 |
« ตอบ #16 เมื่อ: วันที่ 20 ธันวาคม , 2010 เวลา 16:25:03 pm » |
|
เช้า 20 ธันวาคม 2553 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มาตรา 37
มาตรา 37 เจ้าอาวาสมีหน้าที่ดังนี้
(1) บำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไป ด้วยดี
(2) ปกครองและสอดส่องให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ที่มีที่อยู่หรือพำนัก อาศัยอยู่ ในวัดนั้นปฏิบัติตามพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของมหาเถรสมาคม
(3) เป็นธุระในการศึกษาอบรมและสั่งสอนพระธรรมวินัยแก่บรรพชิต และคฤหัสถ์
(4) ให้ความสะดวกตามสมควรในการบำเพ็ญกุศล
หลวงปู่อธิบาย :
(3) นี่เป็นข้อที่จะเข้ากับพระธรรมวินัยได้ดี คือเป็นธุระในการศึกษาอบรม สั่งสอนพระธรรมวินัยแก่นักบวชและโยม
ใน (4) หมายถึง ให้สะดวก ให้เหมาะสมกับคนนั้นที่เขาสามารถ ถือได้แต่พระรัตนตรัย หรือมีสามารถสองระดับคือให้ทานด้วย
หรือมีความสามารถสามระดับคือรักษาศีลด้วย หรือมีความสามารถสี่ระดับคือภาวนาด้วย หรือมีความสามารถห้าระดับคือเป็นอาจารย์ด้วย
แต่เดี่ยวนี้ใครเข้าวัดไปก็ตาม จับนั่งสมาธิ มันลัดขั้นตอน

หลวงปู่อธิบาย :
** ควรเรียกวัตถุิฉิบหาย ไม่ใช่วัตถุมงคง
**มุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตนหรือกลุ่มบุคคล มากกว่ามุ่งการเผยแผ่ พระพุทธศาสนา
คือ มุ่งประโยชน์ไปกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มากกว่าที่จะมุ่งประโยชน์ในการเผยแผ่
เล่ม 7 หน้า 161
พระพุทธานุญาตมหาประเทศ ๔
[๙๒] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายเกิดความรังเกียจในพระบัญญัติบางสิ่งบางอย่างว่า สิ่งใดหนอ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตไว้
สิ่งใดไม่ได้ทรงอนุญาต จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระมีพระภาคเจ้า.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสประทานสำหรับอ้าง ๔ ข้อ ดังต่อไปนี้.
๑. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่เราไม่ได้ห้ามไว้ว่า สิ่งนี้ไม่ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้น ไม่ควรแก่เธอทั้งหลาย.
เพราะมันไปเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร ฉะนั้นพวกกราบพุทธรูป ไปเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร
พวกกราบพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปไว้สักการะบูชาไปเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร
ไปเข้ากับ อปฺปฏิโม อปฺปฎิภาโค อปฺปฏิสโม อสมสโม ทิปทานัง อคฺโคติ ไปเข้ากับอันนั้น
๒. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่เราไม่ได้ห้ามไว้ว่า สิ่งนี้ไม่ควรหากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ควร ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควรแก่เธอทั้งหลาย.
๓. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่เราไม่ได้อนุญาตไว้ว่า สิ่งนี้ควรหากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควรแก่เธอทั้งหลาย.
แม้ไม่ได้พูดไว้ว่าสมควรก็ตาม
มันไปเข้ากับสิ่งที่ว่าไม่ควร
ขัดกับสิ่งที่ควรสิ่งนั้นก็ไม่ควร
๔. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่เราไม่ได้อนุญาตไว้ว่า สิ่งนี้ควรหากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ควร ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควรแก่เธอทั้งหลาย.
ดูแล้วก็คิดง่ายๆ อ่านดูพระไตรปิฎกหลายๆข้อ หลายๆหมวด ก็จะว่าพระองค์ห้ามไม่ให้ทำอะไร
แล้วเมื่อมาสมัยนี้ จะอ้างว่าสมัยพระพุธเจ้า มีกาล มีสมัย เป็นไปไม่ได้
พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า อกาลิโก ย่อมไม่มีกาล ไม่มีสมัย ไม่มีเวลา
ไอ้พวกอ้างสมัย อ้างไป พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสเหลาะแหละ ตรงไปตรงมาอยู่แล้ว
พระองค์ไม่ได้ตรัสว่า เมื่อเราตายจะทำอย่างไรก็ทำ ไม่ได้บอก
เราตายแล้ว พระธรรม พระวินัย เป็นศาสดาแทน และไม่ได้เอาพระที่ไหนเป็นศาสดาแทน
สมัยก่อนมีพระพำนักอยู่รวมกันเป็นพัน เป็นแสน เพราะไม่มีอุปนิสัยในการอบรมสั่งสอน
ไม่มีอุปนิสัยในการเป็นครู ไม่มีอุปนิสัยในการเป็นอาจารย์ ในการเป็นหัวหน้า ในการที่จะไปปกครองสถานที่ต่างๆ
จึงประสบแต่ความวิบัติสมัยนี้ เพราะออกไปปกครองกันโดยที่ไม่รู้เรื่อง
ศึกษาเล่าเรียนมาดีก็ตาม อ่านพระวินัยปิฎกมาจนจบทุกเล่มก็ตาม
แต่เวลาออกไปปฏิบัติหน้าที่ หรือเป็นครูอาจารย์ที่ไหนก็ตาม
ไปละเมิดวินัยแล้วบอกให้ชาวประชาบริจาค และให้เขาสามัคคีกัน ส่วนภิกษุ ไม่สามัคคีกับพระพุทธเจ้าจึงเป็นไม่ได้ที่จะเจริญ