ฟังเพลงธรรมะ ร้องเพลงธรรมะ บาปมั้ยค่ะ

(1/2) > >>

thanida:
ฟังเพลงธรรมะ ร้องเพลงธรรมะ บาปมั้ยค่ะ

SITPU:
เห็นพระ 2 รูป อ้วน ผอม แหล่ธรรมตอบโต้กัน ตลก ขบขัน และมีธรรมมะปน    บนธรรมมาสออกทีวี ก็มีอยู่บ่อย   ไม่ทราบเหมือนกันว่า ผิดวินัยอะไร หรือเปล่า

ติ๊ก:
โค๊ด:

2.2   ผู้ที่จะเข้ามาถาม - ตอบปัญหาในเวบนี้จะต้องบอกชื่อ - นามสกุล - ชื่อเล่น - ที่อยู่   
ตามความเป็นจริงทุกประการ   เพื่อจะได้เป็นการถูกต้องตามหลักธรรม



http://www.samyaek.com/board2/index.php?topic=121.msg1135#msg1135

 /\

thanida:
จาก ธนิดา อิงนิวัฒน์  (บี)  614/9 ถ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000 

จาก ผู้ถาม.

พระวัดสามแยก:

สำหรับเรื่องบุญและเรื่องบาป   ในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน    ก็ต้องดูตัวอย่างของพระพุทธเจ้า


เล่ม  65   หน้า   667   (ขุททกนิกาย  มหานิทเทส)
 
อนึ่ง   พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงซ่องเสพเสนาสนะอันเป็นป่าละเมาะและป่าทึบอันสงัด   
มีเสียงน้อย     ปราศจากเสียงกึกก้อง     ปราศจากชนผู้สัญจรไปมา     
เป็นที่ควรทำกรรมลับของมนุษย์ (คือ สมถะและวิปัสสนา) 
สมควรแก่การหลีกเร้น   เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า   ภควา.


และเวลาที่พระพุทธเจ้าท่านแสดงพระธรรมเทศนา   
ท่านก็ไม่ได้มีเครื่องดนตรีต่างๆมาประกอบเพื่อเรียกร้องให้ผู้คนหันมาสนใจฟัง
และเวลาท่านแสดงธรรมท่านก็ไม่แสดงให้เป็นไปในทำนองของความครื้นเครงสนุกสนานแต่อย่างใด

การฟังพระธรรมคำสอนอันประเสริฐของพระพุทธเจ้า    ซึ่งเป็นคำสอนที่ควรตั้งใจฟัง   ควรคิดพิจารณาตามด้วยสติปัญญา
ความสงบสงัดจากเสียงรบกวนต่างๆในภายนอกหรือเสียงใดๆก็ตามที่ไม่ใช่เสียงธรรมของพระองค์จะต้องมีให้น้อยที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้    เพื่อประโยชน์ในการมีสมาธิในการฟังธรรม    เพื่อให้สายน้ำแห่งธรรมไหลเข้าสู่ใจได้อย่างสะดวก
ความสงบสงัดทางกาย    ทางวาจา    ทางใจ    เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าสรรเสริญและแนะนำให้แสวงหา
เพื่อเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดสติปัญญาในการพิจารณาใคร่ครวญไปตามเนื้อหาแห่งธรรมที่ถูกต้อง

ถ้าให้มีเสียงอึกทึกครึกโครมประกอบไปกับเนื้อหาของธรรม   
ด้วยเีสียงของดนตรีต่างๆเช่นเสียงกลอง   กีตาร์   คีย์บอร์ดเป็นต้น   
อันนี้มันเข้ากันไม่ได้กับธรรมอันบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้าหรอก
เรื่องของดนตรี    เรื่องของความสนุกสนานครื้นเครง   
เป็นเรื่องของคนไม่มีสติปัญญาที่จะนำพาจิตใจของตนเองให้ดำเนินไปในทางที่ถูกต้องได้

เพราะฉะนั้น 
การฟัง - ร้องเพลงธรรมะและมีดนตรีประกอบด้วยท่วงทำนองแห่งความสนุกสนานครื้นเครงหรือเคลิบเคลิ้มก็ตาม   เป็นบาป


อ่านที่กระทู้ตามลิงค์นี้ประกอบด้วย

http://www.samyaek.com/board2/index.php?topic=1189.msg12175#msg12175

อ้างจาก: author=พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ link=topic=1189.msg12175#msg12175 date=1224694284


หลายๆคนคงจะเคยได้เห็น   ได้ฟังงานประเพณีการ  "เทศน์มหาชาติ"   
ลักษณะการเทศน์มหาชาติในปัจจุบันนี้มักจะมีพระภิกษุมาเทศน์พร้อมกับทำเสียงให้เหมือน
กับนักร้องนักแสดงเพื่อให้เกิดความสนุกสนานครื้นเครงและนิยมเรียกการเทศน์ของพระภิิกษุ
ในลักษณะนี้ว่า   "การเทศน์์แหล่มหาชาติ"     กัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการเทศน์แหล่นี้
ก็คงเป็นกัณฑ์ที่ชื่อว่า  "แหล่มหาเวสสันดรชาดก"  (บางครั้งก็เรียกว่า   เทศน์มหาชาติแหล่ทรงเครื่อง)

การเทศน์แหล่มหาชาติแบบนี้เป็นที่นิยมของประชาชนคนไทยที่เรียกตัวเองว่าชาวพุทธ
เพราะนอกจากจะมีความสนุกสนานครื้นเครงเป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาแม่ยก - พ่อยกทั้งหลายแล้ว
ก็ยังได้รับความปลาบปลื้มครึ้มอกครึ้มใจจากคำโฆษณาชวนเชื่อของพระภิกษุอีกว่า   
ถ้าหากผู้ใดได้ฟังเทศน์แหล่มหาชาติแบบนี้แล้ว     ผู้นั้นจะได้บุญกุศลมากมายมหาศาล
และผลบุญกุศลอันนี้จะหนุนเนื่องให้ได้เกิดในยุคของพระพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่ทรงพระนามว่า
"พระศรีอริยเมตตรัย"   ที่จะอุบัติขึ้นในอนาคตกาล

แต่ความเป็นจริงที่ถูกต้องกับคำโฆษณาชวนเชื่อนั้นมักจะตรงกันข้ามเสมอๆ
บรรดาพุทธศาสนิกชนผู้ใคร่ในบุญกุศลที่ถูกต้องทั้งหลายควรจะได้รับทราบถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า
ที่เกี่ยวกับการเทศน์เล่นเสียงเล่นทำนองเพื่อให้เกิดความสนุกสนานครื้นเครงว่า
การเทศน์ในลักษณะเช่นนี้เป็นบุญหรือเป็นบาป   ทั้งผู้แสดงการเทศน์และผู้ร่วมยินดีในการแสดงเทศน์นั้น
สมควรจะได้บุญกุศลที่จะทำให้ไปเกิดในยุคของพระพุทธเจ้าศรีอริยะเมตตรัยจริงหรือ ?   question


พระที่เทศน์แหล่ – เทศน์ร้อง – เทศน์รำ…ผิด   เล่ม  9  หน้า  8

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียน.... 
ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   
ภิกษุสวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ    มีโทษ  ๕   ประการนี้    คือ
         
           ๑.  ตนยินดีในเสียงนั้น
           ๒.  คนอื่นก็ยินดีในเสียงนั้น
           ๓.  ชาวบ้านติเตียน
           ๔.  สมาธิของผู้พอใจการทำเสียงย่อมเสียไป
           ๕.  ภิกษุชั้นหลังจะถือเป็นเยี่ยงอย่าง.
 
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  โทษ  ๕  ประการนี้แล  ของภิกษุผู้สวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย    ภิกษุไม่พึงสวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ 
รูปใดสวด  ต้องอาบัติทุกกฏ.



นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป