หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
หน้า: 1 2 [3]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ความเคารพ ยำเกรงพระศาสดา  (อ่าน 12868 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
supawit
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23



ตอบ #21 เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:12:33 pm » อ้างถึง แก้ไข 

--------------------------------------------------------------------------------
มีบางส่วนพิมพ์ผิดครับอาจทำให้งง ผมเลยโพสใหม่ครับ
พอดีผมอ่านแล้วตรงกลับที่ผมสงสัยพอดีครับ ผมขออนุญาติถามอีกรอบนะครับ แต่ขออธิบายคำถามอย่างนี้นะครับ
1.(คนสร้างพระพุทธรูป(แจกฟรี)--> ทำเพื่อให้คนรับระลึกถึงหรือน้อมจิตถึงพระพุทธเจ้า โดยคิดว่าพระพุทธรูปก็แค่ทองเหลืองหล่อ แต่พอมีประโยชน์ที่ทำให้ผู้อื่นเห็นแล้วง่ายต่อการระลึกถึงพระพุทธเจ้า เขาจึงทำการนั้น
     คนรับรับพระพุทธรูปมาเพื่อให้เป็นเครื่องมือในการระลึกถึงพระพุทธเจ้า คนรับเมื่อน้อมจิตถึงพระพุทธเจ้าก็เอาดอกไม้ไปวางไว้หน้าพระพุทธรูป โดยไม่ได้ถวายพระพุทธรูป แต่อาศัยพระพุทธรูปชี้นำให้จิตน้อมไปหาพระพุทธเจ้า การวางดอกไม้จึงเพื่อเป็นการน้อมถึงคุณ ระลึกถึงคุณ เป็นการวางด้วยความปิติ) ข้อนี้ควรหรือไม่ควรทำ แล้วถ้าไม่ควร จะเริ่มตั้งแต่ใคร คนสร้างหรือผู้รับ และขั้นตอนไหนที่ผิด

2..(คนสร้างพระพุทธรูป(ขาย)--> ทำเพื่อให้คนรับระลึกถึงหรือน้อมจิตถึงพระพุทธเจ้า แต่ไม่มีทุนสร้างแต่อยากทำ จึงคิดว่าถ้าขายเขาจะมีทุนมาสร้างต่อ โดยคิดว่าพระพุทธรูปก็แค่ทองเหลืองหล่อ แต่พอมีประโยชน์ที่ทำให้ผู้อื่นเห็นแล้วง่ายต่อการระลึกถึงพระพุทธเจ้า เขาจึงทำการนั้น

     คนรับซื้อพระพุทธรูปมาเพื่อให้เป็นเครื่องมือในการระลึกถึงพระพุทธเจ้า คนรับเมื่อน้อมจิตถึงพระพุทธเจ้าก็เอาดอกไม้ไปวางไว้หน้าพระพุทธรูป โดยไม่ได้ถวายพระพุทธรูป แต่อาศัยพระพุทธรูปชี้นำให้จิตน้อมไปหาพระพุทธเจ้า การวางดอกไม้จึงเพื่อเป็นการน้อมถึงคุณ ระลึกถึงคุณ เป็นการวางด้วยความปิติ) ข้อนี้ควรหรือไม่ควรทำ แล้วถ้าไม่ควร จะเริ่มตั้งแต่ใคร คนสร้างหรือผู้รับ และขั้นตอนไหนที่ผิด

3.คนสร้างพระพุทธรูป(ขาย)--> เพื่อทำกำไร คิดถึงแต่ว่าเอาล่ะเราจะใช้ประโยชน์จากการที่ผู้อื่นเห็นแล้วคิระลึกถึงพระพุทธเจ้า มาทำกำไรหรือประโยชน์ให้ตนเอง เขาจึงทำการนั้น
     คนรับซื้อพระพุทธรูปมาเพื่อให้เป็นเครื่องมือในการระลึกถึงพระพุทธเจ้า คนรับเมื่อน้อมจิตถึงพระพุทธเจ้าก็เอาดอกไม้ไปวางไว้หน้าพระพุทธรูป โดยไม่ได้ถวายพระพุทธรูป แต่อาศัยพระพุทธรูปชี้นำให้จิตน้อมไปหาพระพุทธเจ้า การวางดอกไม้จึงเพื่อเป็นการน้อมถึงคุณ ระลึกถึงคุณ เป็นการวางด้วยความปิติ) ข้อนี้ควรหรือไม่ควรทำ แล้วถ้าไม่ควร จะเริ่มตั้งแต่ใคร คนสร้างหรือผู้รับ และขั้นตอนไหนที่ผิด


4.(คนสร้างพระพุทธรูป(แจกฟรี)--> ทำเพื่อให้คนรับระลึกถึงหรือน้อมจิตถึงพระพุทธเจ้า โดยคิดว่าพระพุทธรูปก็แค่ทองเหลืองหล่อ แต่พอมีประโยชน์ที่ทำให้ผู้อื่นเห็นแล้วง่ายต่อการระลึกถึงพระพุทธเจ้า เขาจึงทำการนั้น
     คนรับรับพระพุทธรูปมาเพื่อนำมาบูชา(บูชากราบไว้ขอให้เป็นที่พึ่ง*ต้องขอทำความเข้าใจนะครับ ที่พึ่งกลับที่ระลึกความหมายไม่เหมือนกัน) คนรับก็เอาดอกไม้ไปวางไว้หน้าพระพุทธรูป เพื่อบูชา ข้อนี้ควรหรือไม่ควรทำ แล้วถ้าไม่ควร จะเริ่มตั้งแต่ใคร คนสร้างหรือผู้รับ และขั้นตอนไหนที่ผิด

5. (คนสร้างพระพุทธรูป(ขาย)--> ทำเพื่อให้คนรับระลึกถึงหรือน้อมจิตถึงพระพุทธเจ้า แต่ไม่มีทุนสร้างแต่อยากทำ จึงคิดว่าถ้าขายเขาจะมีทุนมาสร้างต่อ โดยคิดว่าพระพุทธรูปก็แค่ทองเหลืองหล่อ แต่พอมีประโยชน์ที่ทำให้ผู้อื่นเห็นแล้วง่ายต่อการระลึกถึงพระพุทธเจ้า เขาจึงทำการนั้น

    คนรับซื้อพระพุทธรูปมาเพื่อนำมาบูชา(บูชากราบไว้ขอให้เป็นที่พึ่ง*ต้องขอทำความเข้าใจนะครับ ที่พึ่งกลับที่ระลึกความหมายไม่เหมือนกัน) คนรับก็เอาดอกไม้ไปวางไว้หน้าพระพุทธรูป เพื่อบูชา ขออธิบายเพิ่มนะครับ คนรับที่ซื้อเพราะคิดว่านี้คือรูปลักษณ์ที่แทนพระพุทธเจ้า เพื่อเป็นทั้งที่พึ่งและที่ระลึก (หวังพึ่งพระพุทธรูป)ข้อนี้ควรหรือไม่ควรทำ แล้วถ้าไม่ควร จะเริ่มตั้งแต่ใคร คนสร้างหรือผู้รับ และขั้นตอนไหนที่ผิด
ขออธิบายเพิ่มนะครับ คนรับที่ซื้อเพราะคิดว่านี้คือรูปลักษณ์ที่แทนพระพุทธเจ้า ทั้งเป็นที่พึ่งและที่ระลึก

6.คนสร้างพระพุทธรูป(ขาย)--> เพื่อทำกำไร คิดถึงแต่ว่าเอาล่ะเราจะใช้ประโยชน์จากการที่ผู้อื่นเห็นแล้วคิระลึกถึงพระพุทธเจ้า มาทำกำไรหรือประโยชน์ให้ตนเอง เขาจึงทำการนั้น
     คนรับซื้อพระพุทธรูปมาเพื่อนำมาบูชา(บูชากราบไว้ขอให้เป็นที่พึ่ง*ต้องขอทำความเข้าใจนะครับ ที่พึ่งกลับที่ระลึกความหมายไม่เหมือนกัน) คนรับก็เอาดอกไม้ไปวางไว้หน้าพระพุทธรูป เพื่อบูชา ขออธิบายเพิ่มนะครับ คนรับที่ซื้อเพราะคิดว่านี้คือรูปลักษณ์ที่แทนพระพุทธเจ้า เพื่อเป็นทั้งที่พึ่งและที่ระลึก (หวังพึ่งพระพุทธรูป)ข้อนี้ควรหรือไม่ควรทำ แล้วถ้าไม่ควร จะเริ่มตั้งแต่ใคร คนสร้างหรือผู้รับ และขั้นตอนไหนที่ผิด
ขออธิบายเพิ่มนะครับ คนรับที่ซื้อเพราะคิดว่านี้คือรูปลักษณ์ที่แทนพระพุทธเจ้า ทั้งเป็นที่พึ่งและที่ระลึก


ไล่คำถามมายาวเลยครับ แต่ผมมีคำถามที่ต้องการรู้แค่คำถามนี้ครับ
 คำถามคือ ถ้าคนที่กราบไว้พระพุทธรูปเพียงเพื่อต้องการให้ใจน้อมไปหาพระพุทธเจ้า หรือเพื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้าเพราะเป็นวัสถุชี้นำที่ง่ายต่อการชี้นำให้ระลึกถึงพระพุทธ ข้อเน้นนะครับเพียงเพื่อใช้ระลึกถึงไม่ใช่ใช้เพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า หรือยึดติดว่านี้คือรูปลักษณ์ของพระพุทธเจ้า--->( ผมหมายความว่า คนคนนี้อาจอยู่ดีๆเดินไปแล้วไหว้ต้นไม้ ไหว้ป้ายโฆษณา ไหว้ถังน้ำ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจน้อมให้เขาระลึกถึงพระพุทธเจ้า)---> เพราะผมจำได้ว่ามีพระสูตรหนึ่งกล่าวว่าเมื่อใดก็ตามที่เกิดหวาดสะดุ้ง หรือกลัวให้ระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม หรือพระสงฆ์ ดังนั้นถ้าคนๆนี้เห็นพระพุทธรูปแล้วง่ายต่อการน้อมจิตใจไปหาพระพุทธเจ้า ดังนั้นการที่คนนี้จะเก็บพระพุทธรูปไว้ผิดไหมครับ
 ผมขอขยายความคำว่าวัสถุชี้นำหน่อยครับเดียวจะงง วัสถุชี้นำของผมหมายถึงสิ่งของใดๆก็ตามที่เป็นตัวนำพาหรือโน้มน้าวให้เกิดการระลึกถึง
 ขออภัยอีกอย่างครับ เรื่องพระสูตรที่ว่าผมอาศัยฟังเขาอ่านคำแปล ถ้าผมแปลผิดต้องกราบขออภัยมา ณ. ที่นี้ครับ
 อีกคำถามครับ พระพุทธเจ้าเคยบอกว่าพระองค์เป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ไหมครับถ้ามีบอกผมด้วยครับ หรือมนุษย์เราเองเป็นคนบอกว่าพระองค์เป็นที่พึ่ง   ผมรู้แต่ให้ระลึกถึงพระองค์เวลาหวาดสะดุ้ง อันนี้ถามเพราะผมไม่รู้จริงๆ แต่ว่ามีความหมายที่แตกต่างกันมากครับ ผมเป็นคนพุทธนะครับแต่ไม่รู้จริงๆถึงถาม
ธัญณุพัสตร์ เสวกวัง
บันทึกการเข้า
ตามรอย (พจน์)
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16



อนุโมทนากับคุณ supawit ผู้ตั้งคำถามครับ
อนุโมทนากับคุณ ธงรบ ด้วยครับ
บันทึกการเข้า
supawit
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23



อนุโมทนากับคุณธงธงด้วยครับ
บันทึกการเข้า
ตามรอย (พจน์)
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16



อ้างจาก: author=supawit link=topic=1267.msg11493#msg11493 date=1219697951
อนุโมทนากับคุณธงธงด้วยครับ

อะจึ๋ย ขอแก้ไข
ธงรบ คร้าบ ไม่ใช่ ธงธง  :D :D :D
บันทึกการเข้า
บุญลักษณ์
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 235



           ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมคะ...อย่าว่าแต่คุณ ปรเมสฐ์ บุญศรี เลยแม้แต่พระสมัยนี้อยู่ในเพศนักบวชแท้ๆก็ยังไม่รู้จักการเคารพพระศาสดาจริงๆกันหรอก  แม้รู้ว่าการกระทำนี้ผิดวินัย ก็มักจะอ้างว่าต้องอยู่กับสิ่งสมมุติ อ้างว่าสมัยพระพุทธเจ้ากับสมัยนี้ต่างกันลิป  สารพัดข้อที่จะสรรหามาอ้างพระพุทธเจ้าเป็นพระสัพพัญญู พระองค์ท่านจะตัรสสิ่งใด บัญญัติสิ่งใดไว้ไม่มีโครผู้ใดจะลบล้างได้เด็ดขาด    ผู้ออกบวชคือผู้ที่น้อมนำธรรมะของพระพุทธเจ้ามาประพฤติ ปฏิบัติไม่เคารพในพระวินัยที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้   ยังคิดว่าเป็นนักบวชอยู่หรือ???? 
บันทึกการเข้า
PICHAI KURATTANASIR
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 42




   

๕. จตุตถปาราชิกกัณฑ์
(ว่าด้วยปาราชิกสิกขาบทที่ ๔)
              เริ่มเรื่องว่า พระพุทธเจ้าประทับ ณ เรือนยอดในป่ามหาวัน ใกล้กรุงเวสาลี สมัยนั้นมีภิกษุหลายรูป ที่ชอบพอเป็นมิตรสหายกัน จำพรรษาอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา. สมัยนั้น เกิดทุพภิกขภัย๑ ในแคว้นวัชชี (ราชธานี ชื่อกรุงเวสาลี) ภิกษุทั้งหลายลำบากด้วยเรื่องอาหารบิณฑบาต จึงปรึกษากันว่า จะทำอย่างไรดี.๒

              บางรูปเห็นว่า ควรช่วยแนะนำกิจการงานของคฤหัสถ์ บางรูปเห็นว่า ควรทำหน้าที่ทูต (คือนำความข้างนี้ไปบอกข้างนั้น นำความข้างนั้นมาบอกข้างนี้ (คล้ายบุรุษไปรษณีย์) บางรูปเห็นว่า ควรใช้วิธีสรรเสริญกันและกันให้คฤหัสถ์ฟังว่า ภิกษุรูปนั้นรูปนี้ มีคุณวิเศษอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น ได้ฌานที่ ๑ ฌานที่ ๒ เป็นต้น จนถึงว่าได้เป็นพระโสดาบัน เป็นพระสกทาคามี เป็นพระอนาคามี เป็นพระอรหันต์ มีวิชชา ๓ มีอภิญญา ๖. เมื่อเห็นว่าวิธีหลังนี้ดี จึงเที่ยวสรรเสริญกันและกันให้คฤหัสถ์ฟัง จึงได้รับเลี้ยงดูจากคฤหัสถ์ชาวริมน้ำวัคคุมุทาเป็นอย่างดี มีผิวพรรณผ่องใส เอิบอิ่ม. เมื่อออกพรรษาแล้ว จึงเก็บเสนาสนะ เดินทางไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ณ กรุงเวสาลี.

              ปรากฏว่าภิกษุที่มาแต่ทิศทางอื่นล้วนซูบผอม ผิวพรรณทราม มีเส้นเอ็นขึ้นเห็นได้ชัด ส่วนภิกษุที่มาจากฝั่งน้ำวัคคุมุทา กลับอิ่มเอิบ อ้วนพี พระผู้มีพระภาคจึงตรัสถามทุกข์สุข และทรงทราบเรื่องนั้น จึงตรัสติเตียนและตรัสเรียกประชุมภิกษุทั้งหลาย ตรัสเรื่องมหาโจร ๕ ประเภท เปรียบเทียบกับภิกษุ คือ

มหาโจร ๕ ประเภท
              ๑. มหาโจรพวกหนึ่งคิดรวบรวมพวกตั้งร้อยตั้งพัน เพื่อจะเข้าไปฆ่า, ปล้น, เอาไฟเผาในคามนิคมราชธานี. ต่อมาก็รวบรวมพวกตั้งร้อยตั้งพันเข้าไปฆ่าปล้น เอาไฟเผาในคามนิคม ราชธานี เทียบด้วยภิกษุบางรูปคิดรวบรวมพวกตั้งร้อยตั้งพัน เพื่อจะจาริกไปในคามนิคม ราชธานี ให้คฤหัสถ์และบรรพชิตสักการะ เคารพ นับถือ บูชา อ่อนน้อม และได้จีวร บิณฑบาต ที่อยู่อาศัย ตลอดจนยารักษาโรค ต่อมาก็รวบรวมพวกตั้งร้อยตั้งพันจากริกไปในคามนิคม ราชธานี มีคฤหัสถ์บรรพชิตสักการะ เคารพ นับถือ บูชา อ่อนน้อม และได้จีวร บิณฑบาต ที่อยู่อาศัย ตลอดจนยารักษาโรค. นี้เป็นมหาโจรประเภทที่ ๑ (ซึ่งมีความปรารถนาลาภสักการะ แล้วก็ทำอุบายต่าง ๆ จนได้สมประสงค์).

              ๒. ภิกษุชั่วบางรูปเรียนพระธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ก็โกงเป็นของตนเอง (แสดงว่าตนคิดได้เอง ไม่ได้เรียนหรือศึกษาจากใคร). นี้เป็นมหาโจรประเภทที่ ๒.

              ๓. ภิกษุชั่วบางรูปใส่ความเพื่อนพรหมจารีผู้บริสุทธิ์ ผู้ประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์ ด้วยข้อหาว่า ประพฤติผิดพรหมจรรย์ อันไม่มีมล. นี้เป็นมหาโจรประเภทที่ ๓.

              ๔. ภิกษุชั่วบางรูปเอาของสงฆ์ที่เป็นครุภัณฑ์ ครุบริขาร (ที่ห้ามแจกห้ามแบ่ง) เช่น อาราม ที่ตั้งอาราม วิหาร ที่ตั้งวิหาร เตียง ตั่ง เป็นต้น ไปสงเคราะห์คฤหัสถ์ ประจบคฤหัสถ์ (พราะเห็นแก่ลาภ). นี้เป็นมหาโจรประเภทที่ ๔.

              ๕. ภิกษุผู้อวดคุณพิเศษที่ไม่มีจริง ไม่เป็นจริง ชื่อว่าเป็นยอดมหาโจรในโลก เพราะบริโภคก้อนข้าวของราษฎรด้วยอาการแห่งขโมย.

              ครั้นแล้วทรงติเตียนภิกษุชาวริมฝั่งน้ำวัดคุมุทาด้วยประการต่าง ๆ พร้อมทั้งทรงบัญญัติสิกขาบท ห้ามอวดคุณพิเศษที่ไม่มีในตน เมื่ออวดไปแล้ว แม้จะออกตัวสารภาพผิดทีหลัง ก็ต้องอาบัติปาราชิก.



จากพระไตรปิฏกฉบับประชาชน

พิชัย
บันทึกการเข้า
ว่าที่ ร.ต.หัสถชัย โพธิ์จันทร์ ร.น.
ผิดพลาดมาแล้ว จะปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33



ขอสนับสนุนแนวทางการสอนของ"หลวงปู่ เกษม อาจิณฺณสีโล"
            เพิ่งจะแวะเข้ามาอ่านในกระทู้นี้ อ่านดูแล้วไม่รู้ว่าผู้ตั้งกระทู้ได้รับคำตอบแล้วมีความคิดเห็นประการใด เพราะไม่ตอบกลับมา สำหรับผมแล้วขณะนี้ตอนนี้และต่อๆไปในภายภาคหน้าขอยืนยันว่า พระพุทธรูป ไม่ใช่ที่พึ่ง ที่เคารพ สักการะและไม่ใช่ตัวแทนพระบรมศาสดาผู้ตถาคตเจ้า แน่นอน ขอถามให้คิดตั้งแต่เริ่มมีพระพุทธรูปจนถึงปัจจุบันนี้ มีพระพุทธรูปจำนวนเท่าไหร่ ลองคำนวนดูคร่าวๆพอประมาณดังนี้
            -วัดในประเทศไทยสัก 10,000 วัด
            -พระพุทธรูปสัก 9 ปาง เช่น นาคปรก,ประทานพร,ห้ามสมุทร,สมาธีฯ
            -รุ่นต่างๆสัก 3 รุ่น เช่น ฉลองโบสถ์, เสาร์ 5,ในโอกาสพิเศษอื่นๆ
            -พิมพ์ต่างๆสัก 3 พิมพ์ เช่น สุโขทัย,อยุธยา,รัตนโกสินทร์
            -ขนาดต่างๆสัก 3 ขนาด โดยนิยมคือ เล็ก กลาง ใหญ่
            จะได้พระบูชา จำนวนมหาศาล คือ 10,000x9x3x3x3 = 2,430,000 องค์ เฉพาะในวัด แล้วประเทศไทยมีวัดจำนวนเท่าไหร่ล่ะครับ....?

            ทีนี้นับชาวพุทธที่มีพระพุทธรูปบูชาประจำบ้าน พอคร่าวๆดังนี้
            -ชาวพุทธสัก 500,000 ครัวเรือน
            -มีพระพุทธรูปสำหรับบูชาเฉลี่ยประมาณ 5 องค์ ต่อ 1 ครัวเรือน
            จะได้พระบูชาสำหรับชาวเรือน คือ 500,000x5 = 2,500,000 องค์ โดยประมาณ
            ยังไม่รวมสถานที่รัฐบาลและเอกชนต่างอีกประมาณสัก 1,000,000 องค์
เมื่อรวมแล้วมากมายมหาศาลจนนับไม่ได้ แล้วองค์ไหนคือตัวแทนของพระศาสดา พระพุทธรูปที่ท่านเคารพ สักการะ บอกหรือสอนอะไรอันนี้ขอถามนะครับ...!
           
   

     
บันทึกการเข้า

ข้าขอถึง พุทธ ธรรม สงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่ ๑,๒,๓
        จะตั้งใจศึกษา พระพุทธศาสนา ตามกำลังสามารถของตน
        ไม่ยอมท้อและไม่ยอมถอย แม้มีอุปสรรคเข้ามาขัดขวาง
         ความมุ่งหวังสูงสุด คือ การบรรลุ มรรค ผล นิพพาน
พูดคุยติดต่อได้ที่ หมายเลข 086-315-1057
ว่าที่ ร.ต.หัสถชัย โพธิ์จันทร์ ร.น.
ผิดพลาดมาแล้ว จะปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33



ส่วนเรื่องญาติมีเรื่องให้คิดดังนี้(พอเห็นเป็นแนวทาง)
            ความเคารพในบุคคลไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ทวด และญาติทั้งหลาย จะมีได้ก็ต่อเมื่อมีบุญคุณต่อกันเท่านั้นนอกนั้นไม่มี ใครอยากด่า อยากว่ายังไงก็เชิญตามสบาย เพราะถ้าไม่เคยทำเวรกรรมไม่ดีต่อกันมานับชาติไม่ได้แล้วมาตำหนิกันคงจะแปลกอยู่ แม้แต่องค์พระจอมไตร ยังถูกตามด่า ส่วน รูปของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว สำหรับผมนั้นเผาเกลี้ยงไม่เหลือไว้ แม้แต่ตัวผมเอง รวมทั้ง แม่และพ่อ หากตายแล้วเผาหมดไม่เหลือสิ่งใดไว้ แต่การเผาครั้งนี้มีความพิเศษเพิ่มมาตรงที่ ไม่นำไปเผาที่วัดหรือ ฌาปณสถาน ไดๆทั้งสิ้น หากเป็นที่ท้ายไร่ของผมเอง จะได้ไม่มีกรรมรบกวนสถานที่และผู้คน ไม่มีพิธีกรรมใดๆ ไม่สวด เพราะถึงทิ้งร่างไว้ก็ไม่เกิดประโยชน์ มีแต่พระคูณ ความดี ที่ส่องแสงสว่างโชติช่วงอยู่ในใจให้ระลึกนึกถึง
           ผมเคารพพระบรมไตรโลกนาถศาสดา เพราะศรัทธาในคำสอนของพระองค์ท่าน
           ผมเคารพพระธรรมที่สมเด็จพระพุทธตรัสไว้เพราะปฏิบัติตามคำสอนแล้วประสบผลดีต่อตนเอง
           ผมเคารพพระสงฆ์เพราะท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบให้เห็นเป็นตัวอย่าง
สำหรับท่านอื่นถ้าทบทวนแล้วมีความคิดเห็นประการใด ช่วยโพสท์ข้อความคิดเห็นของท่านเล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ
           
         จากคนเคยโง่ แต่จะไม่โง่ต่อไป พยายามจะศึกษาให้ฉลาดขึ้น....เรื่อยๆไป จนกว่าจะจบกิจที่เหมาะสมแก่ตน.
บันทึกการเข้า

ข้าขอถึง พุทธ ธรรม สงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่ ๑,๒,๓
        จะตั้งใจศึกษา พระพุทธศาสนา ตามกำลังสามารถของตน
        ไม่ยอมท้อและไม่ยอมถอย แม้มีอุปสรรคเข้ามาขัดขวาง
         ความมุ่งหวังสูงสุด คือ การบรรลุ มรรค ผล นิพพาน
พูดคุยติดต่อได้ที่ หมายเลข 086-315-1057
park1234
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1



อนุโมทนาคับ
บันทึกการเข้า

sbo sbo | sbobet sbobet | sbo sbo | sbobet sbobet | sbo sbo | sbobet sbobet
หน้า: 1 2 [3]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: