หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอถามเรื่องเงินชดเชยการเลิกจ้าง  (อ่าน 11888 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุทัศน์ โจทย์กระโทก
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 45



ขออนุญาตถามนิดหนึ่งครับ

ผมจำได้ลางๆ (ไม่แน่ใจนัก) ว่า เคยมีคนถามพระอาจารย์เรื่องการถูกบริษัทเลิกจ้าง แล้วเราจะได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างตามอายุงาน เช่น 1 เดือนบ้าง 3 เดือนบ้าง 6 หรือ 10 เดือนบ้าง ถ้าผมจำไม่ผิดดูเหมือนพระอาจารย์จะตอบทำนองว่า เราไม่ควรรับเงินชดเชยการเลิกจ้าง เพราะเราไม่ได้ทำงานให้บริษัทแล้ว และบริษัทก็ขาดทุนอยู่แล้ว แม้จะมีกฎหมายแรงงานบังคับให้นายจ้างต้องจ่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม แต่ตามกฎธรรมชาติแล้ว มันไม่ถูกต้อง ประมาณนี้นะครับ (แต่ถ้าผมจำผิด ก็กราบขอโทษพระอาจารย์ด้วยนะครับ)

เผอิญว่าตอนนี้ผมถูกบริษัทเลิกจ้างเพราะบริษัทขาดทุน ผมจะได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างรวม 3 เดือน แต่ผมกำลังสองจิตสองใจว่าจะรับหรือไม่รับเงินชดเชยดังกล่าว แม้ว่าทุกวันนี้ผมจะไม่มีเงินเก็บเลยก็ตาม แต่ก็คิดว่าไปหาเอาใหม่ข้างหน้า ทั้งนี้เพื่อชดใช้หนี้เจ้ากรรมนายเวรที่ตามมาเล่นงานทำให้ตกงาน ไม่อยากจองเวรจองกรรมกับบริษัทหรือเจ้านายอีก 

ขอถามดังนี้ครับ

1. ผมควรรับหรือไม่ควรรับเงินชดเชยครับ


กราบนมัสการครับ

สุทัศน์ โจทย์กระโทก
บันทึกการเข้า
พระวัดสามแยก
พระพันธกานต์ อภิปัญโญ (ครูบาหม่าว)
พระ
.....
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2754




คำถามแบบนี้ไม่เคยมีคนถามและก็ไม่เคยตอบไว้ในกระทู้เว็บสามแยกหรอก
คงจะเคยได้ยินในเทศน์ของหลวงพ่อเกษม   ในวีซีดี

แต่ก็จะตอบเอาไว้ในกระทู้นี้แหละ

ถ้ารู้ชัดว่าผลประกอบการของบริษัทที่เราทำงานอยู่ขาดทุนจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้
และเราก็มีความสามารถพอที่ทำมาหากินเลี้ยงชีวิตต่อไปได้แม้จะลำบากอยู่บ้างก็ตาม
แบบนี้ก็ไม่ควรรับเงินชดเชยจากบริษัทหรอก

เพราะในคราวที่บริษัททำมาค้าขึ้นมีผลกำไรจากการดำเนินงานบริษัทก็แบ่งสรรปันส่วนให้พนักงานกันทั่วถึง
เช่นการจ่ายโบนัสประจำปี  1  เดือนบ้าง  3 เดือนบ้าง  6   หรือ  10  เดือนบ้าง     
หรือจัดสวัสดิการให้อีกหลายๆอย่างที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานในการทำงานอยู่กับบริษัท
พนักงานกับบริษัทก็เหมือนเพื่อนร่วมสุขร่วมทุกข์กัน   เมื่อถึงคราวต้องแยกจากกันด้วยเหตุัผลที่เจ็บปวด
ก็ไม่ควรสร้างภาระจากเราให้เกิดกับบริษัทหรอก

แต่ถ้าบริษัทยังมีผลประกอบการที่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้     
การเลิกจ้างพนักงานเป็นเพียงการลดขนาดขององค์กรลง   
เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานหรือเพื่อปรับขนาดขององค์กรให้มีความกระชับมากขึ้นก็ตาม
ซึ่งฝ่ายบริหารก็ต้องคำนวณแล้วว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายชดเชยนี้ไม่กระทบกับการดำเนินงานของบริษัท
แบบนี้พนักงานก็ควรรับเงินชดเชยที่บริษัทจ่ายให้เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการหางานใหม่ทำ

เอาเป็นว่า   เรื่องนี้พนักงานบริษัทที่ถูกเลิกจ้างจะรู้จักสถานภาพของบริษัทที่ตัวเองทำงานอยู่ดีที่สุดว่า
สถานภาพของบริษัทอยู่ในระดับใด  แล้วก็ตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับเงินชดเชยตามเหตุผลที่ว่าไว้นั้นแหละ





บันทึกการเข้า
สุทัศน์ โจทย์กระโทก
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 45



กราบขอบพระคุณครับที่กรุณาตอบคำถาม
และกราบขอขมาพระอาจารย์เกษมด้วยที่ผมคิดว่าท่านเคยตอบไว้ จริงๆ แล้วผมคงไปอ่านเจอในอินเตอร์เน็ตในเรื่องการเลิกจ้าง มีคนแสดงความคิดเห็นมาต่างๆ กัน ผมเพิ่งนึกได้ตอนค่ำวานนี้ก็เลยอุทิศบุญให้ผู้ที่บันดาลให้คิดได้ไปแล้วครับ

ส่วนกรณีของผม บริษัทยังดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยมีเฉพาะฝ่ายขายอยู่ทำงานต่อเพื่อจำหน่ายหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กที่เหลืออยู่ให้หมดไป แม้บริษัทยังมีหนี้สินอยู่จำนวนมาก แต่เจ้าของบริษัทไม่ถึงกับล้มละลาย เพราะครอบครัวนายจ้างค่อนข้างร่ำรวยอยู่แล้ว เพียงแต่เงินบางส่วนที่นำมาลงทุน มันหายไปไม่มีกำไรคืนมาเท่านั้น

กราบขอบพระคุณอีกครั้งครับสำหรับคำชี้แนะ

สุทัศน์ โจทย์กระโทก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: