแหน่งทางการปกครองทั้งเจ้าอาวาส และเจ้าคณะอำเภอด้วย เพราะถือว่าจะไม่เป็นผลดีต่อพระพุทธศาสนา ทั้งนี้การเป็นพระอุปัชฌาย์จะต้องมีจุดยืน 2 ข้อ คือ1.ความดี 2.ความจริง และจะเกิดความศรัทธาต่อพุทธศาสนิกชน ขณะเดียวกันการนุ่งห่ม จีวร จะต้องเรียบร้อย และเมื่อบวชให้ใครไปแล้วจะต้องดูแล ไม่ใช้บวชให้แล้วทิ้งไม่สนใจ และหากผู้ที่บวชไม่ได้อยู่วัดเดียวกันก็ต้องฝากฝังเจ้าอาวาสวัดนั้นให้ดูแลด้วย
 
“อยากฝากไปถึงเรื่องการพูดของพระสงฆ์ด้วย เพราะที่ผ่านมาเคยได้ยินพระสงฆ์พูดกันแล้วใช้คำว่า กู มึง อั๊ว ลื้อ ซึ่งเป็นคำที่พระไม่ควรพูดหากมีใครมาได้ยินจะทำให้เสียศรัทธาอย่างมาก” เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กล่าว
บันทึกการเข้า
Phonphat I.
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123



' พระเกษมเป็นข่าวอีก ' สำนักพุทธฯเล็งเอาผิด
วันพุธ ที่ 21 กันยายน 2554

ขออนุญาตแปะลิงก์เพราะเนื้อหาของข่าวยาว : http://www.thairath.co.th/content/region/203268


บันทึกการเข้า
หนิง _ศรุตยา
" ขออำนาจพุทธ ธรรม สงฆ์ จงบันดาลบุญข้า ให้ถึงแก่ผู้ต้องการตลอดไป "
ผู้ดูแลกระทู้
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1137


ศรุตยา อยู่สำราญ



” รายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ "    วันที่ 21 กย. 2554   


ดู ย้อนหลังได้ที่ =>   http://www.me.in.th/live/index1.php 


เลือกช่อง 3  => เลือกเวลาใน ช่วงเวลา 06.32 – 06.42  ค่ะ
บันทึกการเข้า

สีน้ำเงิน > เล่ม 42 หน้า 148
 " พึงชำนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ , พึงชำนะคนไม่ดี ด้วยความดี , พึงชำนะคนตระหนี่ ด้วยการให้ปัน , พึงชำนะคนพูดพล่อยๆ ด้วยคำจริง"


☆ขออำนาจพุทธ ธรรม สงฆ์จงบันดาลบุญข้าให้แก่ญาติ เทพที่รักษา นายเวร เชื้อโรค และผู้ที่ต้องการตลอดไป☆
อัมรินทร์ คารศรี
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120




ขอเพิ่มเติม รายการเรื่องเล่าเช้านี้  วันที่ 21 กันยายน 2554
ลิงค์จาก youtube ครับ

http://www.youtube.com/watch?v=2sP9jkIrLp0

<a href="http://www.youtube.com/v/2sP9jkIrLp0" target="_blank">http://www.youtube.com/v/2sP9jkIrLp0</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 22 กันยายน , 2011 เวลา 16:20:36 PM โดย ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋) » บันทึกการเข้า
ด.ต.ปิยะวัฒน์...(ดาบต้น)
“ พระธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ๑ เปิดเผยดี ปกปิดไม่ดี ”
....
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 372

บุญนี้ส่งผลให้ข้ามีปัญญาดีรู้ธรรมทั่วถึง ให้ข้าดับ



ข้อธรรมจากหลวงปู่ที่โรงรับจังหัน...เช้าวันนี้

หลวงปู่อ่านพระไตรปิฏก 4 เล่ม

เหตุจากคลิป VDO ที่เป็นข่าว

๑....พระไตรปิฎก ฉบับมหามกุฏฯ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๕๗

หน้า 410-412

๗.  คูถปาณกชาดก

                                หนอนท้าช้างสู้
       [๓๐๓]  ท่านก็เป็นผู้กล้าหาญ    มาพบกับเราผู้กล้า
         หาญ  อาจประหารได้ไม่ย่นย่อ  มาซิช้าง  ท่านจง
         กลับมาก่อน     ท่านกลัวหรือจึงได้หนีไป     ขอให้
         พวกคนชาวอังคะและมคธะได้เห็นความกล้าหาญ
         ของเราและของท่านเถิด.
       [๓๐๔]  เราจักไม่ต้องฆ่าเจ้าด้วยเท้า   งา   หรือด้วย
         งวงเลย  เราจักฆ่าเจ้าด้วยคูถ  หนอนตัวเน่า  ควร
         ฆ่าด้วยของเน่าเช่นกัน.
                      จบ  คูถปาณกชาดกที่  ๗

                อรรถกถาคูถปาณกชาดกที่  ๗

         พระศาสดาเมื่อประทับอยู่  ณ  พระเชตวันมหาวิหาร  ทรง
ปรารภภิกษุรูปหนึ่ง     ตรัสพระธรรมเทศนานี้    มีคำเริ่มต้นว่า
สูโร สูเรน สงฺคมฺม ดังนี้.
         ได้ยินว่า    ในครั้งนั้นมีบ้านในนิคมแห่งหนึ่ง     จากเชตวัน-
มหาวิหารประมาณโยชน์กับหนึ่งคาวุต.    ที่บ้านนั้นมีสลากภัตร
และปักขิกภัตรเป็นอันมาก.    มีบุรุษด้วนผู้หนึ่ง    ชอบซักถาม

ปัญหาอยู่ที่บ้านนั้น.    บุรุษนั้นถามปัญหาภิกษุหนุ่มและสามเณร 
ที่ไปรับสลากภัตรและปักขิกภัตรว่า    พวกไหนดื่ม    พวกไหน
เคี้ยวกิน    พวกไหนบริโภค    ทำให้ภิกษุและสามเณรเหล่านั้นไม่
สามารถตอบปัญหาได้    ให้ได้อาย.     ภิกษุและสามเณรทั้งหลาย
จึงไม่ไปบ้านนั้นเพื่อรับสลากภัตรและปักขิกภัตร     เพราะเกรง
บุรุษด้วนนั้น.    อยู่มาวันหนึ่งภิกษุรูปหนึ่งไปโรงสลากถามว่า
ท่านผู้เจริญ      สลากภัตรหรือปักขิกภัตรที่บ้านโน้นยังมีอยู่หรือ
เมื่อภิกษุผู้เป็นภัตถุทเทสก์กล่าวว่า   ยังมีอยู่   ท่าน   แต่ที่บ้านนั้น
มีบุรุษด้วนคนหนึ่ง    คอยถามปัญหา    ด่าว่าภิกษุสามเณรที่ไม่
สามารถแก้ปัญหาได้  จึงไม่มีใครอยากไปเพราะเกรงบุรุษด้วนนั้น
จึงกล่าวว่า    ท่านผู้เจริญ      ขอจงให้ภัตรที่บ้านนั้นถึงผมเถิด    ผม
จักทรมานบุรุษนั้น   ทำให้หมดพยศ   จะทำให้หนีไปเพราะเห็นผม
ตั้งแต่นั้นเลย.  ภิกษุทั้งหลายรับว่า   ดีละ    จะให้ภัตรที่บ้านนั้น
ถึงแก่ท่าน    ภิกษุนั้นจึงไปที่บ้านนั้นห่มจีวรที่ประตูบ้าน.    บุรุษ
ด้วนเห็นภิกษุนั้น   ก็ปรี่เข้าไปหาดังแพะดุ    กล่าวว่า  สมณะจงแก้
ปัญหาของข้าพเจ้าเถิด.   ภิกษุนั้นกล่าวว่า   อุบาสก   ขอให้อาตมา
เที่ยวบิณฑบาตในบ้านรับข้าวยาคูมาศาลานั่งพักเสียก่อนเถิด.
บุรุษด้วนเมื่อภิกษุนั้นรับข้าวยาคู    แล้วมาสู่ศาลานั่งพัก     ก็ได้
กล่าวเหมือนอย่างนั้น.    ภิกษุนั้นก็ผัดว่า    ขอดื่มข้าวยาคูก่อน
ขอกวาดศาลานั่งพักก่อน   ขอรับสลากภัตรมาก่อน   ครั้นรับสลาก
ภัตรแล้ว   จึงให้บุรุษนั้นถือบาตร   กล่าวว่า    ตามมาเถิด    เราจัก

แก้ปัญหาท่าน   พาไปนอกบ้าน   จีบจีวรพาดบ่า   รับบาตรจากมือ
ของบุรุษนั้น   ยืนอยู่.   บุรุษนั้นกล่าวเตือนว่า   สมณะจงแก้ปัญหา
ของข้าพเจ้า.    ภิกษุกล่าวว่า    เราจะแก้ปัญหาของท่าน   แล้วผลัก
โครมเดียวล้มลง    โบยตีดังจะบดกระดูกให้ละเอียด     เอาคูถยัดปาก
ขู่สำทับว่า     คราวนี้ตั้งแต่นี้ไป     เราจะคอยสืบรู้ในเวลาที่ถาม
ปัญหาไร ๆ     กะภิกษุที่มาบ้านนี้.     ตั้งแต่นั้นบุรุษด้วนเห็นภิกษุ
แล้วก็หนี.    ครั้นต่อมา     การกระทำของภิกษุนั้นได้ปรากฏขึ้นใน
หมู่สงฆ์.    ภิกษุทั้งหลาย     จึงประชุมสนทนากันในโรงธรรมว่า
ดูก่อนอาวุโส    ได้ยินว่า    ภิกษุรูปโน้น    เอาคูถใส่ปากบุรุษด้วน
แล้วก็ไป.    พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
บัดนี้พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร     เมื่อภิกษุเหล่านั้น
กราบทูลให้ทรงทราบแล้ว  จึงตรัสว่า   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   ภิกษุ
นั้นจะรุกรานบุรุษด้วนด้วยคูถในบัดนี้เท่านั้นก็หาไม่    แม้เมื่อก่อน
ก็ได้รุกรานแล้วเหมือนกัน แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
         ในอดีตกาลชาวอังคะและมคธทั้งหลาย     ต่างก็ไปมาหาสู่
ยังแว่นแคว้นของกันและกัน.     วันหนึ่งต่างเข้าไปอาศัยบ้านหลัง
หนึ่งที่พรมแดนของรัฐทั้งสอง    ดื่มสุรา    กินปลาเนื้อกันแล้ว    ก็
เทียมยานออกเดินทางแต่เช้าตรู่.     ในเวลาที่ชนเหล่านั้นไปกันแล้ว
หนอนกินคูถตัวหนึ่งได้กลิ่นคูถจึงมา     เห็นสุราที่เขาทิ้งไว้ตรงที่
นั่งกัน  จึงดื่มด้วยความกระหาย   ก็เมาไต่ขึ้นบนกองคูถ.  คูถสด  ๆ
ก็ยุบลงหน่อยหนึ่ง     เมื่อหนอนไต่ขึ้นไป.     หนอนนั้นก็ร้องว่า

๒.....พระไตรปิฎก ฉบับมหามกุฏฯ (ภาษาไทย)
 
เล่มที่ ๔๓ หน้า 491

๒๕. เรื่องพระปิลินทวัจฉเถระ  [๒๘๘]   

            ข้อความเบื้องต้น
   พระศาสดา  เมื่อประทับอยู่ในพระเวฬุวัน   ทรงปรารภพระปิลินท-
วัจฉเถระ  ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า  " อกกฺกสํ " เป็นต้น.
          พระปิลินทวัจฉะใช้วาทะว่าคนถ่อยจนติดปาก   
   ได้ยินว่า ท่านปิลินทวัจฉะนั้น   กล่าวคำเป็นต้นว่า " คนถ่อย  จงมา,
คนถ่อย  จงไป"  ย่อมร้องเรียกทั้งคฤหัสถ์ทั้งบรรพชิต  ด้วยวาทะว่าคนถ่อย
ทั้งนั้น.
   ภายหลังวันหนึ่ง ภิกษุเป็นอันมากกราบทูลแด่พระศาสดาว่า  " พระ-
เจ้าข้า ท่านปิลินทวัจฉะ  ย่อมร้องเรียกภิกษุทั้งหลาย  ด้วยยวาทะว่าคนถ่อย."
   พระศาสดารับสั่งให้หาท่านมาแล้ว     ตรัสถามว่า   " ปิลินทวัจฉะ
ได้ยินว่า     เธอร้องเรียกภิกษุทั้งหลาย     ด้วยวาทะว่าคนถ่อยจริงหรือ ?"
เมื่อท่านกราบทูลว่า   " อย่างนั้น    พระเจ้าข้า "   จึงทรงกระทำบุพเพนิวาส
ของท่านปิลินทวัจฉะนั้นไว้ในพระหฤทัย    แล้วตรัสว่า    " ภิกษุทั้งหลาย
พวกเธออย่ายกโทษแก่ภิกษุชื่อปิลินทวัจฉะเลย,   ภิกษุทั้งหลาย  วัจฉะหามี
โทสะในภายใน   ร้องเรียกภิกษุทั้งหลายด้วยวาทะว่า  คนถ่อยไม่,    ภิกษุ-
ทั้งหลาย  ๕๐๐ ชาติของภิกษุชื่อวัจฉะไม่สับสนกัน,   ทั้งหมดนั้นเกิดแล้ว
ในตระกูลพราหมณ์  ในภายหลัง,  วาทะคนถ่อยนั้น     เธอร้องเรียกมาแล้ว
ตลอดกาลนาน,     ถ้อยคำกระทบกระทั่งชนเหล่าอื่น    อันเป็นคำระคายหู
คำหยาบคายนั่นเทียว   ชื่อว่าย่อมไม่มีแก่พระขีณาสพ,  เพราะว่าบุตรของ

เรากล่าวอย่างนั้น   ด้วยอำนาจแห่งความเคยชิน"    เมื่อจะทรงแสดงธรรม 
จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-
" ผู้ใด  พึงกล่าวถ้อยคำอันไม่ระคายหู  อันให้รู้
   กันได้  เป็นคำจริง  อันเป็นเหตุไม่ยังใคร ๆ ให้ขัดใจ,
   เราเรียกผู้นั้นว่า   เป็นพราหมณ์."

๓....พระไตรปิฎก ฉบับมหามกุฏฯ (ภาษาไทย)

เล่มที่ ๔ หน้า 764 บรรทัด 4

พระบัญญัติ
          ๑๒๓.  ๔.  อนึ่ง ภิกษุใด  โกรธ  น้อยใจ ให้ประหารแก่ภิกษุ
เป็นปาจิตตีย์.
เล่มที่ ๔ หน้า 766

ในคำว่า  ปหารํ  เทติ  อาปตฺติ  ปาจิตฺติยสฺส  นี้     มีวินิจฉัยว่า
เมื่อภิกษุให้ประหารด้วยความเป็นผู้ประสงค์จะประหาร  ถ้าแม้นผู้ถูกประหารตาย
ก็เป็นเพียงปาจิตตีย์.  เพราะการประหาร (นั้น) มือหรือเท้าหัก  หรือศีรษะแตก
ก็เป็นปาจิตตีย์เท่านั้น.  ตัดหู  หรือตัดจมูก  ด้วยความประสงค์จะทำให้เสียโฉม
อย่างนี้ว่า   เราจะทำเธอให้หมดสง่าในท่ามกลางสงฆ์   ก็เป็นทุกกฏ.
          บทว่า   อนุปสมฺปนฺนสฺส   มีความว่า   ภิกษุให้ประหารแก่คฤหัสถ์
หรือบรรพชิต   แก่สตรีหรือบุรุษ   โดยที่สุด   แม้แก่สัตว์ดิรัจฉาน   เป็นทุกกฏ.
แต่ถ้าว่า   มีจิตกำหนัด   ประหารหญิง   เป็นสังฆาทิเสส.
           สองบทว่า   เกนจิ   วิเหิยมาโน   ได้แก่   ถูกมนุษย์   หรือสัตว์
ดิรัจฉานเบียดเบียนอยู่.

๔......พระไตรปิฎก ฉบับมหามกุฏฯ (ภาษาไทย)

 เล่มที่ ๒๕ หน้า 240 บรรทัด 15

ก็แหละพระผู้มีพระภาคเจ้าให้พราหมณ์นั้นบวชแล้ว  พาไปยังพระเชต
วันมหาวิหาร     ในวันรุ่งขึ้นมีพระเถระนั้น เป็นปัจฉาสมณะได้เสด็จไปยังทวาร
พระราชมณเฑียรของพระเจ้าโกศล.  พระราชาทรงสดับว่า   พระศาสดาเสด็จมา
จึงเสด็จลงจากปราสาท   ถวายบังคมแล้วทรงรับบาตรจากพระหัตถ์    อาราธนา   
พระตถาคตให้เสด็จขึ้นบนปราสาท ให้ประทับนั่งเหนือพระแท่น  ทรงล้างพระ-
ยุคลบาทด้วยน้ำหอม ทาด้วยน้ำมันที่หุงร้อยครั้ง ให้นำข้าวยาคูมา ทรงถือทัพพี
ทองด้ามเงิน  ทรงน้อมเข้าไปถวายพระศาสดา.  พระศาสดาทรงเอาพระหัตถ์ปิด.
พระราชาทรงหมอบลงแทบพระยุคลบาทของพระตถาคตกราบทูลว่า  ข้าแต่พระ-
องค์ผู้เจริญ ถ้าข้าพระองค์มีโทษ  ขอพระองค์โปรดอดโทษ.  พระศาสดาตรัสว่า   

เล่มที่ ๒๕ หน้า 241
ไม่มีโทษดอกมหาบพิตร.   พระราชาตรัสว่า    เมื่อเป็นเช่นนั้น    เพราะเหตุไร
พระองค์ไม่รับข้าวยาคู.  ปลิโพธความกังวล  มีอยู่มหาบพิตร.   ข้าแต่พระองค์
ผู้เจริญ   ก็เหตุไรเล่า    ผู้ไม่รับข้าวยาคูพึงได้ปลิโพธ    ข้าพระองค์สามารถทำ
ปลิโพธหรือ   โปรดรับข้าวยาคูเถิดพระเจ้าข้า.    พระศาสดาทรงรับแล้ว    แม้
พระเถระแก่หิวมานานจึงดื่มข้าวยาคูตามความต้องการ.       พระราชาทรงถวาย
ขาทนียโภชนียะ.  ในเวลาเสร็จภัตกิจ   ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้ากราบทูลว่า
ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า  พระองค์อุบัติในวงศ์โอกากราช  ซึ่งมีมาตามประเพณี
ทรงละสิริราชสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ   ทรงผนวชบรรลุความเป็นผู้เลิศใน
โลกแล้ว  พระองค์ยังจะมีปลิโพธอะไรอีกเล่า  พระเจ้าข้า.  มหาบพิตร  ความ
ปลิโพธของพระเถระผู้แก่รูปนี้   เป็นเช่นปลิโพธของอาตมาเหมือนกัน 
           พระราชา  ทรงไหว้พระเถระตรัสถามว่า   ท่านขอรับ    ท่านมีปลิโพธ
อะไร.  พระเถระถวายพระพรว่า  มีความปลิโพธเรื่องหนี้   มหาบพิตร.  เท่าไร
ขอรับ.   ทรงนับดูเถิด  มหาบพิตร.  เมื่อพระราชาทรงนับว่า ๑, ๒,  ๑๐๐,  ๑,๐๐๐
ดังนี้   นิ้วพระหัตถ์ไม่พอ.  ลำดับนั้น    พระราชาตรัสเรียกบุรุษคนหนึ่งมารับสั่ง
ว่า  พนายจงไปตีกลองร้องประกาศในพระนครว่า  เจ้าหนี้ของพหุธิติกพราหมณ์
ทั้งหมด   จงประชุมกันในพระลานหลวง.   พวกมนุษย์ได้ยินเสียงกลองประชุม
กันแล้ว.   พระราชาให้นำบัญชีมาจากมือของเจ้าหนี้เหล่านั้น    ได้พระราชทาน 
ทรัพย์ไม่หย่อนกว่าหนี้ที่กู้มาทั้งหมด. ในที่นั้นทองมีราคาหนึ่งแสน.  พระราชา
ตรัสถามอีกว่า  ท่านขอรับ   ปลิโพธอื่นยังมีอีกไหม.  พระเถระถวายพระพรว่า
พระมหาราชสามารถทรงใช้หนี้ให้แล้วตรัสถามจึงกล่าวว่า  เด็กหญิง ๗ คนเหล่านี้
เป็นปลิโพธใหญ่ของอาตมา. พระราชาทรงส่งยานไปรับธิดาทั้งหลายของพระเถระ
บันทึกการเข้า

อปฺปฎิโม(ไม่มีผู้เปรียบ)ความว่าอัตภาพเรียกว่ารูปเปรียบ.ชื่อว่าไม่มีผู้เปรียบเพราะรูปเปรียบอื่นเช่นกับอัตภาพของท่านไม่มี.อีกอย่างหนึ่ง มนุษย์ทั้งหลายกระทำรูปเปรียบใด ล้วนแล้วด้วยทองและเงินเป็นต้นในบรรดารูปเปรียบเหล่านั้นชื่อว่าผู้สามารถกระทำโอกาสแม้สักเท่าปลายขนทรายให้เหมือนอัตภาพของพระตถาคตย่อมไม่มี

สวัสดีครับ

อันนี้เป็นแบบที่ผมตัดต่อจากรายการเรื่องเล่าเช้านี้ วันที่ 21 -09-2554

ดาวโหลดดูได้จาก

http://file.uploadfile.biz/i/MIEVMEIIIMMVMX


เหน่งครับ
บันทึกการเข้า
ด.ต.ปิยะวัฒน์...(ดาบต้น)
“ พระธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ๑ เปิดเผยดี ปกปิดไม่ดี ”
....
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 372

บุญนี้ส่งผลให้ข้ามีปัญญาดีรู้ธรรมทั่วถึง ให้ข้าดับ




คลิป VDO หลวงปู่เกษม จากรายการ ข่าวเช้าวันใหม่ ทางช่อง 3.

http://youtu.be/xJcBdoGjfOI

<a href="http://www.youtube.com/v/xJcBdoGjfOI&amp;feature=youtu.be" target="_blank">http://www.youtube.com/v/xJcBdoGjfOI&amp;feature=youtu.be</a>

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 22 กันยายน , 2011 เวลา 16:23:23 PM โดย ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋) » บันทึกการเข้า

อปฺปฎิโม(ไม่มีผู้เปรียบ)ความว่าอัตภาพเรียกว่ารูปเปรียบ.ชื่อว่าไม่มีผู้เปรียบเพราะรูปเปรียบอื่นเช่นกับอัตภาพของท่านไม่มี.อีกอย่างหนึ่ง มนุษย์ทั้งหลายกระทำรูปเปรียบใด ล้วนแล้วด้วยทองและเงินเป็นต้นในบรรดารูปเปรียบเหล่านั้นชื่อว่าผู้สามารถกระทำโอกาสแม้สักเท่าปลายขนทรายให้เหมือนอัตภาพของพระตถาคตย่อมไม่มี
พระวัดสามแยก
พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ (ครูบาหม่าว)
พระ
.....
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2694




ดูคลิปที่ "เหน่ง"  อัพโหลดไว้เพิ่งเสร็จ ขำๆ กับท่าทางคุณสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ในวันนี้

แต่ว่าเมื่อเช้านี้  หลวงพ่อเกษม ก็ได้ขอโทษคุณสรยุทธ์ไปแล้วนะ

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องซีเรียสสำหรับทางวัด แม้จะมีคนก่นด่าสาปแช่งเต็มบ้านเต็มเมืองก็ตาม

ทางวัดรับทราบอยู่แล้วล่ะ  ไม่มีปัญหา และทางวัดก็อยู่ปกติสุขดี  ใครมีงานอะไรก็ทำไปตามปกติ

พระก็ทำงานของพระ โยมก็ทำงานของโยม เจ้าอาวาสก็ทำงานของเจ้าอาวาส


เป็นห่วงอยู่บ้างก็แต่คนดูคลิปที่ยังไม่เคยได้รู้จักหลวงพ่อเกษม ไม่เคยได้ศึกษาพระวินัย

ยังไม่มีข้อเปรียบเทียบกับการกระทำของหลวงพ่อในคลิปกับการกระทำของพระทั่วๆ ไป

เพราะว่า ถ้าหลวงพ่อเกษมทำแบบนี้ มีความผิด ก็ต้องถามต่อไปว่า ผิดระดับไหนล่ะ ?

การลงโทษจะต้องจัดการแบบไหน ? ซึ่งเรื่องแบบนี้พระวินัยบัญญัติไว้ชัดเจนอยู่แล้ว

ก็รอให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามหน่วยงานต่างๆ เช่น มหาเถรสมาคมเป็นต้น มาสอบสวน ชี้โทษ

ถ้าผิดจริงๆ หลวงพ่อเกษม ต้องแก้ไขและขออภัยอย่างแน่นอนอยู่แล้ว


ทีนี้เมื่อสอบสวนและชี้โทษหลวงพ่อเกษมเสร็จ ฝ่ายของหลวงพ่อเกษม ก็ต้องขอสอบสวนและชี้โทษ

พระมหาเถระองค์นั้นๆ ด้วย ว่าตอนนี้ท่านมีความผิดอะไร ? ผิดระดับไหน ? และจะต้องแก้ไขอย่างไร ? เพราะมันเห็นผิดของท่านอยู่ไง

เมื่อทางฝ่ายหลวงพ่อเกษมได้ชี้โทษให้เห็นตามหลักฐานของพระธรรมวินัยแล้ว ฝ่ายมหาเถระจะยอมแก้ไขหรือไม่ ?


คนที่ดูคลิปท่าทางของหลวงพ่อเกษมแล้วมีอารมณ์โกรธอย่างร้อนแรง ด้วยมีข้อหาว่า ทำตัวไม่เหมาะกับความเป็นพระ

ทำตัวน่ารังเกียจ อันนี้มันเป็นอารมณ์ของคนไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัย เพราะถ้าจะเอาข้อหาว่า ทำตัวไม่เหมาะกับความเป็นพระ

ทำตัวน่ารังเกียจ เสื่อมเสียพระธรรมวินัยจริง
พวกที่มีอารมณ์แค้นเคืองอยู่นั้น ต้องเอาอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ไปแค้นเคืองพระภิกษุ

สามเณรทั่วประเทศไทยเช่นเดียวกัน เพราะพระภิกษุสามเณรทั่วประเทศไทยก็ทำผิดพระธรรมวินัยเต็มประเทศอยู่ตอนนี้

เช่น พากันรับเงินรับทอง พากันหาเงินหาทอง พากันเรี่ยไรเงินทอง  พากันปลุกเสกเลขยันต์เป็นต้น การกระทำเหล่านี้

พระพุทธเจ้าตรัสว่า เป็นการทำตัวไม่เหมาะสมกับความเป็นพระ ทำตัวน่ารังเกียจ ประพฤติเสื่อมเสียพระธรรมวินัย

ถ้าพวกที่กำลังโกรธอย่างร้อนแรงต่อพฤติกรรมของหลวงพ่อเกษม ก็ต้องร้อนแรงต่อการกระทำของพระเณรเหล่านี้ด้วย

จึงจะถือว่า  มีความยุติธรรมตามหลักธรรม มีความรักและหวงแหนในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง แต่ถ้าไม่ใช่ตามนี้

ก็เป็นคนที่เลือกที่รักมักที่ชัง เป็นคนที่มีความลำเอียงเพราะขาดการศึกษาและพิจารณาให้ถี่ถ้วน คนแบบนี้ก็ไม่ใช่คนที่จะต้องใส่ใจ

ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว


ตามที่ผมว่ามานี้ เป็นความจริงตามพระธรรมวินัยที่ถูกต้องใช่ไหมครับ ท่านคณะมหาเถรสมาคมผู้มีอำนาจปกครองคณะสงฆ์ทั่วประเทศไทย



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 22 กันยายน , 2011 เวลา 04:55:34 AM โดย พระวัดสามแยก » บันทึกการเข้า
Phonphat I.
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 123



เผยคณะสงฆ์มีมติ ขับพระเกษม ออกพ้นเพชรบูรณ์
21 กันยายน 2554, 16:45 น.

ขออนุญาตแปะลิงก์เพราะเนื้อหาของข่าวยาว : http://www.thairath.co.th/content/region/203424
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 21   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: