หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอเล่าด้วยคน  (อ่าน 45971 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ติ๊ก
ทิพย์ภวรรณ ทั่งศิริ
ผู้ดูแลกระทู้
.....
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 504


เว็บไซต์

แม้ท้าวสักกเทวราช ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ยังต้องการบุญเลยค่ะ (ที่ปลอมตัวลงมามาใส่บาตรพระกัสสปเถระ)
ดังนั้น เทวดาชั้นผู้น้อย ก็ย่อมต้องการแน่นอนอยู่แล้ว 
อุทิศบุญให้เทวดา เทวดาย่อมรักษาค่ะ  /\
บันทึกการเข้า

" พืชแม้มาก  อันบุคคลหว่านแล้วในนาดอน
ผลย่อมไม่ไพบูลย์  ทั้งไม่ยังชาวนาให้ยินดี  ฉันใด,
ทานมากมาย  อันบุคคลตั้งไว้ในหมู่ชนผู้ทุศีล 
ผลย่อมไม่ไพบูลย์  ทั้งไม่ยังทายกให้ยินดี ฉันนั้นเหมือนกัน
"
...เล่ม๔๒...หน้า๓๑๒
เปรม บุญยืน
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29



ต้องขอโทษ และขออภัยด้วยครัีบ  ผมจำผิดคนจริง ๆ  ก็นึกขำตัวเองอยู่เหมือนกันนะครับเนี่ย
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193




"  ...เหตุการณ์ต่อเนื่องกับเรื่องนำนักเรียนไปที่โป่งก้อนเส้า   หลังจากคิดว่ามีชาวทิพย์มาทักในตอนตีห้า  วันถัดมาเขาพานักเรียนไปเดินป่าอีก  ผมรู้สึกว่าเราเดินช้าเพราะข้อไม่ดี  และไม่อยากทรมานสังขารจนเกินไป  จึงขอนอนเฝ้าบ้านพักคนเดียว   ตอนอยู่คนเดียวแม้เป็นกลางวันก็เสียวๆหลังเหมือนกันเพราะมันเงียบมาก 
มีผึ้ง 2 ตัว บินมาจ่อที่หูตอนนอนแต่มันบินเร็วและกระพือปีกเสียงดังมาก  และบินมาจ้องอยู่ที่หน้านิ่งๆผมหันหน้าหนีไปทางใหนผึ้งก็เหมือนว่าจะบินมามองหน้าท่าเดียว  คิดว่าอุปาทานหรือเปล่าไม่รู้   ก็เลยอุทิศบุญให้ผู้ควบคุมผึ้งสองตัวนั่นแม้จะไม่ได้มาขอบุญหรือคิดมากไปเองก็คงไม่เสียหาย(ไม่มาขอก็จะให้น่ะ   กันไว้ก่อนเพราะเคยได้ยินว่าผึ้งป่าดุร้ายกว่าผึ้งธรรมดา)   วิทยากรบอกนักเรียนว่าใครมาป่าต้องระวังความประพฤติคำพูดให้ดี  เพราะมีคนมาเที่ยวพูดจาไม่ระวัง โดนแตนป่าต่อยเอาหลายราย  และเล่าเรื่องนักท่องเที่ยวหลง วนอยู่ในป่าแคบๆทั้งวัน  เพราะไปดูถูกเจ้าป่าเจ้าเขา  จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปตามจึงหาทางออกมาได้ทั้งที่ป่าบริเวณนั้นไม่ได้ลึกและซับซ้อนอะไรมาก  แต่คงโดนชาวทิพย์เล่นงานเอา  พอนักเรียนกลับมาจากเดินป่าก็มีข่าวว่าถูกแตนต่อยปากบวม  พอเห็นหน้าผมก็หัวเราะเพราะเด็กคนนี้พูดจากระโชกโฮกฮากเป็นนิสัย   และเพื่อนเคยเล่าให้ฟังว่าชอบด่า ถกเถียงกับแม่ตัวเองอย่างหยาบคายประจำ  ระหว่างเดินป่าเพื่อนก็บอกว่านักเรียนคนนี้พูดเสียงดังตลอดทาง   ก็แปลกที่มันต่อยคนเดียว และก็ต่อยที่ปาก เพื่อนๆของเขาพากันขำและสมน้ำหน้าหน่อยๆ 
   ....ด้วยเหตุนี้ผมจึงค่อนข้างใส่ใจกับตัวผึ้งตัวแตนที่บินว่อนไปมาในป่า  เพราะไม่รู้ว่าเรามีกรรมอะไรที่จะต้องโดนต่อยเอามั่งหรือเปล่า   แล้วก็แปลกว่ามันบินมาเกาะที่บ้านพักที่ผมอยู่ตลอดคืนเสียงร้องหึ่งๆ  ลืมถามว่าบ้านหลังอื่นมีผึ้งไปหาเยอะไหม  ถ้ามาหาเราคนเดียวก็แปลว่ามาขอบุญ  แต่ก็อุทิศบุญให้ตลอด  ผึ้งก็บินมาเกาะตัวกันที่หลอดไฟเหนือศรีษะของผมที่กำลังนั่งทานขนมหน้าชานบ้านพักตอนเช้า  เกาะแล้วก็ร่วงลงมาเป็นร้อยๆตัว เอาละนะ จะมาขอบุญหรือเปล่าไม่ทราบไม่มีญาณ  แต่ก็อุทิศให้ผู้พาผึ้งมาก็แล้วกัน  พอกลางวันมีแตนตัวหนึ่งบินมาตัวเดียวช้าๆ  เห็นมันก็เลยนั่งมองและอุทิศบุญให้แต่ไม่กลัวอะไรนักเพราะมันบินผ่านหน้าไปมาช้าๆ   แล้วจู่ๆก็คิดขึ้นมาเองว่า "นี่เจ้าแตน  อย่าบอกนะว่าจะมาตายตรงหน้านี้เพื่อจะมาขอบุญไปเกิดใหม่" คิดเสร็จก็ตำหนิตัวเองว่าคิดอะไรบ้าๆอย่างนั้นวะ  ตาก็มองแตนตัวนั้นตลอดจนมันเริ่มลงไปเดินบนพื้นข้างหน้าผมห่างไปจากปลายเท้าผมสัก 2  ฟุตกลับไปมาาหลายรอบ  ไม่กลัวมันก็จริงแต่ระวังว่าจะมาต่อยเอาเลยมองมันตลอด  สักครู่มันก็เริ่มเดินช้าและสะเปะสะปะ  ผมก็เฉยๆ คิดถามเล่นๆในใจว่า  อ้าว เป็นอะไรล่ะเจ้าแตน  เหนื่อยหรือไม่สบาย พอถามเสร็จสักหน่อยมันนอนหงายท้องขึ้นแล้วทำท่าชักดิ้นชักงอ  เริ่มกลัวมันตายเลยอุทิศบุญให้มัน  โดยลืมคิดไปว่ามันยังรับไม่ได้  ขอให้บุญกุศลของเราช่วยให้แตนตัวนี้หายทรมานที่เถิด  อย่าตายนะ เราคิดเล่นๆเฉยๆ   ปรากฏว่าไม่นานมันก็สิ้นใจต่อหน้าต่อตา  ผมก็ขนลุกหน่อยๆว่าเรารู้ได้ไงว่ามันจะตายเลยรีบอุทิศบุญให้วิญญาณเจ้าแตนตัวนี้ทันที  เพราะคิดว่า มันคงรู้ว่าตัวจะตาย  ญาติในแดนทิพย์ของมันพามันมาตายต่อหน้าผมเพราะรู้ว่าผมคงให้บุญติดตัวมันไปแน่ๆ   สงสัยว่าชาวทิพย์จะส่งสัญญานความคิดมาบอกว่าแตนตัวนี้กำลังจะตายหรือเปล่า  ทำให้เราต้องนั่งมองมันตลอดจากบินอยู่จนลงเดินแล้วก็ชักงอตายต่อหน้า   เรื่องนี้คิดผมเอาเองครับจะใช่หรือไม่มันก็มาตายต่อหน้าผมและได้รับบุญจากผมตอนสิ้นใจไปหมาดๆพอดี  ถือว่าแตนตัวนี้โชคดีอยู่บ้าง..(เดาเอาว่าบุญที่ผมให้คงทันเวลาตอนจิตมันหลุดจากร่าง)
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



"....เมื่อวานนี้(3  ต.ค. 52)  พ่อและแม่ของภรรยาผมมาเยี่ยมคุณตาที่บ้านญาติในอำเภอเมือง โคราช  ผมเห็นได้โอกาสดีเลยบอกภรรยาว่าได้โอกาสทำบุญใหญ่แล้ว   เธอก็ทำท่างงๆ  ผมเลยบอกว่าก็ให้พาคุณพ่อคุณแม่ของเธอไปเลี้ยง   เพราะพรุ่งนี(4  ต.ค.52)เป็นวันออกพรรษาทำบุญกับพระอรหันต์หน่อย.....แล้วก็สาธยายบุญคุณพ่อแม่ที่มีต่อลูก  ให้ภรรยาฟังเธอจะเข้าใจมากน้อยหรือเปล่าไม่ทราบ  แต่เธอก็ทำตาม ดูแล้วพ่อแม่เธอมีความสุขมาก ผมก็แอบยินดีในบุญที่เธอทำ  เพราะนั่งมองเธอตักอาหารให้คุณพ่อคุณแม่ของเธอแล้วปลาบปลื้มใจไปด้วย    ผมนะก็อุทิศบุญตามระเบียบ  แต่ภรรยาผมผู้เลี้ยงดูพ่อแม่อยู่ได้บุญเยอะแน่ๆ(ตามที่ผู้ศึกษาพุทธทั่วไปก็ทราบดี)  แต่เธอไม่ค่อยอุทิศบุญเพราะยังไม่ศรัทธาแรงกล้า...  ก็แน่แหละได้บุญเยอะอย่างนี้ไม่อุทิศบุญ"เขา"ก็มาทวงซิครับ[/color]   
....ตกกลางคืนผมมีนัดไปคุยสนทนาวิสาสะกับเพื่อนที่บ้านพักในโรงเรียน  ภรรยาก็ตามมาด้วยไปทำงานอยู่บนอาคารเรียนซึ่งคืนวันนั้นก็แปลกไฟด้บบนถนนและบางจุดบนอาคารที่ภรรยาผมไปทำงานก็ดับ    ให้ภารโรงเวรกับครูเวรตามช่างไฟฟ้ามาแก้ไขสองครั้ง  เปิดติดแล้วก็ดับ  สุดท้ายหน้าอาคารทั้งชั้นไฟไม่ติด  แต่ในห้องทำงานของภรรยาติด  ก็ถามว่ากล้าอยู่ไหมคนเดียว  เธอว่ากล้าเพราะจำเป็นต้องรีบทำงานให้เสร็จ  ผมเลยทิ้งเธอทำงานคนเดียว  แยกตัวไปคุยกับเพื่อนที่บ้านพักครูนั่งดูฟุตบอลกัน สัก 1 ชัวโมง  ราวๆ  22.00 น.  เธอโทรศัพท์มาบอกว่าให้รีบมารับด่วนเพราะเจอเงาอะไรไม่รู้วูบๆวาบ  อยู่หน้าระเบียงอาคารที่ไฟฟ้าดับตลอดอยู่  ...ผมรู้ว่าเธอสัมผัสพวกนี้ได้พอประมาณ  ค่อนข้างเชือว่าเธอพูดจริง...พอรับเธอมาก็สอบถามละเอียด  เธอว่าเธอนั่งหันหลังให้ประตูที่ตรงกับระเบียง ซึ่งมีแสงไฟสลัวจากที่อื่นมาพอ มองเห็นอะไรได้ลางๆ  แต่เงามืดดำที่ว่าเหมือนตัวคนขนาดเท่าๆนักเรียนกระโดดขึ้นลงระหว่างที่นั่งหน้าระเบียงกับทางเดินระเบียงอาคารเรียน  กระโดดสลับไปมาและก็มีทิศทางคืบหน้ามาหาห้องที่เธอนั่งอยู่   ห่างไปสัก  10- 15  เมตร  เธออยู่ในห้องที่สว่างก็เลยเพ่งสายตามองดู  สักครู่ภาพนั้นก็หายไป  เธอเลยปลอบใจตัวเองว่าคงตาฝาด  ก็เลยหันหน้ากลับมาที่จอคอมพิวเตอร์เธอบอกว่ารู้สึกเหมือนมีคนพุ่งมายืนประชิดด้านหลัง  จึงหันกลับไปใหม่  ก็เจอภาพเดิม....เธอเลยตกใจกลัวตัวสั่นเพราะเจ้าเงาดำนั่นเคลื่อนเข้ามาหาเธอช้าๆด้วยการกระโดดอย่างทีว่านั้นเหมือนที่เห็นครั้งแรก    ผมก็พูดออกไปโดยไม่ต้องคิดมากว่า  แล้วอุทิศบุญให้เขาหรือยัง    ตอนนี้เธอเริ่มถามด้วยความสนใจว่าทำไงล่ะพี่  ผมก็เลยอธิบายวิธีไป...." (เล่าให้ฟังพอมีเรื่องอ่านกันเล่นๆครับ)
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



"..ความจริงมีเรื่องเล่าให้ฟังเยอะแยะมากมาย   แต่ที่เงียบๆไปเพราะทบทวนดูแล้วกลัวว่าบางเรื่องจะอุปาทานแต่งเรื่องเข้าใจไปเองหรือเปล่า   แต่ทุกครั้งที่ได้ยินได้เห็นอะไรจะคิดกลับไปกลับมาหลายเที่ยวว่าที่เข้าใจนั่นถูกไหม คิดไปคิดมาบางเรื่องก็ต้องมีส่วนเป็นดังคิด   อันไหนมันเข้าใจผิดไปก็ขอขมาผู้อ่านก็แล้วกัน  เพราะอยากให้ศรัทธาลองทำเรื่องอุทิศบุญกันเยอะๆ....ว่าแล้วก็ตัดสินใจเล่าต่อ....
   เมื่อ 2 คืนก่อน นอนไม่หลับกลางดึกลุกมาดูทีวีข้างนอกห้องนอน  พอเปิดประตูปั๊บ  เสียงเหมือนมีของตกจากที่สูงร่วงสู่พื้นหน้าบ้าน  ที่สำคัญเสียงเหมือนมีลูกแก้วกลมตกลงมาถูกพื้นด้วย  ตกใจนิดหน่อย  ใจก็คิดว่าคงเป็นชาวทิพย์มาขอบุญอีก ทบทวนว่าอุปาทานหรือเปล่า  คิดดูแล้วคงไม่อุปาทานเพราะหน้าบ้านไม่มีโต๊ะม้านั่งหรือะไรที่จะมีของอะไรตกลงมได้แม้แต่นิดหนึ่ง  ก็อุทิศบุญตามระเบียบ... "
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



" เมื่อคืนพอล้มตัวลงนอนอากาศเริ่มเย็น  จมูกจะเริ่มตันช้าๆ รู้สูกเหมือนมีนำมูกเอ่ออยู่ในโพรงจมูก   อึดอัดทรมาน  ทำไงดีน๊า  ด้วยเหตุที่พึ่งพุทธ  ธรรม  สงฆ์จนชิน  ก็ส่งใจไปจ่อเข้าที่โพรงจมูก  "ขออำนาจพุทธ  ธรรม  สงฆ์  จงบันดาลบุญข้าให้ถึงแก่นายเวรและเชื้อโรคที่รบกวนโพงจมูกข้า"  รอบเดียวเหมือนผนังในโพรงจมูกที่ตัน โล่งออกมานิดนึง คิดรอบสองจมูกก็โล่งเพิ่มขึ้นทีละน้อย  คิดประมาณ  5-6 รอบจมูกโล่งเลย  ใช้เวล่าไม่ถึงนาที   อาจเป็นเรื่องเล็กน้อย   แต่บางทีถ้าไม่ระลึกไว้จนชินก็ลืมๆไปปล่อยให้โพรงจมูกตันอยู่อย่างนั้นทรมานเล่นๆทั้งที่วิแก้ง่ายๆยังงี้  ..... บางที่แสบโพรงจมูกเพราะออกอาการหวัดก็ใช้ได้ดีนะครับลองดูเคยทำหายมาหลายครั้งแล้ว..."
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



"   โรคกระจิ๊บกระจ้อย  ใช้อำนาจพุทธ  ธรรม   สงฆ์  เบิกบุญมาให้นายเวรกับเชื้อโรคแล้วมันหายขาดไปหลายเรื่องเช่นไข้หวัด  ปวดหัว  ตัวร้อน  แต่ที่เป็นๆหายๆ ทั้งที้อุทิศบุญมานานก็คงจะเป็นโรคเก๊าท์  เดาเอาว่านายเวรคงมีมากอุทิศให้แล้วกลุ่มใหม่ก็มาอีก  หรือไม่งั้นบาปนี้คงหนักเอาการนายเวรจึงไม่ยอมเลิกรา  ทั้งที่อุทิศบุญถี่บ้าง  ห่างบ้างมา 2 - 3 ปีแล้ว....หลวงปู่เคยบอกว่าถ้าทำแล้วมันไม่หายก็ให้รู้ซะว่าบาปเรามันหนัก (ก็ต้องรับเอา)....
     แต่ก็ต้องเลิกล้มความคิดว่าเราอุทิศบุญให้นายเวรไม่ได้ผล(เฉพาะโรคไต)  เพราะว่าผมทานยาสมุนไพรตามที่เคยเล่าให้ฟังแต่ต้นแล้วอาการก็ทรงๆอยู่เหมือนจะดีไม่ดี   มีผู้ป่วยโรคไตแบบเดียวกัน 2 ราย มาหาผมที้บ้านเพื่อถามเรื่องยาสมุนไพรที่ทานอยู่เค้าทั้งสองรายก็พาดันไปทานยาสมุนไพรตามที่ผมแนะไปหา ผมฟังอาการของเขาผมก็บอกว่าอาการไม่หนักเท่าผมหรอกหายแน่ๆ ถ้ากินยาแบบผมนี่ผมก็พออยู่ได้นะแม้ไม่ดีร้อยเอร์เซ็นก็ตาม   แต่ที่ผมไม่ได้แนะเขาไปว่าผมทำอีกอย่างควบคู่ไปด้วยคืออุทิศบุญ   เหตุที่ไม่บอกก็เพราะดูแล้วเขาคงเชื่อยาก   
     พอผ่านมา ไม่กี่เดือนคนที่เป็นโรคไตที่ผมแนะนำไปคนหนึ่งก็ตายไปเพราะกินยานั่นไม่ได้ กินแล้วอาเจียร  เมื่อเร็วๆนี้ญาติของรายที่ 2 เขามาเล่าให้ฟังว่า  ญาติเขาตอนนี้ต้องล้างไตแล้ว ผมได้ยินก็ตกใจ  ญาติเขายืนยันว่าเคยเห็นผมป่วย(ก่อนอุทิศบุญเป็น)  มีสายยางเสียบเอวอยู่เป็นเดือนๆ เขายืนยันว่าอาการของผมน่ากลัวกว่าญาติเขาที่ป่วยมาก.
เขามองผมกึ่งประหลาดใจมากว่าดีกว่าเมือกอ่น  เขาบอกว่า"ขอโทษนะอาจารย์  ดิฉันเห็นตอนนั้นฉันว่าอาจารย์ไม่รอดแน่(ตาย)"  ญาติของเขาไม่หนักเท่านี้  แต่ตอนนี้ต้องล้างไตในห้องปลอดเชื้อด้วย[/color]"  จำไม่ได้ว่าต้องล้างบ่อยแค่ใหน  "   
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



".....ผมยังปวดท้องปวดเอวเป็นระยะๆ  ยิ่งเวลาอากาศหนาวๆจะเป็นไข้ ตัวร้อนง่าย  ก็เลยคิดว่าไตคงไม่ดีขึ้นมันจะทรุดหรือเปล่าก็ไม่อยากไปตรวจ   ยาสมุนไพรของหมอแผนไทยที่เคยทานก็ทานบ้าง   หยุดบ้าง   คิดว่าตัวเองไม่หายขาด แต่พอเทียบกับผู้ป่วยโรคเดียวกัน  กินยาหมอสมุนไพรเดียวกัน  อาการของเขาไม่หนักเท่าผม  แต่พอเวลาผ่านไปอีกคนตายไปแล้ว  อีกคนกำลังป่วยทรุดหนัก   ต้องล้างไต    ทำไมผมยังไม่ทรุด (แม้จะรู้สึกว่าอาการไม่กระเตื้องมากนัก  แต่ก็อยู่มาได้เรื่อยๆ)   ผมก็สรุปว่า  2 คนนั่น  เป็นโรคเดียวกัน  กินยาเดียวกัน  แต่ผมก็ดีขึ้นแม้จะยังไม่หายขาด  ทั้งนี้ข้อแตกต่างระหว่างผมกับ 2 รายนั่นคือ  ผมอุทิศบุญ   แต่ 2 คนนั่นไม่ได้อุทิศ.....คิดได้อย่างนี้ก็ขอบคุณหลวงปู่เกษมที่ทำให้รู้จักวิธีการอุทิบุญนี้ ท่านให้ขีวิตผม  [/color] เท่านี้ก็ไม่ต้องบรรยายต่อแล้วแหละครับ "   
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



"  ฉะนั้นถ้าใครเอาปืนมาจ่อหัวแล้วให้เปลี่ยนไปเชื่อว่า   การอุทิศบุญไม่มี หรือไม่ได้ผลหรอก  ผมก็จะยังคงเชื่อและยืนยันว่าทำได้จริงมีผลดีจริง   อำนาจพระรัตนตรัยเป็นเรื่องเกินบรรยายจริงๆ..."
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



" เมื่อไม่นานมานี่  ผมเพิ่งรู้ว่า ทำไมภรรยาผมจึงรู้สึกหงุดหงิด  ไม่พอใจเวลาผมได้รับซีดีหลวงปู่เกษมมาเปิดดู   เธอถามอย่างกลัวๆในคำตอบของผมว่า  พี่เกษียณแล้วจะหนีหนูไปบวชเหรอ " ผมมองหน้าเธอ เห็นแววตาของความกลัวว่าผมจะทิ้งเธอไปทำอย่างนั้น    สมองผมก็ประมวลควมคิดทันทีว่าทำไมเธอถึงกลัวและถามอย่างนั้น   
          อย่างแรกผมเคยพูดกับหลายคนว่าอยากบวชตลอดชีวิต  อยากไปนิพพานตั้งแต่กำลังศรัทธาอย่างขาดปัญญาสมัยหนุ่มๆ
และเคยเล่าว่ามีหมอดูทักว่าหลังอายุ 60 ปี ผมจะออกบวชแล้วผมจะตายคาผ้าเหลือง  แล้วตาย(มรณภาพ)ในท่านั่งสมาธิ(เท่ห์ซะไม่มีล่ะ  แต่มีหมอดูทักอย่างนั้นจริงๆ  ตรงกับความฝันบ้าๆบอๆสมัยคลั่งสมาธิจริงๆเล้ยย...ขอโทษทีเล่าความบ้าของตัวเองให้ผู้อ่านฟัง)  ตอนบวชครั้งแรกอยากบวชวัดพระกรรมฐานแม่ไปดูตำรามาก็บอกว่า  บวชแล้วไม่ม่ฤกษ์สึก  (ผมคิดในใจไม่มีฤกษ์สึกก็ไม่สึกซิ)  แต่แม่ไม่ยอม  ก็เลยขู่แม่ว่าถ้าปีนั้นไม่ให้บวชจะไม่บวชให้อีกเลย  แม่ก็เลยยอมแต่ห้ามบวชเอาพรรษา"
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: