|
|
 |
« เมื่อ: วันที่ 20 มิถุนายน , 2008 เวลา 13:56:46 pm » |
|
.....รู้จักหลวงปู่เกษม เนื่องด้วยที่ทำงานมีเพื่อนร่วมงานท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ได้ซื้อหนังสือเกี่ยวกับประสบการณ์การปฏิบัติธรรม แล้วมีซีดีแจกฟรีพร้อมหนังสือเล่มนั้น แล้วเธอก็เล่าให้ฟังว่านำซีดีนั้นไปดูแล้วเกิดอาการมึนงงและปวดหัวมากเมื่อดู ....[color=purple][/color]เธอให้เหตุผลว่าพระอะไรก็ไม่รู้พูดจาไม่สำรวมเสียงดัง ฟังแล้วน่าตกใจ.......เธอจึงไปถามสามีเธอว่าทำไมหลวงพ่อองค์นี้(หมายถึงหลวงปู่เกษม อาจิณสีโล ) ถึงมีลีลาท่าทางอย่างนั้น...... ทั้งที่สามีเธอก็ยังไม่ได้ดูซีดีนั้น แต่ก็ตอบว่า น่าจะเป็นอุบาย,ลีลา หรือแนวทางเฉพาะตนของท่านให้ลองดูใหม่อีกครั้ง......(คล้ายกับว่าเธอเคยนำซีดีที่ได้รับมาแล้วนั้นไปทิ้งเสียแล้วด้วยซ้ำ....แต่นำมาฟังใหม่ หรือมีคนส่งมาให้ใหม่ก็ไม่ทราบแต่สรุปแล้วเธอก็ได้พยายามทำใจและดูซีดีชุดนั้นจนจบ...)
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 20 มิถุนายน , 2008 เวลา 14:01:11 pm โดย cow2505 »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 20 มิถุนายน , 2008 เวลา 14:10:30 pm » |
|
.....แล้วผมก็ถามว่าแล้วท่านสอนอย่างไรบ้าง....เธอก็บอกว่าสอนหลายอย่างแต่ขัดกับความรู้ความเข้าใจของคนส่วนใหญ่มาก เช่นเรื่องการไม่ให้ยึดพระพุทธรูป .....การไม่ให้สวดมนต์เพราะจะเป็นอันตรายต่อวิญญาณชั้นต่ำ....ฯลฯ เธอพยายามสรุปให้ผมฟัง แต่ก็เน้นว่าพี่น่าลองเอาไปดูเพราะเกี่ยวกับการรักษาโรคด้วยตนเอง(...ข้าพเจ้าป่วยบ่อยและกำลังป่วยเป็นโรคไตอักเสบไตวายเรื้อรัง..)...ผมก็ยังไม่สรุปว่าพระองค์นี้เป็นอย่างไร เพราะเคยศึกษาแนวทางของพระหลายรูปแล้วมีความเชื่อว่าแต่ละองค์ล้วนมีอุบายเฉพาะตนและมีเหตุผล(ความเชื่อนี้ก็มีส่วนผิดหลังจากศึกษาคำเตือนของหลวงปู่เกษมมาหลายชุด)...จึงบอกเธอว่าให้นำซีดีมาให้ดูเพราะอยากศึกษาจริงๆเนื่องจากเธอยืนยันว่าสอนแหวกแนวจากพระองค์อื่นๆ....
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 20 มิถุนายน , 2008 เวลา 14:21:31 pm » |
|
.......เธอก็นำซีดีมาให้ผมก็รีบนำไปเปิดดูและเตือนว่าดูแล้วต้องทำใจนะ....ภาพแรกที่เห็นคือเป็นพระที่ผิวขาวเหมือนคนเหนือ(เป็นความรู้สึกตอนนั้นแต่หลังๆมาดูท่านผิวจะคล้ำลง) ภาพที่เห็นนั้นคือท่านบอกว่า "ผู้ที่ดูซีดีนะ ดูให้มันจบ ซ้ำแล้วซ้ำอีก.."..(ทำนองนี้ไม่เหมือนทุกคำพูดหรอกครับ) ....แล้วก็มาสะดุดตรงคำว่า ความรู้ที่ท่านมีอยู่ตอนนี้เอามาเขียนเป็นเล่มยังไงก็ไม่หมด..และอีกคำคือ....ครูบาอาจารย์ท่านสอนในระดับไปนิพพานโน่น..แต่ท่านสอนความรู้ที่ใช้ในระดับต่ำลงมา เพราะพวกไส้เดือนกิ้งกือนะมันเยอะมาก.... เกิดความประทับใจและรู้สึกทันทีว่าพระองค์นี้ต้องมีความรู้พิศดารมากแน่ๆถึงกล้าพูดว่าความรู้ในหัวของท่านนี้มันมากจนเขียนออกมาเป็นหนังสือได้ไม่หวาดไม่ไหว.....และอยากรู้ว่าคำสอนที่ไม่เน้นไปนิพพานอย่างครูบาอาจารย์องค์อื่นๆนั้นคืออะไร"
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: วันที่ 20 มิถุนายน , 2008 เวลา 14:36:45 pm » |
|
.......ผมดูซีดีด้วยความเพลิดเพลินและตรึงตาแม้ท่านจะพูดจาเสียงดัง ทำท่าทางยองๆเหมือนถ่ายอุจจาระแล้วทำท่านำอุจจาระมาป้ายหน้า แต่คำพูดที่ท่านอธิบายนั้นผมยอมรับโดยปริยาย(จิตใจยอมรับจริงๆไม่ใช่พูดเพื่อเอาใจหลวงปู่ หรืออวดอ้างว่าตัวเองมีสติปัญญาเฉียบแหลมอะไรหรอก) เพราะท่านพูดทำนองว่าตัวเรานี้ถึงจะเข้าห้องน้ำเพื่อถ่ายอุจจาระปัสสาวะหรือไม่ ตัวคนก็มีขี้เยี่ยวอยู่ในตัวตลอดเวลา .....และตลอดเวลาที่ดูผมรู้สีกประทับใจท่านมากแลรู้สึกขำนั่งหัวเราะท่าทางของท่าน(ไม่ได้หัวเราะเยาะแต่ขำเพราะชื่นชมลีลาของท่านที่ไม่เหมือนใคร).....และชอบมากที่ท่านอธิบายเรื่อง คนก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับเทพเทวา และเทพเทวาก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ[/color]คน....ไม่ให้เราไปกราบไหว้บูชาเทวดา แต่ให้เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสฆ์ และผูกมิตรไมตรีกับเทพ เทวดา ญาติในแดนทิพย์ โดยการให้ทานที่ถูกวิธี อุทิศบุญที่ถูกวิธี.....
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: วันที่ 24 มิถุนายน , 2008 เวลา 15:28:44 pm » |
|
"ความรู้สึกลึกๆที่เกิดขึ้นทันทีคือท่านเป็นพระที่รู้แจ้งแล้ว และเป็นอรหันต์แบบปฏิสัมภิทาญาณ คือมีความรู้แตกฉานในพระไตรปิฏก และยังพูดถึงการไปเห็นในโลกทิพย์แบบไม่ต้องกลัวว่าใครจะค้านและกริยาท่าทางมั่นใจเสมอ...(ขอขมาที่เป็นมนุษย์ขี้เหม็นแต่บังอาจไปจัดลำดับความวิเศษของท่านด้วยความรู้ที่อาจไม่ถูกต้องนัก แต่เล่าให้ผู้อ่านทราบความรู้สึกตอนนั้น.)....ทุกคำที่หลวงปู่เกษมกล่าวท่านจะอ้างพระไตรปิฏกบอกทั้งหน้าที่เท่าไร เล่มใหน บรรทัดใหน ซึ่งตัวผมฟังแล้วแม้คลางแคลงใจหรือขัดใจก็ต้องยอมท่าน เพราะเราไม่เคยศึกษาพระไตรปิฏกอย่างถี่ถ้วนอย่างนั้น....และยังไม่เคยได้ยินพระในยุคนี้องค์ใดที่กล่าวเทียบเคียงความรู้ต่างๆกับพระไตรปิฏกให้ฟังอย่างตรงไตรงมาไม่บิดเบือนอย่างท่าน....องค์อื่นอาจจะมีแต่ผมไม่เคยได้ฟังทั้งที่พบพระสงฆ์และอ่านหนังสือที่พระสงฆ์ดังหลายรูปได้เผยแพร่คำสอนของตนไว้...ซึ่งแท้ที่จริงเป็นศาสดาหลัง ตามที่มีในพระไตรปิฏก(ซึ่งผมก็ได้ความรู้จากหลวงปู่เกษมอีกนั่นแหละ)....จึงได้ความรู้ใหม่ว่าควรระวังอย่างยิ่งในการรับฟังคำสอนของพระสงฆ์ทั่วไปแม้จะมีชื่อเสียงและวาทะดึงดูดใจเพียงใดก็เป็นโทษได้โดยไม่รู้ตัว.... และผมก็เป็นมานานแล้วด้วย..........ตอนนี้ทราบว่าเราชาวพุทธทั้งหลายจึงควรถือเอาพระไตรปิฏกเป็นหลักยึดเพื่อไม่ให้หลงทาง"
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 24 มิถุนายน , 2008 เวลา 15:33:10 pm โดย cow2505 »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: วันที่ 24 มิถุนายน , 2008 เวลา 15:52:01 pm » |
|
"...เมื่อก่อนไม่เคยสนใจเรื่องพระเครื่องเลย แต่ก็มีคนให้มาเรื่อยๆก็เก็บไว้ ...ตอนหลังมามีคนมาเห็นพระเครื่องที่ผมเก็บไว้นานวันจนมากพอควรแต่ไม่ได้ใส่ใจ...แล้วเขาก็แสดงอาการตื่นเต้นอยากได้พระเครื่องของเรา ราวกับว่าพระเครื่องเหล่านั้นมีค่ามากมายเสียนี่กระไร ...เลยทำให้เราเริ่มรู้สึกหวงแหนและยึดติดจากๆไม่สนใจเริ่มสนใจมากขึ้น จากไม่เคยเสาะแสวงหาเริ่มเสาะแสวงหา และเริ่มหาบูชากับพื่อนๆจนมีพระเครื่องหลากหลาย มีถึงพระสมเด็จฯ พระกริ่งฯลฯ แถมเริ่มคุยฟุ้งถึงสรรพคุณพระเครื่องต่างๆ แต่ก็คงเป็นบุญวาสนาของผมที่ได้พบคำเตือนของหลวงปู่เกษม...แม้จะรู้สึกขัดใจในเรื่องพระเครื่องนี้ แต่เมื่อฟังเหตุผลในซีดีของท่านหลายๆแผ่น ก็ตัดใจนำพระไปถวายวัดโดยฝากพระเครื่องทั้งหมดกับน้องชายให้ไปถวายวัดที่น้องชายชอบไปพูดคุยดับเจ้าอาวาส แต่ก็ยังเสียดายพระพุทธรูปแก้วใสที่ได้มาจากวัด.....จึงยังไม่นำออกจากบ้านเพราะภรรยาไม่พอใจ...."
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: วันที่ 24 มิถุนายน , 2008 เวลา 16:20:18 pm » |
|
"...พอเริ่มศึกษาได้สักระยะก็เริ่มอุทิศบุญ "ขออำนาจพุทธ ธรรม สงฆ์จงบันดาลบุญข้าให้ถึงแก่ญาติ เทวดาที่รักษา นายเวรและเชื้อโรคของข้า.." แต่ก็ไม่ได้อุทิศบ่อยมาก เพราะยังไม่เข้าใจว่าต้องอุทิศบ่อยๆ มากๆ ..... ยังไม่เห็นผลมานักแต่ก็ทำอยู่ทุกวัน...ซึ่งตอนนั้นป่วยเป็นโรคไตอักเสบอาการหนักปางตาย...ผอมเหลือง หมดแรงเดินแทบไม่ไหว พอไปกินยาแผนไทยของหมอคนหนึ่งที่อยู่ลพบุรี กินไปได้หลายเดือนร่างกายก็ดีขึ้นทั้งตลอดเวลาก็อุทิศบุญตามสูตรหลวงปู่ซึ่งตอนนั้นก็คิดว่าอุทิศบ่อยๆและสม่ำเสมอ อาการก็ดีขึ้นจนมีแรงดีขึ้น บอกตามตรงว่าก็ยังเชื่อว่ากินยาแผนไทยแล้วดีขึ้น ร่างกายก็ดีขึ้นมากแม้ไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็น....จนเวลาผ่านมาครึ่งปีก็ตัดใจเอาพระพุทธรูปองค์ใสที่รักมาก(หลวลปู่เกษมบอกในซีดีว่าอาการติดพระพทธรูปเหมือนติดยาบ้า)ผ่านมาได้สัก 2 สัปดาห์หลังนั้นร่างกายกลับทรุดไปตรวจแล้วหมอบอกไตไม่ดีเลย..อาจต้องล้างไต บอกตามตรงว่ากลัวการล้างไตมาก ร้องไห้กับเมีย หมดกำลังใจมากไม่คิดว่าโรคจะกลับมาจึงโทรหาหมอแผนไทย ท่านก็ว่าไปตามประสาหลักวิชาของท่าน...และเหตุนี้จึงขอมอบกายถวายหัวสู้โรคด้วยสูตรของหลวงปู่ อุทิศบุญว่า"ขออำนาจพุทธ ธรรม สงฆ์ จงบันดาลบุญข้าให้ถึงแก่นายเวรและเชื้อโรคที่รบกวนไตของข้า...." เอาวันละ 1000 รอบ มีเศษนิดหน่อย ติดต่อกันผ่านมา 2 สัปดาห์ อาการก็กระเตื้องขึ้น ทั้งก็กินยาแผนไทยนั้นด้วย......."
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: วันที่ 24 มิถุนายน , 2008 เวลา 16:29:43 pm » |
|
"...จึงได้ข้อสรุปสำหรับตนเองว่า การอุทิศบุญตามวิธีการที่หลวงปู่เกษมแนะนำไว้นั้น นอกจากจะเอาเครื่องรางออกหมดแล้ว การอุทิศต้องบ่อยครั้งต่อวัน นับ หลักพันขึ้นไป..........และต้องทำหลายวัน อย่างของผมนี่ก็ประมาณ 2 สัปดาห์ และก็ไม่ประมาทต้องอุทิศไปเรื่อยๆ และที่ประมาทคือแม้เราจะอาการดีจนเหมือนหายขาด แต่ก็มีสิทธิกลับมาเป็นใหม่ได้ เราต้องสู้ตลอดชีวิต เพราะหลวงปู่บอกว่าเราๆทั้งหลายที่เกิดมาหลายภพชาตินั้น มีนายเวรมากนับไม่ถ้วน นายเวรหนึ่งยอมเราแล้วก็จะมีกลุ่มใหม่มาเรื่อย แม้อาการโรคอย่างเดิม แต่ก็เป็นนายเวรกลุ่มใหม่ๆมา ....ทำให้เชื่อว่าเราไม่มีโอกาสหายขาดได้ในการอุทิศบุญเพียงไม่กี่วันกี่เดือน ถ้าอาการใดหนักก็ต้องเร่งอุทิศบุญ ตลอดชีวิตตามอาการ"
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: วันที่ 15 กรกฎาคม , 2008 เวลา 09:56:08 am » |
|
"...เมื่อตอนสร้างบ้านหลังเล็กๆเสร็จใหม่ๆ .....ก็ยังไม่กล้านำพระพุทธรูปและของขลังเข้าบ้าน ดีจังครับที่รู้มาก่อนว่าการสวดมนต์รดน้ำมนต์มีผลต่อชาวทิพย์ซึ่งอาจจะเป็นญาติเรา เทวดารักษาเรา ผมก็ขัดใจกับญาติพี่น้องหลายคนที่จะจัดให้มีการทำบุญ(ตามความเข้าใจของคนทั่วไปว่าต้องมีการนำพระมาสวดมนต์ เลี้ยงพระ และปะพรมน้ำมนต์บ้าน) แม้แต่ภรรยายังตำหนิผมว่าตั้งแต่ดูซีดีหลวงปู่เกษมมานี่เพี้ยนๆแผลงๆ แต่เธอก็ไม่ถึงกับขัดขวางรุนแรง "
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 15 กรกฎาคม , 2008 เวลา 09:59:36 am โดย cow2505 »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #9 เมื่อ: วันที่ 15 กรกฎาคม , 2008 เวลา 10:08:17 am » |
|
"...ทิ้งพระพุทธรูปองค์ใสที่ได้มาจากวัด.......จากหลวงพ่อที่เคารพมากๆ(ก่อนเจอหลวงปู่เกษม) แม้จะศึกษาซีดีหลวงปู่มาพอควร แต่ใจก็ยังหวงพระพุทธรูปที่ฝากเพื่อนไว้ จึงตัดสินใจนำมาไว้ที่บ้านก่อน แล่วค่อยคิดว่าจะนำไปถวายวัดใหนในภายหลัง พระพุทธรูปใสน่าจะหล่อด้วยเรซิน แต่มีรูปร่างสวยงามมาก(ที่เห็นว่าสวยคงเหมือนติดยาบ้าแบบหลวงปู่ว่า...ตายไปตอนนั้นคงจะไปสิงอยู่ในพระพุทธรูปอย่างหลวงปู่ว่า) หน้าตัก 5 นิ้ว ภรรยาขี่จักรยานยนต์ผมเป็นคนอุ้มพระพุทธรูปกลับบ้าน...."
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|