กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
กระดานสนทนาธรรม

ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260


กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
แจ้งเรื่อง นมที่จัดขึ้นถวายสงฆ์ได้

 
2
แจ้งเรื่อง นมที่จัดขึ้นถวายสงฆ์ได้
 
3
สรุปกิจกรรมการยื่นหนังสือ วันที่ 6 ธ.ค. 2560
1. ผู้บัญชาการทหารอากาศ
2. ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี
3. อธิบดีกรมศาสนา
4. กระทรวงยุติธรรม
5. ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
6. กรมสอบสวนคดีพิเศษ dsi
7. Polyplus ผู้ผลิตรายการ ข่าวใส่ไข่ของคุณหนุ่ม กรรชัย และ คุณมดดำ

จบทริปรอบนี้สำหรับการยืนหนังสือในเขตกรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียงครับ


 
4
สรุปกิจกรรมการยื่นหนังสือ วันที่ 5 ธ.ค. 2560
1. สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
2. ไทยโพสต์
3. Nation TV
4. new tv
5. วัดราชบพิธ (สมเด็จพระสังฆราช)
6. วัดอ้อน้อย (พุทธอิสระ)

หากท่านใดที่ต้องการไปร่วมยื่นหนังสือ สามารถโทรติดต่อประสานงานได้ที่ คุณลุงพยัพ โทร 082-1734320


 
5
สรุปกิจกรรมการยื่นหนังสือ วันที่ 4 ธ.ค. 2560
1. วัดญาณเวศกวัน
2. มหาเถรสมาคม
3. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
4. กองทัพเรือไทย
5. อมรินทร์ทีวี
6. กระทรวงกลาโหม
7. กระทรวงมหาดไทย
8. บ้านพักพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
9. รัฐสภา
10. กองบัญชาการกองทัพภาคที่ ๑
11. ผู้บัญชาการทหารบก
12. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
13. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

หากท่านใดที่ต้องการไปร่วมยื่นหนังสือ สามารถโทรติดต่อประสานงานได้ที่ คุณลุงพยัพ โทร 082-1734320


 
6
4/12/17 เวลา 10.08  นางสาวธัญญ์ทิตย วิโรจน์ภัสร์
โอน 500 เข้ากองทุนวัดสามแยก  บัญชี 406-723-1573  บุญนี้ขอให้ธุรกิจของข้าพเจ้าเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป และอุทิศบุญนี้ให้แก่ นายเวร เชื่อโรค ญาติทิพย์ เทพรักษา เทวดา ลูกข้าพเจ้าที่ล่วงลับไปแล้ว  และชาวทิพย์และเทวดา ที่ช่วยกิจการงาน รวมถึงชาวทิพย์ เทวดาที่อาศัยอยู่ด้วยกันที่ห้องพัก  ที่ร้าน อยู่รอบๆ ที่พักอาศัย ทั้งที่บ้านพัก และที่ร้าน ชาวทิพย์ทุกท่านที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง  ขอให้พวกท่านทั้งหลายรับบุญกันทั่วหน้า สาธุ

7
สรุปกิจกรรมการยื่นหนังสือ วันที่ 3 ธ.ค. 2560
1. วัดสวนแก้ว (พระพยอม กลฺยาโณ)
2. สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
3. สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT
4. วอยซ์ทีวี 21
5. สปริงนิวส์ 19
6. ไทยรัฐทีวี 32

และในวันพรุ่งนี้ (4 ธ.ค. 2560) จะไปยื่นหนังสือที่แรกบริเวณพุทธมณฑล ท่านใดที่ต้องการไปร่วมยื่นหนังสือ สามารถโทรติดต่อประสานงานได้ที่ คุณลุงพยัพ โทร 082-1734320


 
8
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๔ - หน้าที่ 159

๒. เรื่องกุมาริกากินไข่ไก่ [๒๑๕]
ข้อความเบื้องต้น
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภกุมาริกาผู้กินไข่ไก่คนหนึ่ง
ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า " ปรทุกฺขูปธาเนน "เป็นต้น.


แม่ไก่ผูกอาฆาตในนางกุมาริกา
ได้ยินว่า บ้านหนึ่งชื่อปัณฑุระ อยู่ไม่ไกลเมืองสาวัตถี,
ในบ้านนั้น มีชาวประมงอยู่คนหนึ่ง.
เขาเมื่อไปยังเมืองสาวัตถี เห็นไข่เต่า ริมฝั่งแม่น้ำอจิรวดีแล้ว
ถือเอาไข่เต่าเหล่านั้นไปสู่เมืองสาวัตถี ให้ต้มในเรือนหลังหนึ่งแล้วเคี้ยวกิน
ได้ให้ไข่ฟองหนึ่งแก่กุมาริกาในเรือนนั้น.
นางเคี้ยวกินไข่เต่านั้นแล้ว จำเดิมแต่นั้น ไม่ปรารถนาซึ่งของควรเคี้ยวอย่างอื่น.

ครั้งนั้นมารดาของนาง ถือเอาไข่ฟองหนึ่งจากที่แม่ไก่ไข่แล้ว ได้ให้ (แก่นาง).
นางเคี้ยวกินไข่ฟองนั้นแล้ว อันความอยากในรสผูกแล้ว
จำเดิมแต่นั้น ก็ถือเอาไข่ไก่มาเคี้ยวกินเองทีเดียว.


ในเวลาตกฟอง แม่ไก่เห็นกุมาริกานั้นถือเอาไข่ของตนเคี้ยวกินอยู่
ถูกกุมาริกานั้นเบียดเบียนแล้วผูกอาฆาต
ตั้งความปรารถนาว่า " บัดนี้เราเคลื่อนจากอัตภาพนี้แล้ว พึงเกิดเป็นยักษิณี
เป็นผู้สามารถจะเคี้ยวกินทารกของเจ้า
" ทำกาละแล้วบังเกิดเป็นนางแมวในเรือนนั้นนั่นเอง.

การจองเวรกันให้เกิดทุกข์
แม้นางกุมาริกานอกนี้ ทำกาละแล้ว บังเกิดเป็นแม่ไก่ในเรือนนั้นเหมือนกัน.
แม่ไก่ตกฟองทั้งหลายแล้ว. นางแมวมาเคี้ยวกินฟองไข่เหล่านั้นแล้ว
แม้ครั้งที่ ๒
แม้ครั้งที่ ๓ ก็เคี้ยวกินแล้วเหมือนกัน.
แม่ไก่ ทำความปรารถนาว่า " เจ้าเคี้ยวกินฟองไข่ทั้งหลายของเราตลอด ๓ คราว
บัดนี้ ยังปรารถนาจะเคี้ยวกินเรา,
เราเคลื่อนจากอัตภาพนี้แล้ว พึงได้เพื่อเคี้ยวกินเจ้าพร้อมทั้งลูก
" เคลื่อนจากอัตภาพนั้นแล้ว บังเกิดเป็นนางเสือเหลือง.

ฝ่ายนางแมวนอกนี้ ทำกาละแล้วบังเกิดเป็นนางเนื้อ.
ในเวลานางเนื้อนั้นคลอดแล้ว
นางเสือเหลืองก็มาเคี้ยวกินนางเนื้อนั้นพร้อมด้วยลูกทั้งหลาย.

สองสัตว์นั้นเคี้ยวกินอยู่อย่างนี้ ยังทุกข์ให้เกิดขึ้นแก่กันและกันใน ๕๐๐ อัตภาพ
ในที่สุดนางหนึ่งเกิดเป็นยักษิณี,
นางหนึ่งเกิดเป็นกุลธิดาในเมืองสาวัตถี.

เบื้องหน้าแต่นี้ พึงทราบโดยนัยที่กล่าวไว้แล้วในพระคาถาว่า
" น หิ เวเรน เวรานิ " เป็นอาทิ นั่นแล.
แต่ในเรื่องนี้ พระศาสดาตรัสว่า
" ก็เวรย่อมระงับด้วยความไม่มีเวร,ย่อมไม่ระงับด้วยเวร,"
ดังนี้แล้ว เมื่อจะทรงแสดงธรรมแก่ชนแม้ทั้งสองงจึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-
๒. ปรทุกขูปธาเนน โย อตฺตโน สุขมิจฺฉติ
เวรสํสคฺคสํสฏฺโฐ เวรา โส น ปริมุจฺจติ.
" ผู้ใด ย่อมปรารถนาสุขเพื่อตน เพราะก่อทุกข์ในผู้อื่น,
ผู้นั้น เป็นผู้ระคนด้วยเครื่องระคนคือเวร ย่อมไม่พ้นจากเวรได้."
แก้อรรถ
บรรดาบทเหล่านั้น
บทว่า ปรทุกฺขุปธาเนน ความว่า เพราะก่อทุกข์ในผู้อื่น,
อธิบายว่า เพราะยังทุกข์ให้เกิดขึ้นแก่ผู้อื่น.
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๔ - หน้าที่ 161
บาทพระคาถาว่า เวรสํสคฺคสํสฏฺโฐ ความว่า บุคคลนั้นเป็นผู้ระคนแล้วด้วยเครื่องระคนคือเวร
อันตนทำให้แก่กันและกัน ด้วยสามารถแห่งการด่าและการด่าตอบ การประหารและการประหารตอบ เป็นต้น.

บาทพระคาถาว่า เวรา โส น ปริมุจฺจติ ความว่า ย่อมถึงทุกข์อย่างเดียว ตลอดกาลเป็นนิตย์ ด้วยสามารถแห่งเวร.

ในกาลจบเทศนา นางยักษิณีตั้งอยู่ในสรณะทั้งหลาย สมาทานศีล ๕พ้นแล้วจากเวร,
ฝ่ายกุลธิดานอกนี้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว,
เทศนาได้มีประโยชน์แม้แก่บุคคลผู้ประชุมกันแล้ว ดังนี้แล.
เรื่องกุมาริกากินไข่ไก่ จบ.
[/color]
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๔ - หน้าที่ 162[/size]
9
เขตตัฏฐวิภาค
[๑๐๑] บุพพัณชาติ หรืออปรัณชาติ เกิดในที่ใด ที่นั้นชื่อว่า นา
ที่ชื่อว่า ทรัพย์อยู่ในนา ได้แก่ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในนา โดยฐาน ๔ คือ
ฝังอยู่ในดิน ๑
ตั้งอยู่บนพื้นดิน ๑
ลอยอยู่ในอากาศ ๑
แขวนอยู่ในที่แจ้ง ๑.

ภิกษุมีไถยจิต คิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในนา
เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี
เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ
ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ
ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก.

ภิกษุมีไถยจิตจับต้องบุพพัณชาติ หรืออปรัณชาติ
ซึ่งเกิดในนานั้นได้ราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ
ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก.

ภิกษุตู่เอาที่นา ต้องอาบัติทุกกฏ
ยังความสงสัยให้เกิดแก่เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
เจ้าของทอดธุระว่า จักไม่เป็นของเรา ต้องอาบัติปาราชิก.

ภิกษุฟ้องร้องยังโรงศาล ยังเจ้าของให้แพ้ ต้องอาบัติปาราชิก
ภิกษุผู้ฟ้องร้องยังโรงศาล แพ้เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
ภิกษุปักหลัก ขึงเชือก ล้อมรั้ว หรือถมคันนาให้รุกล้ำ ต้องอาบัติทุกกฏ
เมื่ออีกประโยคหนึ่งจะสำเร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
เมื่อประโยคนั้นสำเร็จ ต้องอาบัติปาราชิก.
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 22

10
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 20
อารามัฏฐวิภาค
[๙๙] ที่ชื่อว่า สวน ได้แก่สวนไม้ดอก สวนไม้ผล
ที่ชื่อว่า ทรัพย์อยู่ในสวน ได้แก่ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในสวน โดยฐาน ๔ คือ
ฝังอยู่ในดิน ๑
ตั้งอยู่บนพื้นดิน ๑
ลอยอยู่ในอากาศ ๑
แขวนอยู่ในที่แจ้ง ๑.

ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์ที่อยู่ในสวน
เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ
ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ
ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก.

ภิกษุมีไถยจิตจับต้องรากไม้ เปลือกไม้ ใบไม้ ดอกไม้ หรือผลไม้
ซึ่งเกิดในสวนนั้น ได้ราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติทุกกฏ
ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก.

ภิกษุ ตู่เอาที่สวน ต้องอาบัติทุกกฏ
ยังความสงสัยให้เกิดแก่เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
เจ้าของทอดธุระว่าจักไม่เป็นของเรา ต้องอาบัติปาราชิก.

ภิกษุฟ้องร้องยังโรงศาล ยังเจ้าของให้แพ้ ต้องอาบัติปาราชิก
ภิกษุผู้ฟ้องร้องยังโรงศาล แพ้เจ้าของ ต้องอาบัติถุลลัจจัย.

หน้า: [1] 2 3 ... 10