หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
หน้า: [1] 2 3 ... 13   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอเล่าด้วยคน  (อ่าน 45688 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



.....รู้จักหลวงปู่เกษม  เนื่องด้วยที่ทำงานมีเพื่อนร่วมงานท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ได้ซื้อหนังสือเกี่ยวกับประสบการณ์การปฏิบัติธรรม  แล้วมีซีดีแจกฟรีพร้อมหนังสือเล่มนั้น    แล้วเธอก็เล่าให้ฟังว่านำซีดีนั้นไปดูแล้วเกิดอาการมึนงงและปวดหัวมากเมื่อดู ....[color=purple][/color]เธอให้เหตุผลว่าพระอะไรก็ไม่รู้พูดจาไม่สำรวมเสียงดัง ฟังแล้วน่าตกใจ.......เธอจึงไปถามสามีเธอว่าทำไมหลวงพ่อองค์นี้(หมายถึงหลวงปู่เกษม  อาจิณสีโล ) ถึงมีลีลาท่าทางอย่างนั้น...... ทั้งที่สามีเธอก็ยังไม่ได้ดูซีดีนั้น แต่ก็ตอบว่า  น่าจะเป็นอุบาย,ลีลา หรือแนวทางเฉพาะตนของท่านให้ลองดูใหม่อีกครั้ง......(คล้ายกับว่าเธอเคยนำซีดีที่ได้รับมาแล้วนั้นไปทิ้งเสียแล้วด้วยซ้ำ....แต่นำมาฟังใหม่  หรือมีคนส่งมาให้ใหม่ก็ไม่ทราบแต่สรุปแล้วเธอก็ได้พยายามทำใจและดูซีดีชุดนั้นจนจบ...)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 20 มิถุนายน , 2008 เวลา 21:01:11 PM โดย cow2505 » บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



.....แล้วผมก็ถามว่าแล้วท่านสอนอย่างไรบ้าง....เธอก็บอกว่าสอนหลายอย่างแต่ขัดกับความรู้ความเข้าใจของคนส่วนใหญ่มาก เช่นเรื่องการไม่ให้ยึดพระพุทธรูป .....การไม่ให้สวดมนต์เพราะจะเป็นอันตรายต่อวิญญาณชั้นต่ำ....ฯลฯ  เธอพยายามสรุปให้ผมฟัง  แต่ก็เน้นว่าพี่น่าลองเอาไปดูเพราะเกี่ยวกับการรักษาโรคด้วยตนเอง(...ข้าพเจ้าป่วยบ่อยและกำลังป่วยเป็นโรคไตอักเสบไตวายเรื้อรัง..)...ผมก็ยังไม่สรุปว่าพระองค์นี้เป็นอย่างไร  เพราะเคยศึกษาแนวทางของพระหลายรูปแล้วมีความเชื่อว่าแต่ละองค์ล้วนมีอุบายเฉพาะตนและมีเหตุผล(ความเชื่อนี้ก็มีส่วนผิดหลังจากศึกษาคำเตือนของหลวงปู่เกษมมาหลายชุด)...จึงบอกเธอว่าให้นำซีดีมาให้ดูเพราะอยากศึกษาจริงๆเนื่องจากเธอยืนยันว่าสอนแหวกแนวจากพระองค์อื่นๆ....
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



.......เธอก็นำซีดีมาให้ผมก็รีบนำไปเปิดดูและเตือนว่าดูแล้วต้องทำใจนะ....ภาพแรกที่เห็นคือเป็นพระที่ผิวขาวเหมือนคนเหนือ(เป็นความรู้สึกตอนนั้นแต่หลังๆมาดูท่านผิวจะคล้ำลง) ภาพที่เห็นนั้นคือท่านบอกว่า "ผู้ที่ดูซีดีนะ ดูให้มันจบ ซ้ำแล้วซ้ำอีก.."..(ทำนองนี้ไม่เหมือนทุกคำพูดหรอกครับ) ....แล้วก็มาสะดุดตรงคำว่า ความรู้ที่ท่านมีอยู่ตอนนี้เอามาเขียนเป็นเล่มยังไงก็ไม่หมด..และอีกคำคือ....ครูบาอาจารย์ท่านสอนในระดับไปนิพพานโน่น..แต่ท่านสอนความรู้ที่ใช้ในระดับต่ำลงมา เพราะพวกไส้เดือนกิ้งกือนะมันเยอะมาก....    เกิดความประทับใจและรู้สึกทันทีว่าพระองค์นี้ต้องมีความรู้พิศดารมากแน่ๆถึงกล้าพูดว่าความรู้ในหัวของท่านนี้มันมากจนเขียนออกมาเป็นหนังสือได้ไม่หวาดไม่ไหว.....และอยากรู้ว่าคำสอนที่ไม่เน้นไปนิพพานอย่างครูบาอาจารย์องค์อื่นๆนั้นคืออะไร"
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



.......ผมดูซีดีด้วยความเพลิดเพลินและตรึงตาแม้ท่านจะพูดจาเสียงดัง ทำท่าทางยองๆเหมือนถ่ายอุจจาระแล้วทำท่านำอุจจาระมาป้ายหน้า  แต่คำพูดที่ท่านอธิบายนั้นผมยอมรับโดยปริยาย(จิตใจยอมรับจริงๆไม่ใช่พูดเพื่อเอาใจหลวงปู่ หรืออวดอ้างว่าตัวเองมีสติปัญญาเฉียบแหลมอะไรหรอก)  เพราะท่านพูดทำนองว่าตัวเรานี้ถึงจะเข้าห้องน้ำเพื่อถ่ายอุจจาระปัสสาวะหรือไม่ ตัวคนก็มีขี้เยี่ยวอยู่ในตัวตลอดเวลา  .....และตลอดเวลาที่ดูผมรู้สีกประทับใจท่านมากแลรู้สึกขำนั่งหัวเราะท่าทางของท่าน(ไม่ได้หัวเราะเยาะแต่ขำเพราะชื่นชมลีลาของท่านที่ไม่เหมือนใคร).....และชอบมากที่ท่านอธิบายเรื่อง  คนก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับเทพเทวา  และเทพเทวาก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ[/color]คน....ไม่ให้เราไปกราบไหว้บูชาเทวดา แต่ให้เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสฆ์  และผูกมิตรไมตรีกับเทพ เทวดา ญาติในแดนทิพย์ โดยการให้ทานที่ถูกวิธี  อุทิศบุญที่ถูกวิธี.....
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



"ความรู้สึกลึกๆที่เกิดขึ้นทันทีคือท่านเป็นพระที่รู้แจ้งแล้ว  และเป็นอรหันต์แบบปฏิสัมภิทาญาณ คือมีความรู้แตกฉานในพระไตรปิฏก   และยังพูดถึงการไปเห็นในโลกทิพย์แบบไม่ต้องกลัวว่าใครจะค้านและกริยาท่าทางมั่นใจเสมอ...(ขอขมาที่เป็นมนุษย์ขี้เหม็นแต่บังอาจไปจัดลำดับความวิเศษของท่านด้วยความรู้ที่อาจไม่ถูกต้องนัก แต่เล่าให้ผู้อ่านทราบความรู้สึกตอนนั้น.)....ทุกคำที่หลวงปู่เกษมกล่าวท่านจะอ้างพระไตรปิฏกบอกทั้งหน้าที่เท่าไร  เล่มใหน  บรรทัดใหน  ซึ่งตัวผมฟังแล้วแม้คลางแคลงใจหรือขัดใจก็ต้องยอมท่าน  เพราะเราไม่เคยศึกษาพระไตรปิฏกอย่างถี่ถ้วนอย่างนั้น....และยังไม่เคยได้ยินพระในยุคนี้องค์ใดที่กล่าวเทียบเคียงความรู้ต่างๆกับพระไตรปิฏกให้ฟังอย่างตรงไตรงมาไม่บิดเบือนอย่างท่าน....องค์อื่นอาจจะมีแต่ผมไม่เคยได้ฟังทั้งที่พบพระสงฆ์และอ่านหนังสือที่พระสงฆ์ดังหลายรูปได้เผยแพร่คำสอนของตนไว้...ซึ่งแท้ที่จริงเป็นศาสดาหลัง ตามที่มีในพระไตรปิฏก(ซึ่งผมก็ได้ความรู้จากหลวงปู่เกษมอีกนั่นแหละ)....จึงได้ความรู้ใหม่ว่าควรระวังอย่างยิ่งในการรับฟังคำสอนของพระสงฆ์ทั่วไปแม้จะมีชื่อเสียงและวาทะดึงดูดใจเพียงใดก็เป็นโทษได้โดยไม่รู้ตัว....
และผมก็เป็นมานานแล้วด้วย..........ตอนนี้ทราบว่าเราชาวพุทธทั้งหลายจึงควรถือเอาพระไตรปิฏกเป็นหลักยึดเพื่อไม่ให้หลงทาง"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 24 มิถุนายน , 2008 เวลา 22:33:10 PM โดย cow2505 » บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



"...เมื่อก่อนไม่เคยสนใจเรื่องพระเครื่องเลย  แต่ก็มีคนให้มาเรื่อยๆก็เก็บไว้ ...ตอนหลังมามีคนมาเห็นพระเครื่องที่ผมเก็บไว้นานวันจนมากพอควรแต่ไม่ได้ใส่ใจ...แล้วเขาก็แสดงอาการตื่นเต้นอยากได้พระเครื่องของเรา  ราวกับว่าพระเครื่องเหล่านั้นมีค่ามากมายเสียนี่กระไร ...เลยทำให้เราเริ่มรู้สึกหวงแหนและยึดติดจากๆไม่สนใจเริ่มสนใจมากขึ้น  จากไม่เคยเสาะแสวงหาเริ่มเสาะแสวงหา และเริ่มหาบูชากับพื่อนๆจนมีพระเครื่องหลากหลาย  มีถึงพระสมเด็จฯ พระกริ่งฯลฯ
แถมเริ่มคุยฟุ้งถึงสรรพคุณพระเครื่องต่างๆ  แต่ก็คงเป็นบุญวาสนาของผมที่ได้พบคำเตือนของหลวงปู่เกษม...แม้จะรู้สึกขัดใจในเรื่องพระเครื่องนี้  แต่เมื่อฟังเหตุผลในซีดีของท่านหลายๆแผ่น  ก็ตัดใจนำพระไปถวายวัดโดยฝากพระเครื่องทั้งหมดกับน้องชายให้ไปถวายวัดที่น้องชายชอบไปพูดคุยดับเจ้าอาวาส
 แต่ก็ยังเสียดายพระพุทธรูปแก้วใสที่ได้มาจากวัด.....จึงยังไม่นำออกจากบ้านเพราะภรรยาไม่พอใจ...."
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



"...พอเริ่มศึกษาได้สักระยะก็เริ่มอุทิศบุญ  "ขออำนาจพุทธ  ธรรม สงฆ์จงบันดาลบุญข้าให้ถึงแก่ญาติ  เทวดาที่รักษา  นายเวรและเชื้อโรคของข้า.."
 แต่ก็ไม่ได้อุทิศบ่อยมาก  เพราะยังไม่เข้าใจว่าต้องอุทิศบ่อยๆ  มากๆ  ..... ยังไม่เห็นผลมานักแต่ก็ทำอยู่ทุกวัน...ซึ่งตอนนั้นป่วยเป็นโรคไตอักเสบอาการหนักปางตาย...ผอมเหลือง หมดแรงเดินแทบไม่ไหว  พอไปกินยาแผนไทยของหมอคนหนึ่งที่อยู่ลพบุรี  กินไปได้หลายเดือนร่างกายก็ดีขึ้นทั้งตลอดเวลาก็อุทิศบุญตามสูตรหลวงปู่ซึ่งตอนนั้นก็คิดว่าอุทิศบ่อยๆและสม่ำเสมอ   อาการก็ดีขึ้นจนมีแรงดีขึ้น  บอกตามตรงว่าก็ยังเชื่อว่ากินยาแผนไทยแล้วดีขึ้น  ร่างกายก็ดีขึ้นมากแม้ไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็น....จนเวลาผ่านมาครึ่งปีก็ตัดใจเอาพระพุทธรูปองค์ใสที่รักมาก(หลวลปู่เกษมบอกในซีดีว่าอาการติดพระพทธรูปเหมือนติดยาบ้า)ผ่านมาได้สัก 2 สัปดาห์หลังนั้นร่างกายกลับทรุดไปตรวจแล้วหมอบอกไตไม่ดีเลย..อาจต้องล้างไต บอกตามตรงว่ากลัวการล้างไตมาก  ร้องไห้กับเมีย  หมดกำลังใจมากไม่คิดว่าโรคจะกลับมาจึงโทรหาหมอแผนไทย ท่านก็ว่าไปตามประสาหลักวิชาของท่าน...และเหตุนี้จึงขอมอบกายถวายหัวสู้โรคด้วยสูตรของหลวงปู่  อุทิศบุญว่า"ขออำนาจพุทธ  ธรรม  สงฆ์  จงบันดาลบุญข้าให้ถึงแก่นายเวรและเชื้อโรคที่รบกวนไตของข้า...."  เอาวันละ  1000  รอบ  มีเศษนิดหน่อย  ติดต่อกันผ่านมา 2 สัปดาห์ อาการก็กระเตื้องขึ้น ทั้งก็กินยาแผนไทยนั้นด้วย......."
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



"...จึงได้ข้อสรุปสำหรับตนเองว่า  การอุทิศบุญตามวิธีการที่หลวงปู่เกษมแนะนำไว้นั้น  นอกจากจะเอาเครื่องรางออกหมดแล้ว การอุทิศต้องบ่อยครั้งต่อวัน
นับ หลักพันขึ้นไป.
.........และต้องทำหลายวัน  อย่างของผมนี่ก็ประมาณ  2  สัปดาห์   และก็ไม่ประมาทต้องอุทิศไปเรื่อยๆ  และที่ประมาทคือแม้เราจะอาการดีจนเหมือนหายขาด แต่ก็มีสิทธิกลับมาเป็นใหม่ได้  เราต้องสู้ตลอดชีวิต เพราะหลวงปู่บอกว่าเราๆทั้งหลายที่เกิดมาหลายภพชาตินั้น มีนายเวรมากนับไม่ถ้วน  นายเวรหนึ่งยอมเราแล้วก็จะมีกลุ่มใหม่มาเรื่อย  แม้อาการโรคอย่างเดิม  แต่ก็เป็นนายเวรกลุ่มใหม่ๆมา  ....ทำให้เชื่อว่าเราไม่มีโอกาสหายขาดได้ในการอุทิศบุญเพียงไม่กี่วันกี่เดือน   ถ้าอาการใดหนักก็ต้องเร่งอุทิศบุญ  ตลอดชีวิตตามอาการ"
บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



"...เมื่อตอนสร้างบ้านหลังเล็กๆเสร็จใหม่ๆ .....ก็ยังไม่กล้านำพระพุทธรูปและของขลังเข้าบ้าน  ดีจังครับที่รู้มาก่อนว่าการสวดมนต์รดน้ำมนต์มีผลต่อชาวทิพย์ซึ่งอาจจะเป็นญาติเรา  เทวดารักษาเรา  ผมก็ขัดใจกับญาติพี่น้องหลายคนที่จะจัดให้มีการทำบุญ(ตามความเข้าใจของคนทั่วไปว่าต้องมีการนำพระมาสวดมนต์
เลี้ยงพระ และปะพรมน้ำมนต์บ้าน)  แม้แต่ภรรยายังตำหนิผมว่าตั้งแต่ดูซีดีหลวงปู่เกษมมานี่เพี้ยนๆแผลงๆ   แต่เธอก็ไม่ถึงกับขัดขวางรุนแรง  "
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 15 กรกฎาคม , 2008 เวลา 16:59:36 PM โดย cow2505 » บันทึกการเข้า
cow2505
...
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193



"...ทิ้งพระพุทธรูปองค์ใสที่ได้มาจากวัด.......จากหลวงพ่อที่เคารพมากๆ(ก่อนเจอหลวงปู่เกษม) แม้จะศึกษาซีดีหลวงปู่มาพอควร  แต่ใจก็ยังหวงพระพุทธรูปที่ฝากเพื่อนไว้  จึงตัดสินใจนำมาไว้ที่บ้านก่อน  แล่วค่อยคิดว่าจะนำไปถวายวัดใหนในภายหลัง  พระพุทธรูปใสน่าจะหล่อด้วยเรซิน แต่มีรูปร่างสวยงามมาก(ที่เห็นว่าสวยคงเหมือนติดยาบ้าแบบหลวงปู่ว่า...ตายไปตอนนั้นคงจะไปสิงอยู่ในพระพุทธรูปอย่างหลวงปู่ว่า)  หน้าตัก  5  นิ้ว  ภรรยาขี่จักรยานยนต์ผมเป็นคนอุ้มพระพุทธรูปกลับบ้าน...."
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 13   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: