หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของมารชั่ว  (อ่าน 4345 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
พระวัดสามแยก
พระพันธกานต์ อภิปัญโญ (ครูบาหม่าว)
ผู้ดูแล
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2752




ชาวทิพย์ที่เป็นเพื่อนเก่าข้าได้เดินทางมาหาข้า     มากันหลายภูมิเพื่อมาแจ้งข่าวให้ข้ารู้ว่า   
รูปถ่าย – รูปปั้น – รูปแกะสลัก – รูปวาด – รูปหล่อ – รูปตีพิมพ์ – รูปชาวทิพย์   
โดยที่สุดแม้เพียงรูปตุ๊กตาเด็กเล่น    ก็จะมีปีศาจที่ทรงฤทธิ์อาคม    ได้จัดกันเป็นกลุ่มๆ   
ในแต่ละกลุ่มจะมีหัวหน้าที่มีฤทธิ์กล้า    พากันล้อมรอบรูปทั้งหลายเหล่านั้น   
โดยการนั่งรอบบ้าง – ยืนรอบบ้าง – เดินรอบบ้าง – เหาะรอบบ้าง   

มีทั้งหันหน้าเข้าหารูปที่มันล้อมรอบและมีทั้งการระวังภัยให้กลุ่มของพวกมันพร้อมกันไปด้วย   
ทั้งด้านในและด้านนอก   แล้วมันก็พากันร่ายเวทอาคม   ลงไปในรูปภาพต่างๆ   
ให้มีความเป็นไปต่างๆในทางที่เสียหาย    เรียกว่าพวกมารมันทำการเสกเพื่อให้เป็นทุกข์และทรมาน - ปั่นป่วน   
พวกรูปทั้งหลายนี้ไม่ทำให้เกิดผลดีแม้แต่นิดเดียวไม่ว่ารูปเล็กหรือรูปใหญ่   
พวกปีศาจมันรุมล้อมกันเสกทั้งหมด     แต่มันเสกเพื่อให้เกิดความเดือดร้อนเป็นทุกข์กันทั้งนั้น   
ข้าก็ถามไปว่า    แล้วรูปของพระเจ้าแผ่นดินล่ะ   
เสียงของชาวทิพย์ที่มาหาข้าก็ดังกระหึ่มทั่วน่านฟ้าว่า     เหมือนกันหมดพระคุณท่าน   
แล้วข้าก็ถามวิธีแก้     ชาวทิพย์ทั้งหมดที่มานั้นตอบว่า    พระคุณท่านรู้อยู่แล้ว     
และข้าก็ร้องว่า   โอ้โฮ   ยุ่งล่ะกูงานนี้   
แล้วก็ถามเขาว่า     พวกท่านผู้มีฤทธิ์ทั้งหลาย     ทำไมถึงไม่ช่วยมลายมนต์ของพวกมันเล่า   
ชาวทิพย์เขาตอบว่า    เมื่อได้เรียนรู้ก็ได้ทำการมลายมนต์ของพวกมันแล้วท่าน   แต่มันไม่ได้จืดจางง่ายๆ   
เหมือนคนหว่านของสกปรกเข้าบ้าน    ด้วยกำลังที่แข็งแรงเพียงหนึ่งคน   
แล้วก็มีคนที่มีกำลังแข็งแรงอีกสิบคนหรือร้อยคนก็ตาม   
คอยทำความสะอาดก็ไม่สามารถจะสู้ผู้หว่านของสกปรกเข้าบ้านเพียงผู้เดียวได้หรอก   
ท่านเป็นผู้เห็นและรู้หลายอย่างพอสมควรสำหรับยุคนี้    ขอพระคุณท่านจงใช้พรหมวิหารของท่านให้มาก
เพื่อประโยชน์สุขของมวลหมู่สัตว์ทั้งหลาย   หากพระคุณท่านใช้พรหมวิหารแต่ภายใน   
ไม่ใช้ออกภายนอก    ปวงสัตว์จะต้องแย่แน่ๆในคราวนี้   

แล้วก็มีหัวหน้าของชาวทิพย์นั้น   ก้มลงหมอบที่พื้น   อีกอึดใจต่อมาทั้งหมดก็ก้มหมอบลงด้วยกัน     
หัวหน้าของเขาก็หมอบกล่าวว่า    พระคุณท่าน    พวกมารมันไม่ยกเว้นผู้ใด    ถึงจะเป็นพระอรหันต์ก็ตาม     
แม้แต่ครั้งที่พระพุทธองค์ยังดำรงอยู่มันก็ยังตามเสกพระองค์อยู่เป็นประจำ   
ส่วนสาวกอื่นๆนั้นย่อมถูกเสกแน่ๆ     ถึงแม้ผู้ที่ตายไปจากโลกมนุษย์แล้ว   
ถ้ามีรูปภาพเก็บเอาไว้ในแดนมนุษย์    พวกมารมันก็เสกที่รูปที่เหลืออยู่นั้น   
ซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนหงุดหงิดวุ่นวายไปในแดนสวรรค์
หรือแดนพรหม   ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ตายไปจากโลกมนษย์นั้นไปอยู่     
แม้ผู้ใดที่ไม่มีรูปถ่าย – ไม่ได้ทำรูปก็ตาม    พวกมารชั่วมันก็ทำรูปของคนนั้นๆขึ้นมา    แล้วก็ทำการเสก     

เมื่อครั้งพระพุทธองค์ปรินิพพานไม่นาน   
เหล่ามารมันก็พากันอธิษฐานเนรมิตรูปพุทธองค์ขึ้นในแดนของพวกมัน
แล้วก็ทำการเสก    เพื่อให้ศาสนธรรมที่พระองค์ประกาศไว้สั่นคลอน – ปั่นป่วนไม่หยุดหย่อนจนถึงบัดนี้   
แม้แต่มนุษย์ที่สิ้นกิเลสหรือที่มีกิเลสน้อย    รวมทั้งปุถุชนคนโง่ก็จะถูกมารชั่วมันบันดาลให้มีความคิด
ที่อยากจะหล่อ – ปั้น – ปั๊ม – อัด – แกะ – ถ่ายรูปขึ้นมา   แล้วก็อยากจะทำการปลุกเสก     

หลังจากปลุกเสกแล้ว     พวกมารมันก็ทำให้เป็นเหมือนว่าการปลุกเสกนั้นเป็นของดี   
พวกมารมันก็จะทำสถานการณ์และเหตุการณ์ให้ดีขึ้น    เมื่อรู้ว่าคนผู้นั้นทำผิดวินัยของพระพุทธเจ้า     
พวกมารก็จะทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่คนเหล่านั้น      ทั้งๆที่การเจริญนั้นเป็นการเจริญด้วยการผิดวินัย         
และพวกมารมันยิ่งบันดาลให้มนุษย์เร่งทำผิดวินัยของพระพุทธเจ้า   
เพราะเมื่อทำผิดแล้วมันจะทำให้เห็นว่ามีความเจริญ    แต่ที่แท้พวกเหล่ามารร้ายทั้งหมด     
มันรู้ว่าการปลุกเสกนี่เป็นการกระทำที่ผิดวินัยของชาวพุทธและมีโทษมากด้วย

ยิ่งพวกชาวพุทธเราทำผิดวินัยของพระพุทธองค์มากเท่าไหร่    พวกมารร้าย – ปีศาจร้ายก็ยิ่งอิ่มเอิบใจ – ภูมิใจ   
ยิ่งพระ – เณร – เถร – ชี   และชาวบ้านชาวเมืองทั้งหลาย    พากันทำผิดวินัยของพระพุทธองค์มากเท่าไหร่
ก็จะเป็นการติดบ่วงมารหลายๆบ่วงมากขึ้นๆ   คนหนึ่งๆยิ่งติดบ่วงมารหลายบ่วงมากเท่าไหร่   
พวกมารมันยิ่งพอใจมากและยังมีข้ออื่นๆอีกขอพระคุณท่านเล็งดูตามความสะดวกของพระคุณท่านนั้นเถิด   

อีกอย่างหนึ่งเพราะพวกมารมันรู้ว่าศาสนาพุทธจะดำรงอยู่ถึง   5000   ปี       
มันจึงมีความพยายามอย่างมาก    เพื่อจะทำให้พุทธศาสนาสั่นคลอน – ง่อนแง่น
เพื่อให้ศาสนาดำเนินไปไม่ถึง   5000   ปี   
โดยวิธีการที่จะทำให้มีผู้นับถือพุทธศาสนาเหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้   

พวกข้าผู้ด้อยจะไปทำงานของพวกข้าต่อและขอได้โปรดพระคุณท่านโปรดใช้เมตตากับกรุณาให้มาก
และข้อความนี้จงแจ้งแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายด้วย     แล้วชาวทิพย์เหล่านั้นก็อันตธานหายไป
     
                                         
                                                                                   

                                                                                  พระเกษม    อาจิณฺณสีโล
                                                                                       28   ก.ค.    2551



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 16 เมษายน , 2009 เวลา 15:48:18 PM โดย พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ » บันทึกการเข้า
พระวัดสามแยก
พระพันธกานต์ อภิปัญโญ (ครูบาหม่าว)
ผู้ดูแล
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2752




เล่ม   24   หน้า   401
 
รูปใด ๆ จะอยู่ในโลกนี้หรือโลกอื่นและจะอยู่ในอากาศ     มีรัศมีรุ่งเรืองก็ตามที               
รูปทั้งหมดเหล่านั้น   อันมารสรรเสริญแล้ว   วางดักสัตว์ไว้แล้ว  เหมือนเขาใส่เหยื่อล่อเพื่อฆ่าปลา  ฉะนั้น.



บ่วงแห่งมาร                     เล่ม   28    หน้า   192

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย    รูปที่จะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ    อันน่าปรารถนา  น่าใคร่   น่าพอใจ  น่ารัก 
อาศัยความใคร่    ชวนให้กำหนัด    มีอยู่หากภิกษุเพลิดเพลินสรรเสริญ    หมกมุ่น     พัวพันรูปนั้น 
ภิกษุนี้เรากล่าวว่าไปสู่ที่อยู่ของมาร    ตกอยู่ในอำนาจของมาร    ถูกมารคล้อง    รัด 
มัดด้วยบ่วง    ภิกษุนั้นพึงถูกมารผู้มีบาปใช้บ่วงทำได้ตามปรารถนา   ฯลฯ   

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   ธรรมารมณ์ที่จะพึงรู้แจ้งด้วยใจ   อันน่าปรารถนา   น่าใคร่   น่าพอใจ  น่ารัก 
อาศัยความใคร่    ชวนให้กำหนัด    มีอยู่    หากภิกษุเพลิดเพลินหมกมุ่น    พัวพันธรรมารมณ์นั้น   
ภิกษุนี้เรากล่าวว่า   ไปสู่ที่อยู่ของมาร    ตกอยู่ในอำนาจของมาร   ถูกมารคล้อง   รัด    มัดด้วยบ่วง   
ภิกษุนั้นพึงถูกมารผู้มีบาปใช้บ่วงทำได้ตามปรารถนา.



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 03 สิงหาคม , 2008 เวลา 15:12:25 PM โดย พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ » บันทึกการเข้า
พระวัดสามแยก
พระพันธกานต์ อภิปัญโญ (ครูบาหม่าว)
ผู้ดูแล
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2752




ภิกษุปลุกเสกเลขยันต์...ผิด   เล่ม  11   หน้า   315
       
มหาศีล

1. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา  ( วิชาที่ขัดกับพระนิพพาน )
เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวก  ฉันโภชนะ ( อาหาร ) ที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว   
ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้    คือ 
ทายอวัยวะ  ทายนิมิต ( เครื่องหมาย )  ทายฟ้าผ่า  เป็นต้น   ทำนายฝัน   ทำนายลักษณะ   ทำนายหนูกัดผ้า   
ทำพิธีบูชาไฟ     ทำพิธีเบิกแว่นเวียนเทียน     ทำพิธีซัดแกลบบูชาไฟ     ทำพิธีซัดรำบูชาไฟ   
ทำพิธีซัดข้าวสารบูชาไฟ     ทำพิธีเติมเนยบูชาไฟ     ทำพิธีเติมน้ำมันบูชาไฟ     ทำพิธีเสกเป่าบูชาไฟ     
ทำพลีกรรมด้วยโลหิต    เป็นหมอดูอวัยวะ    ดูลักษณะที่บ้าน    ดูลักษณะที่นา    เป็นหมอปลุกเสก
เป็นหมอผี   เป็นหมอลงเลขยันต์คุ้มกันบ้านเรือน    เป็นหมองู    เป็นหมอยาพิษ    เป็นหมอแมลงป่อง 
เป็นหมอรักษาแผลหนูกัด    เป็นหมอทายเสียงนก    เป็นหมอทายเสียงกา    เป็นหมอทายอายุ   
เป็นหมอเสกกันลูกศร    เป็นหมอทายเสียงสัตว์    แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.......

....6.  ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา   เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวก   
ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว     ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้  คือ 
ให้ฤกษ์อาวาหมงคล     ให้ฤกษ์วิวาหมงคล     ดูฤกษ์เรียงหมอน     ดูฤกษ์หย่าร้าง   
ดูฤกษ์เก็บทรัพย์     ดูฤกษ์จ่ายทรัพย์    ดูโชคดี    ดูเคราะห์    ให้ยาผดุงครรภ์     ร่ายมนต์ให้ลิ้นกระด้าง   
ร่ายมนต์ให้คางแข็ง     ร่ายมนต์ไห้มือสั่น    ร่ายมนต์ให้หูไม่ได้ยินเสียง    เป็นหมอทรงกระจก 
เป็นหมอทรงหญิงสาว     เป็นหมอทรงเจ้า     บวงสรวงพระอาทิตย์    บวงสรวงท้าวมหาพรหม
ร่ายมนต์พ่นไฟ   ทำพิธีเชิญขวัญ   แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.
           
7.   ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา   เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวก   
ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว     ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้    คือ   ทำพิธีบนบาน    
ทำพิธีแก้บน    ร่ายมนต์ขับผี     สอนมนต์ป้องกันบ้านเรือนทำกะเทยให้กลับเป็นชาย     
ทำชายให้กลายเป็นกะเทย     ทำพิธีปลูกเรือนทำพิธีบวงสรวงพื้นที่   พ่นน้ำมนต์   รดน้ำมนต์ 
ทำพิธีบูชาไฟ   ปรุงยาสำรอก    ปรุงยาถ่าย    ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องบน   
ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องล่างปรุงยาแก้ปวดศีรษะ    หุงน้ำมันหยอดหู    ปรุงยาตา   ปรุงยานัตถุ์   
ปรุงยาทากัด    ปรุงยาทาสมาน    ป้ายยาตา    ทำการผ่าตัด    รักษาเด็ก    ชะแผล 
แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง....

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผู้ที่ยินดีในความผิดผู้อื่น...บาปมาก                   เล่ม  70    หน้่า   231

...ได้ยินว่า    ในอดีตกาล   พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นชาวประมง   ในหมู่บ้านชาวประมง
วันหนึ่ง  พระโพธิสัตว์นั้นกับพวกบุรุษชาวประมง   ไปยังที่ที่ฆ่าปลา
เห็นปลาทั้งหลายตาย  ได้ทำโสมนัส (ความดีใจ) ให้เกิดขึ้นในข้อที่ปลาตายนั้น
แม้บุรุษชาวประมงที่ไปด้วยกัน  ก็ทำความโสมนัสให้เกิดขึ้นอย่างนั้นเหมือนกัน   ด้วยอกุศลกรรม (บาปกรรม) นั้น

พระโพธิสัตว์ได้เสวยทุกข์ในอบายทั้ง 4   (นรก – เปรต – อสุรกาย – สัตว์เดรัจฉาน)   
ในอัตภาพ ( ความเป็นตัวตน ) หลังสุดนี้  ได้บังเกิดขึ้นตระกูลศากยราช  พร้อมกับบุรุษเหล่านั้น
แม้จะได้บรรลุความเป็นพระพุทธเจ้าโดยลำดับแล้ว     ก็ยังได้เสวยความเจ็บป่วยที่ศีรษะด้วยตนเอง
และเจ้าศากยะเหล่านั้น   ถึงความพินาศกันหมดในสงครามของเจ้าวิฑูฑภะ...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 03 สิงหาคม , 2008 เวลา 15:12:06 PM โดย พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ » บันทึกการเข้า
พระวัดสามแยก
พระพันธกานต์ อภิปัญโญ (ครูบาหม่าว)
ผู้ดูแล
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2752





ข้อความที่จะได้อ่านและศึกษาต่อไปนี้    เป็นบทสนทนาระหว่างพระอานนท์และสุภมานพโตเทยยบุตร
หลังจากที่พระอานนท์ได้พูดเรื่อง     จุลศีล - มัชฌิมศีล - มหาศีล    ให้สุภมานพฟังเสร็จแล้ว   
ซึ่ง     "มหาศีล"     นี้ก็รวมทั้งข้อห้ามเรื่องเครื่องรางของขลัง - ของปลุกเสกทั้งหลาย
ตามที่ได้ยกข้อความมาให้ศึกษากันในกระทู้ข้างบนนั้นด้วย

เล่ม   12   หน้า   207


....ดูก่อนมาณพ   ภิกษุถึงพร้อมด้วยศีลอย่างนี้     ย่อมไม่ประสบภัยแต่ไหนๆ   
เพราะเป็นผู้สำรวมด้วยศีล     เหมือนพระราชามหากษัตริย์     ผู้ได้มุรธาภิเศก
กำจัดศัตรูได้แล้ว     ย่อมไม่ประสบภัยแม้แต่ไหนๆ     เพราะศัตรูนั้น     
ดูก่อนสุภมาณพ     ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีล     ก็ฉันนั้น    ย่อมไม่ประสบภัยแต่ไหน ๆ
เพราะเป็นผู้สำรวมด้วยศีล      ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยสีลขันธ์อันประเสริฐนี้     
ย่อมเสวยสุขอันปราศจากโทษในภายใน  ดูก่อนสุภมาณพ  ด้วยเหตุนี้แล   ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล.
         
ดูก่อนสุภมาณพ   สีลขันธ์อันประเสริฐนี้แล     ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสสรรเสริญ   
และยังชุมชนให้ยึดถือ     ให้ตั้งอยู่      ให้ดำรงอยู่ 
อนึ่ง   ในธรรมวินัยนี้    ยังมีกิจที่จะต้องทำให้ยิ่งขึ้นไปอยู่อีก....

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 03 สิงหาคม , 2008 เวลา 15:11:43 PM โดย พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ » บันทึกการเข้า
พระวัดสามแยก
พระพันธกานต์ อภิปัญโญ (ครูบาหม่าว)
ผู้ดูแล
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2752




เมื่อวานลืมบอกคำอธิษฐานเพื่อไม่ให้มารสามารถทำอะไรได้ตามที่ต้องการ
ก็อธิษฐานตามนี้เลย


"ขออำนาจพุทธ - ธรรม - สงฆ์    จงบันดาลบุญข้าให้ป้องกันอำนาจมาร
อย่าได้เห็นรูปในและรูปนอกของข้า"


รูปใน   หมายถึง   รูปร่างกายของตัวเอง
รูปนอก   หมายถึง    รูปของตัวเองที่เป็นรูปถ่าย - ปั้น - แกะ - หล่อ    ที่มีอยู่ตามสถานที่ต่างๆ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 03 สิงหาคม , 2008 เวลา 15:11:27 PM โดย พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: